บทที่ 8 ตอนที่ 7
มื้อเลี้ยงฉลองธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
บรรยากาศในโรงยิมเริ่มซาลงเมื่อนักศึกษาและแฟนคลับทยอยพากันแยกย้ายกลับ ฟ้ายังคงยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกล่องเสบียงของตัวเอง โดยมีเด็กฝึกงานตัวสูงยืนส่งยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ตรงหน้า สายตานับร้อยคู่ที่เคยมองมาอย่างอาฆาตมาดร้ายเมื่อครู่เริ่มเบาบางลง แต่ความกดดันในใจของเธอกลับเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
พี่มายด์ทิ้งระเบิดลูกใหญ่เอาไว้แล้วชิ่งหนีไปอย่างหน้าตาเฉย ปล่อยให้เธอต้องรับมือกับสถานการณ์มัดมือชกนี้เพียงลำพัง
"ตกลงว่าไงครับพี่ฟ้า จะให้ผมพาไปเลี้ยงข้าวฉลองที่ไหนดี ถือซะว่าเลี้ยงตอบแทนค่าตั๋วรถเมล์วันฝนตกไงครับ" พีชทวงสัญญาด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี เขายกผ้าขนหนูขึ้นซับเหงื่อตามกรอบหน้า ท่าทางผ่อนคลายเหมือนคนไม่ได้เพิ่งวิ่งเหนื่อยมาทั้งเกม
ฟ้าดึงสติกลับมา เธอพรูลมหายใจออกยาวเหยียดก่อนจะเงยหน้ามองเด็กหนุ่ม
"ถ้าจะเลี้ยงตอบแทนค่ารถเมล์สี่สิบบาทวันนั้น ไปกินแค่หมูกระทะหน้ารามไหม หรือชาบูบุฟเฟต์ซอยข้างๆ ก็ได้ หัวละไม่กี่ร้อยเอง เดินไปแค่นี้ก็ถึงแล้ว"
เธอเสนอทางเลือกที่คิดว่าประหยัดและคุ้มค่าที่สุดในย่านนี้ ฟ้าคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว ค่ารถเมล์แค่สี่สิบบาท เธอไม่อยากให้เด็กฝึกงานที่ยังไม่มีรายได้เป็นชิ้นเป็นอันต้องมาเสียเงินมากมายเพื่อเลี้ยงข้าวเธอ ถึงเขาจะขับรถสปอร์ตคาร์มาทำงาน แต่เงินพวกนั้นก็คงเป็นเงินที่พ่อแม่ให้มาใช้จ่าย เธอไม่อยากเอาเปรียบเด็กนักศึกษา
พีชส่ายหน้าช้าๆ รอยยิ้มบนริมฝีปากยังคงประดับอยู่เช่นเดิม
"ไม่เอาครับ วันนี้ผมเหนื่อยมาทั้งวัน อยากนั่งกินข้าวในบรรยากาศดีๆ สบายๆ มากกว่า พี่ฟ้าไม่ต้องห่วงเรื่องราคาหรอก ผมจองร้านไว้แล้ว"
"แต่ว่ามันแพงนะพีช เราเป็นแค่เด็กฝึกงาน จะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงมื้อใหญ่ เก็บเงินไว้กินขนมเถอะ" ฟ้าพยายามหว่านล้อมด้วยความหวังดี
"ผมจองร้านของคนรู้จักเอาไว้น่ะครับ สนิทกันมากๆ ไปกินร้านนี้รับรองว่าได้กินฟรีแถมยังได้ส่วนลดพิเศษสุดๆ กระเป๋าตังค์เด็กฝึกงานอย่างผมไม่มีทางฉีกแน่นอน พี่ฟ้าสบายใจได้เลย"
เด็กหนุ่มใช้ไม้ตายช้อนตามองด้วยแววตาลูกหมาหงอย ท่าทางออดอ้อนที่ดูขัดกับรูปร่างสูงใหญ่และรอยสักบนท่อนแขนนั้น ทำเอาคนเป็นพี่เลี้ยงเริ่มใจอ่อน สุดท้ายฟ้าก็ต้องพยักหน้ายอมตามใจเขาจนได้ เพราะคิดว่าถ้าเป็นร้านคนรู้จักและมีส่วนลดจริงๆ ก็คงไม่น่าจะลำบากกระเป๋าเงินของเขาเท่าไหร่นัก
พีชพาฟ้าเดินมาที่ลานจอดรถของมหาวิทยาลัย รถสปอร์ตคาร์สีแดงสดจอดเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงมุมสุด เขาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้เธอสอดตัวเข้าไปนั่งอย่างสุภาพ ก่อนจะอ้อมไปฝั่งคนขับ เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มขึ้นพร้อมกับรถที่แล่นทะยานออกสู่ถนนใหญ่
