บทที่ 1 พี่เลี้ยงตัวร้าย

ตอนที่ 1 พี่เลี้ยงตัวร้าย

สวัสดีครับ ผมชื่อ “แทน” หรือชื่อเต็มๆ ของผมก็คือ นายธันวา พิมานเวช ผมเป็นลูกชายคนเล็กของบ้าน และด้วยความที่เป็นลูกชายคนเล็กที่มีพี่ชายสุดเนี้ยบเพี้ยบพร้อมในทุกด้านที่เรียงคิวเกิดก่อนผมไปแล้วสี่คน ที่บ้านของผมก็เลยตามใจผมมาก มากแบบเติมกอไก่ล้านตัว ผมก็เลยมีนิสัยเอาแต่ใจชนิดที่โคตรไม่มีเหตุผลเลย ผมไม่ใช่คนนิสัยดีหรอกนะบอกเอาไว้ก่อน ความร้ายกาจของผมจะมีอะไรบ้างเอาไว้จะค่อยๆ เล่าให้ฟังล่ะกัน

ผมเป็นคุณหนูตัวร้าย ที่ตอนนี้กำลังประสบปัญหาใหญ่คือคุณย่าของผม ท่านกำลังยัดเยียดพี่เลี้ยงคนใหม่มาให้ผมอีกแล้ว หลังจากที่ผมอาละวาดไล่พี่เลี้ยงคนล่าสุดออกไปเป็นคนที่สามสิบสอง ขนาดผมร้ายกาจขนาดนี้ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคุณย่าถึงยังพยายามจะหาพี่เลี้ยงมาให้ผมนัก แล้วก็ไม่มีใครในครอบครัวช่วยผมได้ด้วยพี่ชายของผมทั้งสี่คนสบายตัวไปแล้วเพราะแต่ละคนโตเป็นผู้ใหญ่ ทุกคนมีบอดี้การ์ดเท่ห์ๆ ใส่สูทผูกไท แต่ผมนี่สิต้องมาติดแหง่กอยู่กับ “พี่เลี้ยง” นึกถึงทีไรก็ปวดใจทุกที

“แทนไม่อยากได้ แทนไม่เอาพี่เลี้ยงแล้วนะครับคุณย่า” ผมโวยวายในเช้าวันหนึ่งเมื่อคุณย่าพูดบนโต๊ะอาหารว่าจะมีพี่เลี้ยงคนใหม่มาดูแลผม หลังจากผมถีบพี่เลี้ยงคนเดิมตกบันไดหัวแตกเย็บไปยี่สิบกว่าเข็มและแขนหักไปข้างหนึ่งเมื่อสามวันก่อน

“ทำไมล่ะลูก น้องแทนก็มีพี่เลี้ยงมาตลอดนี่ลูก” คุณย่าเกลี้ยกล่อมผมไม่ยอมหยุด

“แต่แทนโตแล้วนะครับ แทนจะจบมหาลัยแล้ว คนอื่นไม่เห็นต้องมีพี่เลี้ยงเลย แทนไม่อยากได้พี่เลี้ยง น่ารำคาญจะตายไป” ผมยังโวยวายไม่ยอมหยุด

“น้องแทน ก็ไม่เป็นอะไรนี่ลูกอย่างน้อยมีพี่เลี้ยงคอยดูแล แทนจะได้ไม่ต้องคอยทำอะไรเอง” คุณแม่ของผมเอื้อมมือมาลูบหลังผมเบาๆ

“หึ งั้นก็เตรียมหาพี่เลี้ยงคนใหม่รอไว้ด้วยแล้วกันนะครับ แทนจะอาละวาดให้มันทนไม่ได้จนต้องขอลาออกไปเอง”

ผมลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารอย่างหงุดหงิดอารมณ์เสีย เดินตรงไปยังรถสปอร์ตคันหรูราคายี่สิบกว่าล้านที่คุณย่าซื้อให้เมื่อวันเกิดครบอายุยี่สิบเอ็ดปีของผมเมื่อหลายเดือนก่อน ผมเรียนมหาวิทยาลัยคณะเศรษฐศาสตร์ปีสี่แล้ว อีกไม่ถึงสองเดือนข้างหน้าผมก็จะเป็นอิสระจากชีวิตวันเรียนสักที

