บทที่ 2 ตอนที่ 1
เด็กฝึกงานคนใหม่กับสปอร์ตคาร์ป้ายแดง
เสียงรองเท้าส้นสูงดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอมุ่งหน้าเข้าสู่แผนกทรัพยากรบุคคล ฟ้าทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งพร้อมกับวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะ เธอปล่อยลมหายใจออกมายาวเหยียด วันนี้เป็นวันเริ่มต้นสัปดาห์ที่แสนวุ่นวาย หลังจากเรียนจบเธอก็ตัดสินใจให้รางวัลตัวเองด้วยการพักผ่อนอยู่บ้านไปหนึ่งปีเต็ม การเพิ่งกลับมาเริ่มต้นใช้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนเป็นที่แรกจึงทำให้เธอต้องปรับตัวไม่น้อย
เธอจัดแจงรวบผมที่ปรกหน้าขึ้นมัดเป็นหางม้าลวกๆ เพื่อความทะมัดทะแมง เผยให้เห็นดวงหน้ากลมมนและพวงแก้มที่มีน้ำมีนวลตามฉบับสาวอวบรักการกิน ฟ้าหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดดูตารางงานของวันนี้ หน้าที่หลักของเธอไม่ใช่แค่การจัดการเอกสารพนักงาน แต่รวมถึงการรับบทเป็นพี่เลี้ยงดูแลเด็กฝึกงานคนใหม่ที่จะเข้ามาเริ่มงานเป็นวันแรก
พี่มายด์ พนักงานรุ่นพี่โต๊ะข้างๆ เลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้พร้อมกับสะกิดแขนเธอเบาๆ
"น้องฟ้า เตรียมตัวรับมือเด็กใหม่หรือยังยินดีด้วยนะที่โดนแจ็กพอตตั้งแต่เพิ่งผ่านโปร"
"ฟ้ายังตื่นเต้นอยู่เลยพี่มายด์ เห็นว่าเป็นเด็กปีสี่จากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอินเตอร์ด้วย ฟ้ากลัวจะสอนงานน้องไม่รู้เรื่อง"
"ไม่ต้องเครียดไปหรอก ก็แค่สอนถ่ายเอกสาร เดินแฟ้ม คีย์ข้อมูลพื้นฐานนั่นแหละ เด็กสมัยนี้เรียนรู้ไวจะตาย"
ฟ้าพยักหน้ารับคำรุ่นพี่ พยายามรวบรวมสมาธิเพื่ออ่านรายละเอียดการประเมินผลเด็กฝึกงานบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทว่าความเงียบสงบในออฟฟิศยามเช้ากลับถูกทำลายลงด้วยเสียงดังกึกก้องจากภายนอก
เสียงเครื่องยนต์รถแรงม้าสูงดังกระหึ่มทะลุกระจกบานใหญ่ของตึกสำนักงานเข้ามา พนักงานหลายคนในแผนกหยุดชะงักงานตรงหน้าแล้วพากันลุกไปชะโงกดูผ่านมู่ลี่หน้าต่าง ก่อนจะส่งเสียงซุบซิบกันอย่างตื่นเต้น
'รถใครน่ะ สปอร์ตคาร์สีแดงสดป้ายแดงเชียว จอดหน้าตึกแบบนี้ผู้บริหารคนไหนเปลี่ยนรถใหม่หรือเปล่า'
'ไม่ใช่ผู้บริหารหรอก ลงจากรถมาแล้วแก ตัวสูงมาก ใส่ชุดนักศึกษาด้วย'
'ลูกชายท่านประธานหรือเปล่า งานดีมากเลยแก'
ฟ้าไม่ได้ลุกไปร่วมวงมุงดูรถสปอร์ตคาร์คันนั้นกับคนอื่นๆ เธอไม่ค่อยสนใจเรื่องรถยนต์หรือคนรวยเท่าไหร่นัก สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือการจัดโต๊ะทำงานให้มีพื้นที่ว่างพอสำหรับสอนงานเด็กฝึกงานที่กำลังจะมาถึง เธอจัดเรียงปากกา แฟ้มงาน และสมุดโน้ตอย่างเป็นระเบียบ
ประตูแผนกถูกผลักเปิดออก เสียงพูดคุยจอแจในห้องเงียบลงกะทันหัน ฟ้าได้ยินเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นเดินตรงเข้ามาในแผนก เธอเงยหน้าขึ้นมองตามสายตาของพนักงานคนอื่นๆ
ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาชายก้าวเข้ามาในห้องทำงาน เขาดูโดดเด่นจนสามารถดึงดูดทุกสายตาได้ในชั่วพริบตา ผิวของเขาขาวจัดและดูสุขภาพดีตัดกับเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดสะอ้านที่ถูกรีดมาอย่างเรียบกริบ กางเกงสแล็กสีดำเข้ารูปรับกับช่วงขาที่ยาวสมส่วน ท่าทางการเดินของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ ใบหน้าหล่อเหลาจิ้มลิ้มแต่แฝงความกวนเอาไว้ รอยยิ้มมุมปากของเขาทำเอาพี่ๆ ในแผนกพากันมองตาค้าง
เด็กหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบห้องราวกับกำลังมองหาใครบางคน ก่อนจะหยุดสายตาลงที่โต๊ะทำงานมุมสุดของฟ้า นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายขึ้นมาทันทีราวกับเจอของเล่นถูกใจ เขาสาวเท้าเดินตรงดิ่งเข้ามาหาเธอโดยไม่สนใจสายตาหลายสิบดวงที่จ้องมองมา
"สวัสดีครับ"
น้ำเสียงทุ้มเอ่ยทักทายอย่างอารมณ์ดี ฟ้าชะงักมือที่กำลังจับแฟ้มเอกสาร เธอเลิกคิ้วมองเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ส่วนสูงน่าจะปาเข้าไปร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตร เขามายืนค้ำหัวโต๊ะเธอพร้อมกับส่งยิ้มกว้างจนตาหยีมาให้ ท่าทางเหมือนลูกหมาโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ที่กำลังดีใจเมื่อเจอเจ้าของ
"สวัสดี เราคือพีชใช่ไหม เด็กฝึกงานแผนกพี่ พี่ชื่อฟ้านะ" ฟ้าถามเพื่อความแน่ใจและแนะนำตัวเล็กน้อย
"ใช่ครับ ผมพีช ฝากตัวด้วยนะครับพี่ฟ้า"
พีชตอบรับอย่างแข็งขัน เขาวางแก้วพลาสติกใสที่มีโลโก้ร้านกาแฟแบรนด์หรูราคาแพงหูฉี่ลงบนโต๊ะของเธอ น้ำแข็งในแก้วกระทบกันเสียงดังเบาๆ หยดน้ำเกาะพราวรอบแก้วลาเต้เย็นชื่นใจ กลิ่นหอมของกาแฟคั่วบดลอยมาเตะจมูก
"ผมซื้อมาฝาก พี่น่าจะชอบ"
ฟ้ามองแก้วกาแฟสลับกับใบหน้าหล่อเหลาของเด็กหนุ่ม กาแฟแก้วนี้ราคาเกือบสองร้อยบาท สำหรับเด็กนักศึกษาฝึกงานที่ยังไม่มีรายได้เป็นชิ้นเป็นอัน มันดูจะเกินตัวไปมากทีเดียว เธอไม่อยากเอาเปรียบเด็กตั้งแต่เริ่มงานวันแรก
"ขอบใจนะ แต่คราวหลังไม่ต้องซื้อมาให้หรอก พี่เกรงใจ เราเป็นแค่เด็กฝึกงาน เบี้ยเลี้ยงก็ยังไม่ได้ จะเอาเงินที่ไหนมาซื้อของแพงๆ แจกคนอื่น เก็บเงินไว้กินข้าวเถอะ" ฟ้าเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี
พีชหัวเราะในลำคอเบาๆ เขายกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เก้อ ท่าทางออดอ้อนนั้นดูเป็นธรรมชาติจนน่าหมั่นไส้
"ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจ พี่ฟ้าไม่ต้องเกรงใจหรอก ผมแค่อยากลองใช้ชีวิตติดดินแบบพนักงานออฟฟิศทั่วไปดูบ้าง ซื้อกาแฟเลี้ยงพี่เลี้ยงสักแก้วจะเป็นไรไป ถือซะว่าเป็นการผูกมิตรไงครับ"
คำว่าชีวิตติดดินของเขาทำเอาฟ้าคิ้วกระตุก เธอเลื่อนสายตาลงมามองมือหนาที่กำลังจับขอบโต๊ะ นาฬิกาข้อมือแบรนด์หรูเรือนสีเงินสะท้อนแสงไฟในออฟฟิศวาววับ เธอพอจะจำได้คร่าวๆ ว่านาฬิการุ่นนี้ราคาเหยียบหลักล้าน ทรงผมที่เซตมาอย่างดี เสื้อผ้าที่ดูเผินๆ เหมือนชุดนักศึกษาทั่วไปแต่เนื้อผ้าบ่งบอกถึงแบรนด์เนมสั่งตัด
ยังไม่พอ พีชล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะหยิบพวงกุญแจรถยนต์วางแหมะลงบนโต๊ะข้างแฟ้มเอกสารของเธออย่างจงใจ โลโก้ม้าลำพองบนกุญแจโดดเด่นหราเตะตาจนคนมองต้องลอบกลืนน้ำลาย