ตลอดทางพีชเปิดเพลงสากลจังหวะสบายๆ คลอเบาๆ เขาขับรถด้วยความนุ่มนวลและชำนาญ ฟ้าเผลอลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา แสงไฟจากถนนที่สาดส่องเข้ามาเป็นระยะทำให้เขาดูมีเสน่ห์จนละสายตาได้ยาก
ใช้เวลาไม่นาน รถสปอร์ตคาร์ก็เลี้ยวเข้ามาในอาณาเขตของภัตตาคารหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ฟ้าเบิกตากว้างเมื่อเห็นป้ายชื่อร้านสีทองอร่ามและสถาปัตยกรรมที่ตกแต่งสไตล์ยุโรปคลาสสิก พนักงานรับรถในชุดสูทเต็มยศโค้งคำนับและรีบวิ่งเข้ามารอเปิดประตูให้ทันทีที่รถจอดเทียบหน้าทางเข้า ฟ้าก้าวลงจากรถด้วยความรู้สึกเหมือนตัวเองหลงเข้ามาในอีกโลกหนึ่ง
นี่มันภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์ที่เธอเคยเห็นแต่ในรีวิวของนิตยสารชื่อดัง
"พีช เดี๋ยว" ฟ้ารีบคว้าแขนเสื้อของเขาเอาไว้แน่น ดึงให้เขาหยุดเดินอยู่ตรงหน้าทางเข้า
"มีอะไรครับพี่ฟ้า"
"แน่ใจนะว่าร้านนี้ ต่อให้บอกว่ามีส่วนลดพิเศษ แต่มันก็แพงเกินไปสำหรับเราอยู่ดีนะพีช ค่าน้ำเปล่าที่นี่น่าจะแพงกว่าค่าแรงพี่ทั้งวันด้วยซ้ำ เปลี่ยนร้านเถอะ พี่เกรงใจ"
เธอกระซิบเสียงเครียด ใบหน้ากลมมนซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ความกังวลฉายชัดในดวงตาคู่สวย เธอไม่อยากให้เขาต้องมาล้มละลายเพราะเลี้ยงข้าวเธอแค่มื้อเดียว
พีชก้มมองมือเล็กที่กำแขนเสื้อเขาไว้แน่น เขาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ กับความขี้เกรงใจและห่วงใยกระเป๋าเงินของเขา ความรู้สึกเอ็นดูและอบอุ่นก่อตัวขึ้นในใจเงียบๆ หญิงสาวคนนี้แตกต่างจากคนที่เขาเคยเจอ เธอไม่ได้สนใจความหรูหรา แต่กลับห่วงใยความลำบากของเขาจากใจจริง
เขายกมือขึ้นทาบทับลงบนมือของเธอ บีบเบาๆ สองสามที
"ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องห่วง วันนี้พี่ฟ้ามีหน้าที่แค่กินของอร่อยๆ ก็พอ ตามผมมาเถอะน่า"
เขาไม่เปิดโอกาสให้เธอได้คัดค้านต่อ ท่อนแขนแกร่งขยับเปลี่ยนมาเป็นจับจูงมือของเธอให้เดินตามเข้าไปด้านใน โถงต้อนรับกว้างขวางปูด้วยหินอ่อนสีขาวสะอาดตา แชนเดอเลียร์คริสตัลส่องประกายระยิบระยับอยู่เบื้องบน
ทันทีที่พีชก้าวพ้นประตูเข้ามา ผู้จัดการร้านในชุดสูทเนี้ยบก็รีบสาวเท้าเข้ามาต้อนรับด้วยท่าทางนอบน้อมเกินเบอร์
"สวัสดีครับคุณ..." ผู้จัดการร้านชะงักคำพูดไปชั่วครู่เมื่อเห็นสายตาคมกริบของพีชที่ปรายมองมาพร้อมกับการส่ายหน้าเบาๆ แทบจะมองไม่เห็น
"คุณลูกค้า เชิญด้านบนเลยครับ ทางเราเตรียมโต๊ะไว้เรียบร้อยแล้ว" ผู้จัดการหนุ่มรีบเปลี่ยนสรรพนามอย่างรู้หน้าที่ ก่อนจะผายมือเชิญให้พวกเขาทั้งสองคนเดินตามไป
ฟ้าเดินตามการนำทางไปจนถึงลิฟต์ที่พาขึ้นสู่ชั้นดาดฟ้าของอาคาร ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก สายลมเย็นสบายจากแม่น้ำเจ้าพระยาก็พัดมาปะทะใบหน้า วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของคุ้งน้ำที่ประดับประดาด้วยแสงไฟสวยงามจนแทบหยุดหายใจ
ทว่าสิ่งที่ทำให้ฟ้าจับสังเกตได้คือความเงียบสงบที่มากเกินไป โซนไพรเวตชั้นดาดฟ้าที่กว้างขวางถูกจัดวางด้วยโต๊ะอาหารหรูหราเพียงโต๊ะเดียวตรงมุมที่มองเห็นวิวสวยที่สุด ไม่มีลูกค้ารายอื่น ไม่มีเสียงพูดคุยรบกวน มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเปิดคลอเบาๆ
"ทำไมไม่มีคนเลยล่ะพีช ร้านเขาปิดโซนนี้เหรอ" ฟ้าถามขึ้นมาขณะที่พนักงานเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่ง
พีชทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม เขารับเมนูจากพนักงานมาเปิดดูพลางตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"เพื่อนผมใจดีครับ รู้วิสัยผมว่าเวลาเหนื่อยๆ จะชอบกินข้าวแบบมีความเป็นส่วนตัว เลยกันโซนนี้ไว้ให้เราสองคนนั่งคุยกันเงียบๆ ดีไหมล่ะครับ"
ข้ออ้างของเด็กหนุ่มช่างดูง่ายดายและหน้ามึนในสายตาของฟ้า แต่เธอก็เลือกที่จะเงียบและเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ
ไม่นานนักพนักงานก็นำอาหารมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว อาหารบนโต๊ะล้วนเป็นเมนูหรูหรา ทั้งเนื้อวากิวสเต๊กชิ้นโตที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น ล็อบสเตอร์ตัวยักษ์ย่างเนยกระเทียม พาสต้าเส้นสดคลุกเคล้าทรัฟเฟิลดำ และสลัดที่ประดับด้วยวัตถุดิบชั้นดี
ฟ้ามองอุปกรณ์การกินเรียงรายหลายชิ้นตรงหน้าด้วยความเกร็ง เธอไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจับส้อมหรือมีดชิ้นไหนก่อน
"เดี๋ยวผมจัดการให้นะครับ"
พีชอ่านความกังวลของเธอออก เขาขยับจานสเต๊กของฟ้ามาไว้ตรงหน้าตัวเอง ใช้มีดและส้อมหั่นเนื้อชิ้นหนาให้เป็นชิ้นพอดีคำอย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าการจับอุปกรณ์บนโต๊ะอาหารของเขาสง่างามและดูเป็นธรรมชาติราวกับได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก
เขาเลื่อนจานสเต๊กที่หั่นเรียบร้อยแล้วกลับมาวางตรงหน้าเธอ ก่อนจะใช้ส้อมกลางคีบเนื้อล็อบสเตอร์ชิ้นโตไปวางทับบนเนื้อสเต๊กอีกที
"ลองชิมดูสิครับ เนื้อร้านนี้ทำมาดีมาก ไม่เหนียวเลย"
ฟ้าตักเนื้อเข้าปากตามคำชวน รสชาติความนุ่มละมุนและกลิ่นหอมของเนื้อชั้นดีละลายในปากจนเธอเผลอหลับตาพริ้ม รอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้ากลมมน ความเกร็งเมื่อครู่ปลิวหายไปจนหมดสิ้นเมื่อได้เจอกับของอร่อย
พีชแทบไม่ได้แตะอาหารในจานของตัวเองเลย เขานั่งเท้าคางมองฟ้าเคี้ยวอาหารแก้มตุ่ย คอยบริการเลื่อนแก้วน้ำ รินน้ำแร่เติมให้ไม่พร่อง คอยคีบนั่นคีบนี่ใส่จานเธอจนพูน
"พีชไม่กินบ้างล่ะ เอาแต่ตักให้พี่ อาหารเต็มจานพี่ไปหมดแล้วเนี่ย" ฟ้าท้วงขึ้นเมื่อเห็นว่าเขายังคงบริการเธอไม่หยุด
"ผมอิ่มแล้วครับ พี่ฟ้ากินเยอะๆ เถอะ วันนี้ผมแข่งบาสมาเหนื่อยๆ พอเห็นพี่ฟ้ากินของอร่อยอย่างมีความสุข ผมก็ชื่นใจจนหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแล้ว"
คำพูดตรงไปตรงมาบวกกับรอยยิ้มอบอุ่นทำเอาฟ้าชะงัก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติเริ่มทำงานหนักขึ้นมาอีกครั้ง เธอรีบก้มหน้าก้มตากินอาหารเพื่อหลบสายตาที่จ้องมองมาอย่างลึกซึ้งคู่นั้น
มื้ออาหารดำเนินไปอย่างราบรื่น บรรยากาศโรแมนติกริมแม่น้ำและรสชาติอาหารชั้นเลิศทำให้ฟ้าเผลอผ่อนคลาย เธอเคลิ้มไปกับความอร่อยและการดูแลเอาใจใส่ระดับวีไอพีของเด็กฝึกงานตรงหน้า
จนกระทั่งของหวานจานสุดท้ายถูกจัดการจนหมด ฟ้าก็สูดลมหายใจเข้าลึก เตรียมตัวเผชิญหน้ากับความเป็นจริง เธอมองหน้าพีชที่กำลังยกมือเรียกพนักงานเก็บเงินด้วยความลุ้นระทึก ในใจยังคงเป็นห่วงกระเป๋าสตางค์ของเด็กนักศึกษาว่าจะพอจ่ายค่าอาหารมื้อนี้หรือไม่
ผู้จัดการร้านคนเดิมเดินถือแฟ้มหนังสีดำเข้ามาที่โต๊ะด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแทนที่จะวางแฟ้มบิลเพื่อเก็บเงิน เขากลับโค้งศีรษะให้พีชเล็กน้อย
"สำหรับมื้อนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ ท่านเจ้าของร้านสั่งกำชับมาเป็นพิเศษว่าให้ดูแลคุณพีชและแขกคนสำคัญให้ดีที่สุด หวังว่าอาหารและบริการในค่ำคืนนี้จะถูกใจนะครับ"
ฟ้าชะงักค้าง มือที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ เธอหันขวับไปมองผู้จัดการร้าน สลับกับมองหน้าเด็กฝึกงานที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
พีชไม่ได้มีทีท่าตกใจหรือเกรงใจเลยสักนิด เขายิ้มรับคำบอกกล่าวนั้นอย่างสบายๆ ราวกับเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นเป็นประจำ
"เห็นไหมครับพี่ฟ้า ผมบอกแล้วว่าร้านคนรู้จัก สนิทกันมาก กินฟรีจริงๆ ด้วย" เขายักคิ้วให้เธอหนึ่งที ท่าทางหน้ามึนและไม่รู้สึกรู้สากับสิทธิพิเศษระดับนี้ยิ่งทำให้ฟ้าสงสัยหนักขึ้นไปอีก
ฟ้าหรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างจับผิด สมองของเธอเริ่มประมวลผลและเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว นาฬิกาข้อมือแบรนด์หรูราคาหลักล้าน รถสปอร์ตคาร์สีแดงป้ายแดง ท่าทางคุ้นเคยกับภัตตาคารหรูระดับมิชลิน การปิดโซนวีไอพีแบบไม่มีใครกล้าขัดใจ และสิทธิพิเศษกินฟรีมื้อละหลายหมื่นบาท
เด็กนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ต่อให้บ้านรวยแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่จะมีอิทธิพลและได้รับการปฏิบัติอย่างเคารพนอบน้อมจากผู้จัดการร้านอาหารระดับท็อปขนาดนี้ได้แน่ๆ ความโป๊ะแตกมากมายมารวมกันอยู่ตรงหน้าจนเธอไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป
"พีช..." ฟ้ากดเสียงต่ำ นัยน์ตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา
"ครับพี่ฟ้า อาหารไม่อร่อยเหรอ" เขาเอียงคอถามกลับด้วยใบหน้าซื่อบริสุทธิ์
"ตกลงว่า...เราเป็นใครกันแน่"
คำถามที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของชั้นดาดฟ้า ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของพีชชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที สัญญาณเตือนภัยดังขึ้นในหัวของเขา หมาเด็กสายเปย์เริ่มรู้ตัวแล้วว่า พี่เลี้ยงหน้ากลมคนนี้ไม่ได้หลอกง่ายอย่างที่คิด ความลับที่อุตส่าห์ปิดบังมาตลอดกำลังถูกสั่นคลอนเข้าอย่างจัง