“ไอ้แทน มึงเห็นลัมโบรุ่นใหม่ออกมาหรือยังโคตรสวยเลยมึง” ไอ้ไนน์เพื่อนสนิทผมมันยั่วยวนผมด้วยรถซุปเปอร์คาร์อีกแล้ว ก็ไอ้คันที่ผมขับอยู่นี่ก็ฝีปากมันนี่แหล่ะที่มาป้ายยาผม จนผมเกิดกิเลศไปอ้อนขอให้คุณย่าซื้อให้ในวันเกิด แล้วนี่มันจะมีหน้ามาป้ายยาอะไรผมอีก

“อะไรของมึงอีก คันนี้ซื้อมายังไม่ถึงสามเดือนเลยนะมึง” ผมยื่นหน้าไปดูหน้าจอโทรศัพท์มือถือของมันทันที

“แต่คันนี้ใหม่กว่าเจ๋งกว่า” ไอ้ไนน์รีบนำเสนอ กูอยากจะรู้จริงๆ ว่ามึงได้เปอร์เซ็นต์การขายเท่าไหร่ ไอ้สัดเอ้ยเชียร์เก่งเหลือเกินนะมึง

“แต่มันแพงเกิน ไอ้ชิบหายรถเหี้ยอะไรคันละสี่สิบกว่าล้าน” ไอ้เจษเพื่อนสนิทผมอีกคนทำหน้าย่นเมื่อรู้ราคา

“แค่สี่สิบกว่าล้านเองมึง มึงอ้อนย่ามึงหน่อยเดียวเดี๋ยวก็ได้เชื่อกูดิ” ไอ้ไนน์ยังพูดต่อไม่หยุด

ผมมีเพื่อนที่สนิทมากอยู่สองคนคือไอ้ไนน์ หนุ่มตี๋ลูกเจ้าของโรงงานน้ำปลายี่ห้อดังดีกรีลูกเศรษฐีระดับพันล้าน ผมกับมันเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เรียนมอต้น ส่วนอีกคนก็ไอ้เจษลูกเจ้าของโรงแรมดัง ไอ้นี้หน้าออกไทยแท้เพลย์บอยตัวพ่อ จับแล้วไม่มีหางมันเอาหมด และเจ๋งตรงที่มันเอาได้หมดทั้งผู้หญิงผู้ชาย แรกๆ ตอนมอต้นจนถึงมอปลายก็เห็นมันเอาผู้หญิงไม่เลือก แต่พอเข้ามหาลัยมันเริ่มไปติดใจผู้ชาย ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเอาผู้ชายมันดีกว่าตรงไหน มันเคยเล่าให้ฟังว่าเอาผู้ชายมันส์กว่าผู้หญิง ไอ้ผมก็ยังซิงไม่เคยผ่านทั้งผู้หญิงผู้ชาย ก็เลยไม่รู้ว่ามันต่างกันยังไง

“เออไอ้แทนตกลงพี่เลี้ยงคนใหม่มึงนี่จะมาวันไหนวะ” ไอ้เจษถามผมล้อๆ

พวกมันสองคนเริ่มชินกับการที่ผมมีพี่เลี้ยงคอยตามดูแลตั้งแต่รู้จักกันมา ช่วงแรกๆ พวกมันสองคนก็ไม่ชินหรอก แต่ผ่านไปสักพักความสะดวกสบายที่มีคนคอยรับใช้ใกล้ตัวตลอดเวลาก็เลยชินไปเอง เพราะเอาจริงๆ ผมแทบไม่ต้องกระดิกตัวทำอะไรเลย

“มึงอย่าพูดถึงได้มั้ยกูยิ่งหงุดหงิดอยู่” ผมหน้างอใส่มัน

“มึงนี่ก็แปลกคน ย่ามึงรักมึงจะตายห่าประคบประหงมอย่างกะไข่ในหิน มึงดูป๊ากูนี่เลี้ยงกูแบบบุฟเฟต์มากไอ้สัด ถ้ากูเป็นมึงนะไอ้แทนกูจะนอนกระดิกตีนอยู่บ้านเฉยๆ ให้สบายเลย” ไอ้เจษบอกลอยหน้าลอยตาทำหน้าชวนฝัน

