บทที่ 7 ตอนที่ 6

นักบาสมหาลัยกับพี่เลี้ยงวีไอพี

เวลาผ่านไปเกือบสองสัปดาห์นับตั้งแต่วันที่พายุฝนหลงฤดูเทกระหน่ำลงมากลางเมือง ชีวิตการทำงานของฟ้ายังคงดำเนินต่อไปพร้อมกับเงาตามตัวที่ชื่อว่าพีช เด็กฝึกงานหนุ่มยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นลูกหมาสายเปย์อย่างเสมอต้นเสมอปลาย เขาขยันสรรหาของกินอร่อยๆ มาวางบนโต๊ะเธอทุกเช้า คอยแย่งงานเอกสารไปทำ และมักจะหาเรื่องมานั่งเท้าคางมองเธอเคี้ยวข้าวแกงตุ้ยๆ ในโรงอาหารด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

ช่วงบ่ายวันศุกร์บรรยากาศในออฟฟิศค่อนข้างผ่อนคลาย ฟ้ากำลังนั่งพิมพ์อีเมลสรุปงานประจำสัปดาห์ ทว่าจู่ๆ กระดาษแผ่นหนึ่งก็ถูกเลื่อนมาวางแหมะลงบนคีย์บอร์ด บังหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอจนมิด

ฟ้าชะงักมือ เงยหน้าขึ้นมองตัวการที่ยืนส่งยิ้มแฉ่งอยู่ข้างโต๊ะ

"อะไรน่ะพีช"

"ตารางแข่งบาสเกตบอลนัดชิงชนะเลิศของมหาลัยผมครับ เย็นนี้ตอนหกโมงตรง พี่ฟ้าไปดูผมแข่งนะ" พีชเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น

ฟ้าหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดูคร่าวๆ ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ

"เย็นวันศุกร์รถติดจะตาย พี่อยากกลับไปนอนพักผ่อนที่หอมากกว่า อีกอย่างพี่ดูบาสไม่เป็นด้วย ไปก็คงนั่งเบื่อเปล่าๆ"

พอได้ยินคำปฏิเสธ รอยยิ้มกว้างบนใบหน้าหล่อเหลาก็ค่อยๆ หุบลง พีชทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างโต๊ะทำงานของเธอ ไหล่กว้างลู่ลงเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มที่เคยมั่นใจแปรเปลี่ยนเป็นแววตาของลูกหมาหงอยที่ถูกเจ้าของทิ้งให้อยู่บ้านลำพัง

"ถ้าพี่ฟ้าไม่ไป ผมต้องไม่มีสมาธิแข่งแน่เลย ผมอุตส่าห์ตั้งใจซ้อมมาตั้งหลายเดือนหลังเลิกงาน แค่อยากให้พี่เลี้ยงของผมไปนั่งเป็นกำลังใจข้างสนามเอง ไม่ได้เหรอครับ"

น้ำเสียงตัดพ้อเบาๆ บวกกับสายตาออดอ้อนที่ส่งมาทำเอาคนเป็นพี่เลี้ยงเริ่มใจอ่อน ฟ้ากัดริมฝีปากตัวเองอย่างชั่งใจ เธอรู้ดีว่าเด็กคนนี้มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเธอมากแค่ไหน การไปปรากฏตัวที่มหาวิทยาลัยของเขาสองต่อสองอาจจะทำให้คนอื่นมองดูไม่ดี โดยเฉพาะเมื่อเขาเป็นถึงนักบาสตัวท็อปที่มีสาวๆ ตามกรี๊ดมากมาย

ฟ้าละสายตาจากลูกหมาหงอย หันไปมองรุ่นพี่โต๊ะข้างๆ ที่กำลังนั่งอมยิ้มฟังบทสนทนาของพวกเธออยู่เงียบๆ

"พี่มายด์คะ เย็นนี้พี่มายด์รีบกลับหรือเปล่า ไปดูเด็กฝึกงานแผนกเราแข่งบาสกันไหมคะ ถือซะว่าไปช่วยกันเชียร์น้อง"

พี่มายด์หูผึ่งทันทีเมื่อได้ยินคำชวน รุ่นพี่สาววัยสามสิบรีบพยักหน้ารับรัวๆ จนผมม้าแทบหลุด

"ไปสิจ๊ะน้องฟ้า เย็นวันศุกร์พี่ว่างเสมอ ยิ่งไปดูหนุ่มๆ นักศึกษาเตะบาส เอ๊ย เลี้ยงบาส พี่ก็ยิ่งพร้อมเลยจ้ะ"