ฟ้าถอนหายใจยาว พนักงานออฟฟิศติดดินที่ไหนเขาใส่นาฬิกาเรือนละล้านและขับสปอร์ตคาร์มาทำงานกัน เธอเริ่มมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่าเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มหน้าตึกเมื่อครู่ต้องเป็นผลงานของเด็กคนนี้อย่างแน่นอน เขาแกล้งทำตัวซื่อตาใส แต่การกระทำทุกอย่างกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง
"ตกลงเรามาฝึกงาน หรือมาเดินแฟชั่นโชว์อวดรวยกันแน่" ฟ้าอดไม่ได้ที่จะค่อนขอดเบาๆ
"มาฝึกงานสิครับ แต่เป้าหมายหลักของผมอาจจะไม่ได้อยู่ที่ใบประเมินผลการฝึกงานก็ได้นะ" พีชตอบหน้าตาเฉย
เขาลากเก้าอี้ว่างตัวข้างๆ มานั่งลงใกล้เธอ เท้าคางกับโต๊ะแล้วเอียงคอมองหน้าเธอตาไม่กะพริบ สายตาของเขาไม่ได้กวาดมองไปที่รูปร่างอวบอั๋นของเธออย่างที่ผู้ชายคนอื่นมักจะทำเวลาแอบประเมินรูปร่างผู้หญิง แต่เขากลับเอาแต่จ้องมองแก้มกลมๆ และริมฝีปากของเธอด้วยความสนใจ
"แล้วเป้าหมายหลักคืออะไร" ฟ้าถามพลางขยับตัวออกห่างเล็กน้อยเพื่อรักษาระยะห่าง
"ก็มาเรียนรู้งานกับพี่ฟ้าไงครับ"
สายตาแพรวพราวของเขาทำเอาฟ้าทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกจ้องมองในระยะประชิดขนาดนี้ เธอรีบเบือนหน้าหนี หยิบแก้วลาเต้เย็นขึ้นมาดูดเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า รสชาติหวานมันของกาแฟไหลลงคอ แต่มันไม่ได้ช่วยดับความร้อนผ่าวบนใบหน้าเธอได้เลย
"กินกาแฟแล้ว ก็เตรียมตัวทำงานได้แล้ว พี่มีเอกสารให้เราช่วยจัดหน้าตาเยอะแยะเลย วันนี้เรียนรู้งานพื้นฐานไปก่อน เดี๋ยวช่วงบ่ายพี่จะพาไปแนะนำตัวกับแผนกอื่น" ฟ้ารีบตัดบท สั่งงานเพื่อดึงให้เขากลับเข้าสู่โหมดการฝึกงาน
"รับทราบครับพี่เลี้ยง สั่งมาได้เลย ผมพร้อมทำให้พี่ทุกอย่าง"
พีชยิ้มกว้างกว่าเดิม เขาดึงแฟ้มเอกสารไปจากมือเธออย่างรู้หน้าที่ ฟ้ามองแผ่นหลังกว้างของเด็กฝึกงานที่หันไปง่วนกับการจัดเรียงกระดาษ แม้เขาจะดูตั้งใจทำงานและไม่เกี่ยงงอน แต่ความรู้สึกบางอย่างลึกๆ บอกเธอว่า เด็กคนนี้ไม่ได้มาฝึกงานด้วยจุดประสงค์ธรรมดาแน่
ฟ้าหลับตาลงนึกถึงความสงบสุขในการทำงานที่เคยวาดฝันไว้ มันคงปลิวหายไปพร้อมกับเสียงท่อรถสปอร์ตคาร์คันนั้นแล้ว การต้องมารับมือกับเด็กอวดรวยแถมยังขี้อ้อนหน้ามึนแบบนี้ ชีวิตมนุษย์เงินเดือนของเธอหลังจากนี้คงหาความสงบไม่ได้อีกต่อไป
เธอส่ายหน้าเรียกสติ หันกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อเริ่มต้นจัดการตารางงาน ทว่าหางตายังคงเห็นเด็กหนุ่มแอบชำเลืองมองเธออยู่เป็นระยะ พอเธอหันไปมองตอบ เขาก็ทำทีเป็นก้มหน้าอ่านเอกสารในมือต่อ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มอย่างปิดไม่มิด
เด็กสมัยนี้มันร้ายกาจกว่าที่เธอคิดไว้เยอะจริงๆ แกล้งทำเป็นลูกหมาเชื่องๆ แต่ซ่อนความเอาแต่ใจไว้มิดชิด ฟ้าได้แต่หวังว่าระยะเวลาการฝึกงานหลายเดือนหลังจากนี้ เธอจะสามารถรับมือกับความโป๊ะและความรวยแบบหน้ามึนของเขาได้โดยที่หัวใจไม่วายไปเสียก่อน