“นั่นดิ พี่ชายมึงสี่หล่อจตุรเทพนั่นก็รักมึงอย่างกับอะไรดี กูเห็นแต่ละคนทำงานกันงกๆ หาเงินมาให้มึงผลาญเล่นเนี่ย” ไอ้ไนน์หัวเราะชอบใจ

“ตกลงมึงชมกู อิจฉากู หรือว่ามึสองคนจะหลอกด่ากู” ผมยกตีนเตะขามันสองคน

เออก็จริงของพวกมันแหล่ะ ก็ช่วยไม่ได้นี่ ตอนเป็นสเปิร์มอยู่ในไข่พ่อกูคงว่ายน้ำช้ากว่าพวกพี่ๆ กู เลยทำให้กูมาเกิดช้าไปหน่อย แล้วก็เพราะไอ้ความเกิดช้ามาทีหลังนี่แหล่ะ ใครๆ เลยเห็นผมเป็นเด็กตลอดเวลา

“มึงวันนี้ไปแดกเหล้ากัน” ผมเอ่ยปากชวนสองเพื่อนสนิทเพราะรู้สึกเบื่อๆ ขึ้นมา

“มึงเลี้ยง” ไอ้เจษรีบชิงพูดกก่อนทันที

“เออ กูเป็นคนชวนกูเลี้ยงก็ได้ ไอ้สัด” ผมส่ายหัวให้กับไอ้เพื่อนสองคน จริงๆ ไม่ใช่ว่าพวกมันไม่มีตังนะแค่มันอยากแดกฟรีเท่านั้นเอง

“เดี๋ยวไปเจอกันร้านพี่คิงสามทุ่มล่ะกันมึงโทรจองโต๊ะด้วยวันนี้แม่งวันศุกร์เดี๋ยวเต็ม”

หลังจากตกลงกันเรียบร้อยแล้วพวกผมก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เพื่อไปอาบน้ำแต่งตัวหล่อๆ เพื่อที่คืนนี้จะได้ไปเมากัน ผมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งตัวเรียกว่าตั้งแต่หัวจรดตีนแบรนด์หรูมีระดับสมกับเป็นคุณหนูแทนตามสไตล์ผม ถ้ามีใครสักคนเดินมาตีราคาเฟอร์นิเจอร์เครื่องประดับบนตัวผมได้ บอกเลยว่าผมคือเงินเกือบสิบล้านที่เดินได้ล่ะครับ

ร้านพี่คิงเป็นผับดังระดับหกดาว หรูหราสำหรับพวกไฮโซอย่างพวกผม ส่วนใหญ่พวกที่มาเที่ยวๆ กันก็เป็นพวกเซเลป ดารา นักแสดง แล้วก็พวกลูกคนรวยถึงรวยมาก เพราะที่นี่ถ้าเงินในกระเป๋าไม่ถึงแสนอย่างเดินเข้ามาเชียวเพราะไม่มีปัญญาจ่ายแน่นอน เหล้าอย่างดีราคาปราณีสุดๆ ก็ขวดหลักหมื่น อย่างพวกผมอย่าเรียกว่าดื่มให้เรียกว่าอาบ แดกเองสามกลมอีกห้ากลมเลี้ยงสาว คนนั้นดริ้ง คนนี้ดริ้ง บิลมาทีนึงไม่เคยต่ำกว่าแสน บิลมาก็จ่ายไม่เคยเสียเวลาแหกตาดูหรอกกว่าไอ้เงินหลักแสนที่จ่ายไปนั้นค่าอะไรบ้าง