เมื่อได้ไม้กันหมา เอ๊ย ได้เพื่อนร่วมทางแล้ว ฟ้าก็หันกลับมาพยักหน้าให้เด็กฝึกงานตัวสูง พีชยิ้มกริ่มจนตาหยี เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้มลงมากระซิบใกล้ๆ

"เลิกงานแล้วเดี๋ยวผมให้คนรถขับไปส่งพี่ฟ้ากับพี่มายด์ที่สนามนะ ผมจองที่นั่งวีไอพีไว้ให้แล้ว"

พูดจบเขาก็เดินผิวปากอารมณ์ดีออกจากห้องทำงานไป ทิ้งให้ฟ้านั่งขมวดคิ้วกับคำว่าที่นั่งวีไอพีของเขา

หลังเวลาเลิกงาน รถตู้สีดำคันหรูที่พีชเตรียมไว้ก็มารับฟ้าและพี่มายด์ไปส่งถึงหน้าโรงยิมของมหาวิทยาลัย บรรยากาศรอบนอกคึกคักไปด้วยนักศึกษาจำนวนมาก เสียงรองเท้ากีฬาเสียดสีกับพื้นไม้ปาร์เก้และเสียงลูกบาสเกตบอลกระทบแป้นดังสะท้อนออกมาถึงด้านนอก สาวๆ หลายคนแต่งตัวจัดเต็มมายืนจับกลุ่มรอเชียร์นักกีฬาคนโปรด

ฟ้ากับพี่มายด์เดินเบียดเสียดฝูงชนเข้าไปด้านใน ทว่ายังไม่ทันจะได้มองหาที่นั่ง ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในชุดบาสเกตบอลสีน้ำเงินเข้มก็วิ่งเหยาะๆ ตรงเข้ามาหาพวกเธอ

"พี่ฟ้าใช่ไหมครับ ไอ้พีชให้ผมมารับพวกพี่ ไปนั่งฝั่งนู้นเลยครับ มันจองที่ไว้ให้แล้ว"

เพื่อนร่วมทีมของพีชเดินนำพวกเธอแหวกวงล้อมของสาวๆ นักศึกษาลงไปยังม้านั่งแถวหน้าสุดที่ติดกับขอบสนาม ซึ่งเป็นโซนที่กั้นเชือกไว้สำหรับสตาฟฟ์และคนพิเศษของนักกีฬาเท่านั้น

พอฟ้าทิ้งตัวลงนั่ง เธอก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นกล่องเก็บความเย็นขนาดใหญ่สีพาสเทลวางอยู่ตรงหน้า พี่มายด์ที่ตาไวกว่ารีบเอื้อมมือไปเปิดฝากล่องออก ไอความเย็นลอยคลุ้งขึ้นมาพร้อมกับภาพของเค้กสตรอว์เบอร์รีร้านโปรดของฟ้า ชาไข่มุกหวานร้อยเปอร์เซ็นต์สองแก้ว และของว่างกินเล่นอีกสารพัดชนิดที่ถูกแพ็กมาอย่างดี

"แหมมม นึกว่ามาดูบาส ที่ไหนได้มาปิกนิกนี่เอง" พี่มายด์ลากเสียงยาวพลางหันมาแซวฟ้าด้วยสายตากรุ้มกริ่ม

"น้องพีชเขาเตรียมเสบียงมาขุนพี่เลี้ยงโดยเฉพาะเลยนะเนี่ย ก้างขวางคอชิ้นใหญ่อย่างพี่คงได้แค่อานิสงส์กินของเหลือไปด้วยแน่ๆ"

ฟ้าหน้าร้อนผ่าว รีบหยิบแก้วชาไข่มุกขึ้นมาดูดเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย เธอพยายามทำเป็นสนใจบรรยากาศในสนามแทนการตอบคำถามล้อเลียนของรุ่นพี่

เสียงนกหวีดดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มการแข่งขัน นักกีฬาทั้งสองทีมวิ่งลงสู่สนาม เสียงกรี๊ดจากอัฒจันทร์ดังกระหึ่มจนหูแทบอื้อ ฟ้ากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อร่างสูงของพีชวิ่งลงมากลางคอร์ต

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นเขาในลุคอื่นที่ไม่ใช่ชุดนักศึกษาหรือเสื้อเชิ้ตทำงาน เสื้อบาสเกตบอลสีน้ำเงินเข้มแขนกุดเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อช่วงแขนที่ซ่อนตัวมาตลอด ผิวขาวจัดของเขาตัดกับรอยสักรูปหมาป่าสีดำสนิทที่โผล่พ้นขอบกางเกงกีฬาขึ้นมาอวดโฉม หยาดเหงื่อที่เริ่มผุดซึมตามกรอบหน้าและลำคอยิ่งเพิ่มเสน่ห์ความเป็นชายหนุ่มให้เขาจนดูอันตรายต่อหัวใจ

ท่วงท่ากวนๆ และรอยยิ้มขี้อ้อนแบบหมาเด็กหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความจริงจังและดุดันของนักกีฬาที่กระหายชัยชนะ พีชเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว เขาแย่งลูกบาสจากคู่แข่ง เลี้ยงหลบผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามด้วยทักษะที่เหนือชั้น ก่อนจะกระโดดชู้ตลูกลงห่วงอย่างแม่นยำ

เสียงเชียร์ดังลั่นสนามอีกครั้ง ทว่าแทนที่พีชจะหันไปไฮไฟฟ์กับเพื่อนร่วมทีมหรือส่งยิ้มให้สาวๆ บนสแตนด์เชียร์ เขากลับหมุนตัวหันมาทางม้านั่งวีไอพี นัยน์ตาสีเข้มสบเข้ากับดวงตากลมโตของฟ้าอย่างจัง เขายกมือขึ้นปาดเหงื่อลวกๆ ก่อนจะส่งรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความแพรวพราวมาให้เธอเพียงคนเดียว

"กรี๊ดดด น้องฟ้า น้องพีชมองมาทางนี้ด้วย แกเอ๊ยยย สายตาทำลายล้างมาก แม่จะล้ม" พี่มายด์เขย่าแขนฟ้าอย่างบ้าคลั่ง อาการเก็บทรงไม่อยู่ของรุ่นพี่ทำเอาฟ้าต้องรีบดึงแขนตัวเองออก

ฟ้านั่งตัวเกร็ง แก้มกลมๆ ของเธอขึ้นสีแดงจัดแข่งกับลูกสตรอว์เบอร์รีบนเค้ก เธอพยายามบอกตัวเองว่าที่หัวใจเต้นแรงขนาดนี้เป็นเพราะเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มและบรรยากาศตื่นเต้นในสนาม ไม่ใช่เพราะรอยยิ้มของเด็กฝึกงานตัวสูงคนนั้นเด็ดขาด

เกมการแข่งขันดำเนินไปอย่างดุเดือด พีชยังคงโชว์ฟอร์มทำคะแนนอย่างต่อเนื่อง และทุกครั้งที่เขาทำแต้มได้ กิจวัตรประจำของเขาคือการหันมาสบตากับพี่เลี้ยงหน้ากลมที่นั่งอยู่ติดขอบสนามราวกับกำลังเรียกร้องคำชม

และแล้วเสียงนกหวีดหมดเวลาก็ดังขึ้น ทีมของพีชเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะไปได้อย่างขาดลอย

บรรยากาศในสนามเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี สาวๆ นักศึกษาและกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์ต่างพากันลุกจากที่นั่ง วิ่งกรูลงมาที่ขอบสนามพร้อมกับผ้าเย็นและขวดน้ำแร่ในมือ หวังจะใช้โอกาสนี้ทำคะแนนรุกจีบนักบาสสุดฮอตประจำมหาวิทยาลัย

พีชเดินหอบหายใจออกมาจากกลางคอร์ต เหงื่อท่วมตัวจนเสื้อบาสแนบชิดไปกับมัดกล้ามเนื้อ เขาปรายตามองกลุ่มผู้หญิงที่ยื่นของมาให้ตรงหน้า ก่อนจะเดินเบี่ยงหลบไปอย่างไม่แยแส เขาไม่แม้แต่จะเอ่ยคำขอบคุณหรือรับน้ำจากมือใครเลยสักคน

ขายาวก้าวฉับๆ ตรงดิ่งมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะเสบียงของฟ้า

กลิ่นหอมสะอาดๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อและกลิ่นอายความเป็นชายหนุ่มลอยมาปะทะจมูกฟ้าจนเธอเผลอกลืนน้ำลายลงคอ พีชไม่รอให้เธออนุญาต เขาเอื้อมมือลงไปในกล่องเก็บความเย็น หยิบขวดน้ำแร่ของฟ้าขึ้นมาเปิดฝาแล้วกระดกจอดื่มรวดเดียวจนหมดขวด ลูกกระเดือกบนลำคอแกร่งขยับขึ้นลงตามจังหวะการกลืน ดูเซ็กซี่จนสาวๆ ที่มองตามมาพากันส่งเสียงซุบซิบด้วยความอิจฉา