ผมกับพวกไอ้เจษ ไอ้ไนน์ ถือเป็นลูกค้าระดับวีไอพีของที่นี่เพราะไม่มีลิมิตเงินในกระเป๋า อยากได้แบบไหนพี่คิงจัดให้ไม่มีขาด วันนี้ก็เช่นกันพวกผมนั่งดื่มกันอยู่ที่โต๊ะไม่ต้องเสียเวลาลุกเดินไปไหนเดี๋ยวก็มีคนมาเสนอตัวให้ แค่ชายตามองเท่านั้นแหล่ะ ไอ้เจษวันนี้ดวงดีน่าจะได้ดาราคนนึงกลับไปด้วยเพราะเห็นคุยๆ กันสักพักก็ไปนั่งตักกันแล้ว ผมเห็นไอ้ไนน์เดินโซๆ เซๆ หายไปห้องน้ำเกือบชั่วโมง นี่มันคงไปแอบทำอะไรมาแน่ๆ เพราะผมเห็นขากลับมา มันกลับออกมากับน้องผู้ชายคนหนึ่งหน้าตาน่ารักตัวเล็กๆ สเปคมัน

ส่วนผมเป็นพวกปากหมาและขึ้นชื่อในความเรื่องมากปัญหาเยอะ เอาแต่ใจขี้วีนและเหวี่ยงร้ายกาจ ถึงจะจัดว่าหน้าตาดีมากแต่ไม่ค่อยมีคนกล้าเข้าใกล้ พวกไอ้เจษเคยจะยัดเยียดผู้หญิงให้ผมหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จเพราะแม่พวกนั้นวิ่งหนีปากผมไปซะก่อน หรือเคยมีสองสามครั้งที่ไอ้ไนน์พารุ่นพี่ผู้ชายหุ่นล่ำๆ ที่เล่นฟิตเนสกับมันมาแนะนำให้ผมรู้จัก แต่ผมก็ไม่เอาเหมือนกัน เอาเป็นว่าผมมันพวกเรื่องมาก เอาใจยาก หลังๆ ไอ้เพื่อนผมสองคนนี้ก็เลยไม่สนใจผมแล้วล่ะ

“ไอ้แทน กูว่ามีคนเล็งมึงแหล่ะ พิกัดสิบเอ็ดนาฬิกาเชิ้ตดำหุ่นล่ำน่าปล้ำชิบหายเลยว่ะ” ไอ้ไนน์เอาตีนมาสะกิดผมใต้โต๊ะ ผมเหล่ตามองตามทิศทางที่มันบอก จริงๆ ผมก็แวบๆ เห็นมันอยู่สักพักเพราะแม่งสูงเด่นเหลือเกินแต่ตอนนี้ตากูพร่าหมดแล้วเพราะฤทธิ์เหล้าที่ตะบี้ตะบันแดกเข้าไปนี่แหล่ะ อิห่าเด็กชงเหล้าร้านพี่คิงนี่ก็ชงเก่งชิบหาย ชงยื่น ชงยื่น จนกูมึนไปหมดแล้ว

พวกผมแดกกันจนร้านปิด ผมเมาจนหมาไม่มองแล้วตอนนี้เดินแทบไม่ไหว ไอ้ไนน์ขอแยกตัวกลับไปกับน้องผู้ชายตัวเล็กน่ารักคนนั้น ส่วนไอ้เจษหิ้วสาวกลับไปแล้วเหมือนกัน ตอนนี้ผมกำลังรวบรวมสติเพื่อหาทางเดินกลับไปที่รถ แต่แม่งให้ตายเถอะทางแม่งคดเคี้ยวเหลือเกิน กูว่าตอนกูมาทางมันก็ตรงดีนี่หว่า ไอ้พื้นที่เดินแม่งก็ยวบยาบไปหมดเดินๆ ไปก็เหมือนจะล้ม ผมเดินทรงตัวไม่อยู่จนเกือบล้มคะมำหน้าทิ่ม แต่โชคดีไม่รู้ใครมาคว้าผมเอาไว้ได้ก่อนที่จะลงไปนอนกลิ้งกับพื้น

“อื้อ” ผมปัดมือของผู้หวังดีออก ใช้มือทั้งสองข้างพยายามยันตัวให้ลุกขึ้น แต่แม่งเอ้ยทำไมกูมืออ่อนตีนอ่อนขนาดนี้วะ หัวก็หนักชิบหายยังกะมีใครเอาลูกแตงโมมาผูกติดหัวกูเลย ผมยกหัวขึ้นมาแทบไม่ไหวจนไอ้ใครคนนั้นประคองผมให้ลุกขึ้นยืนแล้วพาผมเดินกลับมาจนถึงรถสปอร์ตคันหรูของผม

“กุญแจกูอยู่ไหนวะ” ผมคลำมือสะเปะสะปะไปตามเสื้อและกางเกงเพื่อคลำหากุญแจรถ

“อยู่นี่” เสียงใครคนหนึ่งพูดอยู่ใกล้ๆ หูผม ผมแหงนคอขึ้นไปมองมันจนคอตั้ง ตอนเด็กๆ แม่มึงให้แดกนมยี่ห้ออะไรวะสูงชิบหาย มึงแดกเสาไฟก่อนไปโรงเรียนไงไอ้สัด ผมมองหน้าไอ้เสาไฟเดินได้ไม่ชัดเพราะแม่งมัวไปหมดสมองเบลอไปหมดแล้วตอนนี้

“อื้อ เอามา” ผมเอื้อมมือคว้าอากาศพยายามแย่งกุญแจรถคืนแต่ไอ้เสาไฟฟ้ามันไม่ยอมให้ผม

“ไม่ให้ขับ ไปนั่งเดี๋ยวจะขับให้” ไอ้เสาไฟฟ้าเดินได้ตรงหน้าลากผมไปฝั่งด้านข้างคนขับ

“รถกู” ผมพยายามแย่งกุญแจรถคืนแต่ไม่สำเร็จ ไอ้พี่คิงแม่งเอาเหล้าอะไรให้กูแดกวะ คืนนี้แม่งเมาสัด แล้วไอ้ชิบหายมึงเป็นใครเนี่ย รถกูไอ้สัดมึงมีสิทธิ์อะไรมาขับรถกู เออแต่ตอนนี้คือผมเมามากจนไม่มีแรงไปสู้รบปรบกับไอ้โย่งนี่

“นั่งลงเฉยๆ” ไอ้เสาไฟฟ้าเปิดประตูรถแล้วยัดผมลงไปนั่งในรถอย่างไม่ได้สนใจเหี้ยอะไรเลย มันก้มลงยกขาผมที่อ่อนปวกเปียกจับยัดตามเข้าไปอีก

พอหัวพิงเบาะได้ก็เหมือนแม่งมีแม่เหล็กดูดหัวผมติดไว้กับเบาะหนังราคาแพงหัวผมหนักอึ้งโงหัวไม่ขึ้น ผมทำได้แค่พลิกหน้าหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของไอ้คนตัวยาวที่มันเปิดประตูรถผมเข้ามานั่งตำแหน่งคนขับแล้วสตาร์ทรถผมขับออกไป แค่เพียงภาพเลือนๆ ลางๆ ของผู้ชายคนหนึ่งแค่นั้น

“มึงเป็นใครเนี่ย” ผมเอียงหน้าหันไปหามัน ตาผมปรือจนมองอะไรแทบไม่เห็นมันเบลอๆ มัวๆ สติก็เลอะๆ เลือนๆ

“เมาก็นอนไป”

ไอ้ห่านั่นเอื้อมฝ่ามือใหญ่เท่าใบลานมาปิดหน้าผม ผมพยายามส่ายหน้าหนีมัน แต่มือมันมือเดียวปิดหน้าผมจนมิด ผมยกมือขึ้นมาตีมันหลายทีแต่เพราะว่าเมามากจนไม่มีเรี่ยวแรงเหลือเลยหลับแม่ง ผมรู้สึกตัวว่ามันเอื้อมมือมาปรับเบาะให้เอนไปด้านหลังช้าๆ แล้วเอามือหนาๆ มากดทับหน้าอกผมไว้ไม่ให้ผมดิ้น เอาเป็นว่าช่างมึงล่ะกันตอนนี้กูง่วง มึงอยากขับไปไหนก็เรื่องของมึงกูจะนอนล่ะ

ผมรู้สึกตัวแบบเบลอๆ เหมือนฝันไปว่ามีใครแบกผมขึ้นบ่าแล้วพากลับมานอนที่ห้องนอนของผม เงาของใครคนหนึ่งลางๆ เลือนๆ ในม่านสายตาเดินไปเดินมาในห้องนอนผม จับผมแก้ผ้าเช็ดตัวแล้วก็…....ไอ้สัดเอ้ย อะไรกันวะเนี่ย

ผมรู้สึกเสียวๆ แปลกๆ มันเป็นความรู้สึกที่โคตรดีเลย ผมง่วงแล้วก็เมาจนแยกระหว่างความจริงกับความฝันไม่ออกแล้ว แต่ที่แน่ๆ คืนนี้กูฝันเปียกแน่นอน ฟินชิบหาย ....

ผมรู้สึกเหมือนใครเอาค้อนมาทุบหัวผมแต่เช้าแม่งมึนชิบหาย ผมพลิกตัวคว่ำหน้าลงกับหมอนนุ่มใบใหญ่ ดิ้นไปดิ้นมาอยู่สักพักถึงมีแรงลืมตาขึ้นมา กูฝันอะไรวะเมื่อคืนผมนอนทบทวนความทรงจำเบลอๆ ของตัวเองอยู่พักใหญ่จึงได้ลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว

ผมยืนเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่สำหรับวันนี้อยู่ประมาณห้านาทีแล้วก็ยังเลือกไม่ได้ว่าวันนี้จะใส่อะไรดี จนในที่สุดผมจึงตัดสินใจหยิบเสื้อยืดแบรนด์ดังมาเพื่อจะใส่ ผมปลดสายเชือกผูกเอวชุดคลุมอาบน้ำออกแล้วถอดมันโยนไปกองบนเตียงนอน

“เหี้ย” ผมเอี้ยวตัวไปเห็นผู้ชายคนแปลกหน้าคนหนึ่งยืนมองผมอยู่ด้านหลัง ไม่รู้ว่ามันยืนอยู่นานแค่ไหนแล้ว รู้แค่ตอนนี้ผมแก้ผ้าเปลือยล่อนจ้อนอยู่ต่อหน้ามัน

“ขโมย ขโมย” ผมแหกปากร้องลั่นบ้านเมื่อหันไปเห็นไอ้คนแปลกหน้ายืนจังก้าอยู่ข้างหลังผม แล้วก็ไม่รู้ล่ะ อะไรใกล้มือผมก็คว้ามาขว้างใส่มันหมด

+++ ไทม์ +++

ผมชื่อ ไทม์ อายุยี่สิบแปดปี ผมถูกไหว้วานจากผู้ใหญ่ที่พบเคารพท่านหนึ่งให้มารับหน้าที่ช่วยเป็นพี่เลี้ยงเด็กอายุยี่สิบเอ็ดปีคนหนึ่ง อันที่จริงผมไม่ได้เรียนจบอะไรที่เฉียดๆ มาใกล้งานทางด้านนี้เลยสักนิด แต่ที่มารับงานนี้เพราะว่าเงินดีแล้วก็เพราะคนที่เขาขอร้องผมนั่นแหล่ะ

ผมยืนมองเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งดื่มเหล้าอย่างสนุกกับกลุ่มวัยรุ่นที่โต๊ะ จนถึงเวลาร้านปิดกลุ่มวัยรุ่นก็แยกย้ายทางใครทางมันเพราะแต่ละคนสภาพเรียกว่าเมาอย่างหมา ผมไม่ได้สนใจคนอื่นไม่ว่าจะไปเป็นตายร้ายดีที่ไหนเพราะหน้าที่ของผมคือดูแลแค่คนๆ เดียว ผมคว้าเอากุญแจรถซุปเปอร์คาร์ราคายี่สิบกว่าล้านมาถือไว้ในมือแล้วจับร่างบางๆ ของเจ้าของรถยัดใส่รถไป ก่อนจะพาขับกลับมาบ้าน

คนเมานั่งคอพับคออ่อนมาตลอดทาง ผมต้องคอยเอามือประคองหัวแล้วดันหน้าไม่ให้ทิ่มไปฟาดคอนโซลรถให้ดั้งลูกคุณหนูแหกเสียก่อน พอกลับมาถึงบ้านผมถึงได้แบกเอาคนตัวเล็กขึ้นบ่าเดินขึ้นไปส่งบนห้อง คนเมาสภาพตัวอ่อนปวกเปียกกลิ่นเหล้าหึ่งไปหมด เครื่องหน้าหวานๆ แต่ดูแวบเดียวรู้เลยว่าเป็นคนเอาแต่ใจแน่นอน เจ้านายเด็กของผมนอนแผ่ถ่างขาอ้าซ่าเต็มเตียงเตะแขนเตะขาพันกันวุ่นวายไปหมด

ผมก้มลงปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตราคาแพงนั้นแล้วถอดออก ตามด้วยกางเกงยีนส์ราคาหลักแสน บ๊อคเซอร์ ถุงเท้า ผมจับถอดหมดไม่มีเหลือสักชิ้น ผมยืนถอนหายใจอยู่กับร่างเปลือยเปล่าสว่างจ้าจนแสบตาของคนตรงหน้า ให้ตายเถอะ บ้านนี้เค้าเลี้ยงลูกด้วยหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์หรือไงวะ มึงจะขาวสว่างขนาดนี้ไม่ได้มั้ง แม่งผิดธรรมชาติลูกผู้ชาย ใบหน้าจนถึงลำคอของคนเมาแดงปื้นเพราะฤทธิ์เหล้า ผมเดินไปหยิบผ้าขนหนูเอามาชุบน้ำแล้วนั่งลงเช็ดตัวให้ไอ้เจ้านายตัวน้อยคนใหม่ของผม

คนเมาดิ้นปัดไม้ปัดมือวุ่นวายไปหมด ผมเช็ดเรื่อยลงมาจนต่ำกว่าสะดือ เออผมก็เพิ่งเคยเห็นกับตาตัวเองวันนี้ ปกติเห็นแต่ในหนังโป๊ว่าพวกฝรั่งส่วนใหญ่มันไม่มีขนตรงนี้ แต่นี่คนไทยแท้ๆ ทำไมเกลี้ยงเกลาไม่มีขนสักเส้น ท่อนเอ็นน้อยๆ ขนาดน่ารักสมตัวกับคนตัวเล็กนอนนิ่งหลับสนิทพอๆ กับเจ้าของมัน ผมแกล้งใช้ผ้าชุบน้ำไปเช็ดๆ ลูบๆ รูดๆ อยู่สักพักมันถึงค่อยๆ ตื่นแข็งตัวขึ้นทีละนิดๆ แท่งเนื้อสีชมพูใสๆ ส่วนหัวเป็นสีชมพูเข้ม ผิวเนื้อบางจนเห็นเส้นเลือดเป็นรอยหยักๆ ด้านใน ถุงเนื้อห่อหุ้มไข่สองใบน้อยๆ สีชมพูแปล้ดกลมๆ แม่งน่าบีบเล่นชิบหาย ผมยื่นนิ้วมือออกไปเขี่ยๆ คลึงถุงสีชมพูนั่นเล่น คนเมาส่งเสียงครางอื้อๆ อ้าๆ ออกมาถ่างขาแยกออกจากกันบิดตัวไปมา

หือ....ทำไมกูแข็ง ผมสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่าไอ้เจ้าลูกชายสุดรักของผมมันพองตัวขึ้นมาจนคับอยู่ใต้กางเกงในของผม เดี๋ยวๆ มึงจะมาผงาดตอนนี้ไม่ได้นี่มันเจ้านายกู แถมยังเป็นผู้ชายด้วยไอ้สัด มึงหลับลงไปเดี๋ยวนี้ ผมเอื้อมมือลงไปบีบเป้ากางเกงตัวเอง พยายามสลัดหัวแรงๆ เพื่อขับไล่ความคิดอัปรีย์ในหัวออกไป แต่ดูจะไม่สำเร็จเพราะมันไม่ใช่แค่ผมที่ตั้งเด่อยู่ฝ่ายเดียว เพราะคนเมาไม่ได้สติก็ตั้งลำพุ่งแท่งเนื้อสีชมพูอ่อนตั้งโด่มาชี้หน้าผมอยู่ตอนนี้

ผมรูดมือขึ้นๆ ลงกับท่อนเนื้อนั้นหนักๆ ฟังเสียงคนเมาครางอย่างสุขสมไม่นานไอ้เจ้ามังกรน้อยน่ารักก็พ่นน้ำออกมาเลอะมือผมจนได้ เอาล่ะสิกู มังกรน้อยหลังจากพ่นน้ำออกมาได้ไม่นานมันก็หลับไป แล้วมังกรยักษ์ของกูล่ะจะทำยังไง ผมจัดการค้นตู้เสื้อผ้าแล้วใส่เสื้อผ้าให้คนเมาส่วนตัวเองรีบกลับห้องตัวเองทันที ไม่ต้องบอกหรอกว่าผมทำอะไร เอาเป็นว่าคืนนี้ผมสาวจนเมื่อยมือกันเลยทีเดียว

ตอนเช้าผมตื่นมานั่งรอเพื่อคอยรับใช้ดูแลเจ้านายตัวน้อยของผม ตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ปาเข้าไปสิบเอ็ดโมงแล้วพ่อเจ้าประคุณก็ยังไม่ตื่น จนสิบเอ็ดโมงครึ่งผมจึงลองเปิดประตูเข้าไปใหม่ เห็นว่าคนเมาเมื่อคืนตื่นเรียบร้อยแล้วและคงเพิ่งอาบน้ำเสร็จเพราะทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นครีมอาบน้ำและแชมพูสระผมหอมฟุ้งจนตีผมหน้าหงาย ผู้ชายอะไรวะหอมชิบหาย

ผมเดินมาหยุดยืนดูหลอดไฟนีออนเดินได้ยืนแก้ผ้าหันหลังให้ผมอวดบั้นท้ายกลมมน เอวคอดจนเหมือนเอวผู้หญิงแต่สะโพกผายน่ากระแทกชะมัด เอาอีกแล้วกูความคิดอัปรีย์อีกแล้ว จนไอ้หลอดไฟสีขาวสว่างตายืนโก้งโค้งก้มๆ เงยๆ อยู่กับตู้เสื้อผ้า แล้วก้มลงไปหยิบอะไรสักอย่างจากในลิ้นชัก ผมนี่กลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก เพราะบั้นท้ายขาวๆ นั้นแม่งทำให้ผมใจสั่นไปหมด แล้วคนตัวเล็กก็หันมาโยนเสื้อคลุมอาบน้ำมาที่เตียงนอน

“เหี้ย” เสียงร้องดังลั่นด้วยความตกใจ

หลังจากนั้นก็ไม่รู้อะไรพุ่งเข้ามาใส่ผมไม่ยั้ง เสื้อผ้า กางเกง ไม้แขวนเสื้อ ระดมกระหน่ำใส่ผมไม่ยั้ง เปรตตัวขาวพุ่งกระโจนใส่ผมทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้า

“มึงเป็นใครออกไปนะ ขโมย ขโมย” เสียงร้องตะโกนของคนตัวเล็กที่คร่อมทับผมอยู่ทั้งๆ ที่ตัวเองเปลือยล่อนจ้อน ผมพลิกกลับให้จอมโวยวายลงไปนอนแผ่ราบลงกับพื้นห้องแล้วพลิกตัวขึ้นมาคร่อมทับอยู่ข้างบนแทน เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากประตูห้องผมถึงคว้าเอาเสื้อคลุมอาบน้ำที่เจ้าตัวยุ่งโยนทิ้งไปบนเตียงมาคลุมให้ไอ้ผีเปรตตัวน้อยก่อน ทันเวลาพอดีกับที่คนอื่นๆ วิ่งกรูเข้ามาในห้อง

“ว้าย” เสียงร้องอย่างตกใจของคุณหญิงย่าประมุขของบ้านร้องขึ้น เมื่อเปิดประตูเข้ามาเห็นผมนั่งคร่อมร่างหลานชายสุดที่รักของท่านอยู่ ในสภาพที่หลานรักนอนตัวชมพูเสื้อผ้าไม่ใส่มีแค่เสื้อคลุมอาบน้ำปิดๆ บังๆ เอาไว้เท่านั้น

บทถัดไป