"เหนื่อยไหมพีช เก่งมากเลยนะวันนี้" ฟ้าเอ่ยชมเบาๆ พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น

พีชวางขวดน้ำเปล่าลงบนโต๊ะ เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนใบหน้าห่างจากเธอเพียงคืบ สองมือยันขอบโต๊ะเอาไว้เพื่อขังเธอไว้กลายๆ นัยน์ตาแพรวพราวทอดมองใบหน้ากลมมนที่กำลังเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก

"ผมแข่งชนะแล้ว พี่ฟ้าจำได้ไหมว่าสัญญาอะไรไว้"

"สัญญาอะไร พี่ไม่ได้สัญญาอะไรสักหน่อย" ฟ้าเถียงกลับทันควัน

"ก็ตั๋วรถเมล์วันนั้นไงครับ ที่พี่ฟ้าบอกว่าเลี้ยงผมก่อน แล้วจะให้ผมพาไปกินข้าวคืน วันนี้ผมชนะแล้ว ถือเป็นฤกษ์ดี พี่ฟ้าต้องไปกินข้าวเย็นกับผมนะ ชุดใหญ่ด้วย" หมาเด็กทวงรางวัลหน้ามึนๆ แถมยังใช้สายตากดดันไม่ให้เธอปฏิเสธ

ฟ้าอ้าปากค้างกับความขี้ตู่ของเด็กฝึกงาน เธอหันขวับไปหาตัวช่วยอย่างพี่มายด์ หวังจะให้รุ่นพี่ช่วยปฏิเสธให้ ทว่าพี่มายด์ที่นั่งสังเกตการณ์มาตลอดเกม กลับมีเซนส์ของชิปเปอร์ตัวยงที่ทำงานอย่างรวดเร็ว

"โอ๊ยยย"

จู่ๆ พี่มายด์ก็ร้องเสียงหลง ยกมือขึ้นกุมท้องตัวเองแน่นพร้อมกับทำหน้านิ่วคิ้วขมวด

"เป็นอะไรคะพี่มายด์" ฟ้ารีบถามด้วยความตกใจ

"พี่ว่าส้มตำปูปลาร้าเมื่อตอนเที่ยงมันทำพิษแน่เลยน้องฟ้า ปวดท้องบิดไปหมดแล้วเนี่ย สงสัยต้องรีบกลับไปเข้าห้องน้ำที่คอนโดด่วนเลย"

"งั้นเดี๋ยวฟ้าพากลับนะคะ ตรงนี้คนเยอะด้วย" ฟ้าทำท่าจะลุกขึ้นหยิบกระเป๋า แต่พี่มายด์กลับกดไหล่เธอให้นั่งลงตามเดิม

"ไม่ต้องๆ น้องฟ้าอยู่กินข้าวฉลองกับน้องพีชไปเถอะจ้ะ ไม่ต้องห่วงพี่ เดี๋ยวพี่เรียกแท็กซี่หรือวินหน้ามอค์กลับเองแป๊บเดียวถึง สนุกกับการกินข้าวนะจ๊ะ"

พี่มายด์ขยิบตาให้ฟ้าหนึ่งทีอย่างรู้กัน ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายแล้ววิ่งฉิวออกไปจากโรงยิมด้วยความเร็วที่คนปวดท้องจริงๆ ไม่มีทางทำได้ ทิ้งให้ฟ้านั่งอ้าปากค้างมองตามแผ่นหลังรุ่นพี่ไปอย่างหมดคำพูด

พีชหัวเราะในลำคอเบาๆ ด้วยความถูกใจในความรู้หน้าที่ของก้างขวางคอ เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ยื่นมือหนามาตรงหน้าพี่เลี้ยงสาวอวบที่กำลังนั่งตัวแข็งทื่อ

"ตัวช่วยหนีไปแล้วครับพี่ฟ้า ทีนี้เราไปกินข้าวฉลองกันสองต่อสองได้หรือยัง"

ฟ้าเงยหน้ามองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเด็กฝึกงานตัวสูง สลับกับหันไปมองสายตานับร้อยคู่ของกลุ่มนักศึกษาหญิงที่กำลังจ้องมองมาทางเธออย่างอาฆาตมาดร้าย เธอถอนหายใจออกมายาวเหยียด ยอมรับชะตากรรมว่าตัวเองถูกหมาเด็กมัดมือชกเข้าอย่างจัง

ชีวิตอันสงบสุขของพนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ อย่างเธอ คงถูกสปอร์ตคาร์ป้ายแดงคันนั้นพุ่งชนจนแหลกละเอียดไปแล้วจริงๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป