บทที่ 6 ตอนที่ 4 นักมวยของแทร่ !!!

ตอนที่ 4:

นักมวยของแทร่ !!!

“เชี่ย!”

เหมันต์หลุดอุทานหยาบโลนออกมาจากลำคอเสียงหนัก ชายหนุ่มถึงกับตกอยู่ในอาการอ้าปากค้างนัยน์ตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงลานขั้นสุด สืบเนื่องจากพิกัดเรือนร่างกำยำของตนเองที่กำลังยืนเบียดเสียดปักหลักอยู่ชิดติดขอบเส้นเชือกกั้นสังเวียน ดังนั้น ทัศนียภาพในจังหวะคูหาเวลาที่ทอฝันออกแรงขับเคลื่อนตวัดวงแข้งหวดฝ่าเท้าซัดสาดเข้าใส่เป้าหมาย จึงประจักษ์แจ่มชัดเข้าสู่สายตาคมกริบของเขาอย่างเต็มเปาไร้สิ่งใดกางกั้น

เธอขยับเลี้ยวขาตวัดขึ้นเตะก้านคอคู่ต่อสู้ด้วยความเร็วรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด ซึ่งอานุภาพความไวนั้นมากมายมหาศาลเสียจนแม้แต่ตัวของศัลยแพทย์หนุ่มหรืออดีตชายฉกรรจ์เดนตายเช่นเขา... ยังไม่บังเกิดความมั่นใจในศักยภาพเลยสักกระผีกว่าตนเองจะสามารถเอี้ยวเรือนร่างหลบหลีกมรณภัยชิ้นนี้ได้ทันท่วงที เหนือผืนผ้าใบบนเวที บุคลากรกรรมการผู้ชี้ขาดไม่คิดจะเสียเวลาขยับปากนับถอยหลังแต่อย่างใด เขาจัดการชูท่อนแขนเรียวของทอฝันขึ้นสูงป่าวประกาศให้เธอเป็นผู้ชนะไฟต์นี้ทันที เหมันต์ทอดสายตามองจับจ้องภาพเรือนร่างระหงที่กำลังแสดงอาการดีอกดีใจ กระโดดโลดเต้นถลากายเข้าสวมกอดกับเจ้าหน้าที่เทรนเนอร์ประจำค่ายมวยด้วยความปรีดา ในส่วนลึกของหัวใจชายหนุ่มพลันบังเกิดกระแสรสชาติฝาดปะแล่มแล่นพล่านขึ้นมาในอกอย่างยากจะควบคุม ก่อนที่เขาจะตวัดสายตาคมกริบกลับลงมาจับจ้องพินิจตรงเรียวขาคู่สวยขาวผ่องของเธอ ซึ่งในเวลานี้กลับคลาคล่ำไปด้วยร่องรอยฟกช้ำบอบช้ำ บวมแดงระเรื่อจากการต้องทำหน้าที่เป็นปราการรับแรงเตะปะทะอย่างหนักหน่วงตลอดการแข่งขัน

มโนสำนึกของเหมันต์ลอบหวนนึกย้อนความหลังไปถึงอดีตอันแสนหวาน... ในหน้าประวัติศาสตร์ที่ผันผ่าน เขาไม่อาจระลึกได้เลยว่าตนเองเคยออกแรงยกเรียวขาคู่สวยขาวผ่องคู่นั้นขึ้นมาพาดบ่าแกร่งเพื่อเริงสวาทไปกี่ร้อยกี่พันครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกระแสความนุ่มนิ่มละมุนมือยามเมื่อได้สัมผัสโลมเลีย หรือในจังหวะคูหาเวลาที่เขาออกแรงจับรั้งเรือนร่างของเธอพลิกคว่ำพลิกหงายเพื่อเปลี่ยนท่วงท่าบทรัก สตรีสาวก็มักจะยินยอมโอนอ่อนผ่อนตาม สยบยอมเชื่อฟังคำสั่งของเขาอย่างว่าง่ายและเชื่องประดุจแมวน้อยเสมอมา

ทว่า... มีสิ่งใดละม้ายคล้ายคลึงกับสภาวะในปัจจุบันนี้บ้างล่ะ? ในเมื่อยามนี้รอบกายของเธอหลงเหลือเพียงกระแสความเกรี้ยวกราด ดุดัน และแข็งกระด้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฉากวินาทีที่เธอเปิดฉากเตะก้านคอคู่ชกต่างชาติ ชายหนุ่มประจักษ์แจ้งเต็มสองตาว่าเรียวขาคู่สวยระหงข้างนั้นของเธอ ยามเมื่อมันพุ่งทะยานอัดกระแทกเข้าใส่เนื้อหนังมังสาของคู่ต่อสู้... อานุภาพและน้ำหนักของมันช่างรุนแรง ดิบเถื่อน แทบไม่ได้มีความแตกต่างไปจากการหยิบยกเอาท่อนไม้หน้าสามขนาดใหญ่มาลงมือฟาดบดขยี้เข้าที่ท้ายทอยเลยแม้แต่น้อยกระผีกเดียว

“...”

ในระหว่างที่เนื้อน่านฟ้าเหนือเวทีกำลังดำเนินกระบวนการป่าวประกาศเกียรติคุณและส่งมอบของรางวัลเกียรติยศแก่ผู้ชนะประจำแมตช์ พิกัดเบื้องล่างใต้สแตนด์อัฒจันทร์ เหมันต์ก็ค่อย ๆ ขยับกายหมุนเรือนร่างกำยำของตนเองสับฝ่าเท้าก้าวเดินย้อนกลับมุ่งหน้าไปยังบานประตูทางออกฉุกเฉินอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าคมคายหล่อเหลาของอสูรกายหนุ่มในเวลานี้บ่งบอกแจ่มชัดว่าระบบจิตใจของเขากำลังตกอยู่ในห้วงแห่งกระแสอารมณ์อันหลากหลายทับซ้อน ปรวนแปรเสียจนบรรดาสมุนมือดีรอบกายไม่อาจปัดสายตาตีความออกได้เลยว่า เจ้านายเหนือหัวกำลังครุ่นคิดแผนการร้ายอันใดอยู่ในมโนสำนึก

ย้อนความหลังไปก่อนที่จะนำพาร่างก้าวเท้ามาเยือน ณ สถานประกอบการแห่งนี้ ความจริงแล้วเหมันต์ได้ออกคำสั่งให้สายสืบมือดีออกแกะรอยสืบเสาะหาพิกัดตำแหน่งที่พำนักของทอฝันมาได้สักระยะหนึ่งใหญ่แล้ว อันที่จริงตัวเขาผู้ถือครองอำนาจล้นฟ้าไม่ได้มีความคิดที่จะลดเกียรติเดินทางมาควบคุมแกะรอยตามตื้อเธอด้วยตนเองเลยสักนิด เพียงทว่าในทุกคราที่เขาพยายามกดต่อสายติดต่อส่งกระแสเสียงไปหา สตรีอวดดีผู้นั้นก็มักจะจัดการกดปุ่มตัดสายสัญญาณของเขาลงทิ้งขว้างอย่างไร้ความปรานี ไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะเปิดริมฝีปากเจรจาพาทีหรือตกลงข้อผูกมัดข้อตกลงอันใดกับเขาเลยแม้แต่คำเดียว

วินาทีแรกที่สายสืบมือดีส่งรายงานข่าวกรองกลับมาแจ้งแถลงไขว่าอดีตสาวใช้ผู้อ่อนแอในวันวาน บัดนี้ผันตัวมาดำรงตนเป็นนักมวยอาชีพเจนสังเวียน เหมันต์ถึงกับบังเกิดกระแสความเคลือบแคลงสงสัยจนแทบไม่เชื่อหูตนเอง และนั่นคือเหตุผลกลใดที่บีบคั้นให้เขาต้องหอบหิ้วเรือนร่างกำยำเดินทางลุยป่าฝ่าดงมาดูให้เห็นประจักษ์ชัดเต็มสองตาตนเองในค่ำคืนนี้

ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลสับฝ่าเท้าก้าวเดินออกจากสนามมวยควบคู่ไปกับกระแสความว้าวุ่นใจและปั่นป่วนในอกอย่างรุนแรง นั่นเพราะยามเมื่อได้มาทัศนาวิสัยทอฝันที่แปรเปลี่ยนสภาพมาเป็นแม่เสือสาวสายดุเช่นนี้ มันช่างมีความแตกต่างห่างไกลจากเรื่องราวภาพจำลองพร่ำบ่นที่ผู้เป็นมารดาเคยบอกเล่าให้ฟังกราวรูดราวฟ้ากับเหว

ย้อนปฏิทินกลับไปในช่วงครึ่งปีก่อนหน้านี้... เหมันต์เพิ่งจะเสร็จสิ้นกระบวนการเล่าเรียนและจัดแจงหอบหิ้วสัมภาระเดินทางโผบินกลับคืนสู่ประเทศไทย มารดาบังเกิดเกล้าของเขาประสบวิกฤตการณ์อาการโรคร้ายรุมเร้าจนร่างกายทรุดโทรมไม่ค่อยสู้ดี ทว่าในระหว่างที่ตัวเขากำลังว้าวุ่นขะมักเขม้นกับการดำเนินเรื่องย้ายตำแหน่งสายงานบริหารภายในองค์กร สตรีเหล็กผู้เป็นมารดาพลันส่งสัญญาณเรียกขานให้เขาเข้าพบชิดติดขอบเตียงพำนัก พร้อมกับแจ้งแถลงไขว่ามีเนื้อหาเรื่องราวสำคัญขั้นสุดยอดที่จำเป็นต้องบอกเล่าให้เขาได้รับทราบก่อนที่เธอจะสิ้นลม

และมวลเรื่องราวสำคัญที่ว่านั้นคือนิยามข้อใดกันล่ะ?... ความจริงแท้ขั้นสูงสุดก็คือ ตัวเขาผู้ครองตนเป็นโสดยังซิงมาเนิ่นนาน... กลับมีสายเลือดเนื้อกษัตริย์มีลูกเป็นตัวเป็นตนดำรงชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แล้ว!

ในเศษเสี้ยววินาทีแรกยามเมื่อได้รับฟังมลความจริงจากปากของคุณนายไพลินซึ่งกำลังนอนป่วยซมหมดสภาพอยู่บนเตียงคนไข้ภายในสถานพยาบาล ระบบหัวใจของเหมันต์ก็พลันตื่นตระหนกกระตุกวูบอย่างรุนแรง ชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องขยับสมองครุ่นคิดหรือตรึกตรองให้เสียเวลาเลยว่า ทารกสายเลือดปริศนารายนั้นจะก่อกำเนิดขึ้นมาจากครรภ์ของสตรีนางใด เพราะในมโนสำนึกนึกออกได้ทันทีในชั่วอึดใจว่า... ต้องเป็นทอฝันอย่างแน่นอน! นั่นเพราะตลอดชั่วชีวิตและหน้าประวัติศาสตร์สัมมาชีพที่ผ่านมา นอกเหนือจากเรือนร่างระหงของเธอแล้ว ตัวเขาก็ไม่เคยริอ่านเปิดฉากร่วมประเวณีหลับนอนหรือเสพสมกับสตรีหน้าไหนบนโลกใบนี้อีกเลยตลอดกาล

ทว่ายามใดที่ภาพจำเกี่ยวกับทอฝันแล่นพล่านเข้าสู่สมอง เหมันต์ก็มักจะสัมผัสได้เพียงกระแสความทรงจำอันแสนเจ็บปวดรวดร้าวขื่นขม เนื่องมาจากในช่วงหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาอุตส่าห์ตั้งมั่นกระทำตามพันธสัญญาใจเปิดฉากคุยเรื่องแต่งงานกับผู้เป็นมารดาเรียบร้อยแล้วแท้ ๆ ทว่าสตรีใจดำผู้นั้นกลับเลือกที่จะกระทำพฤติกรรมหลบหน้าหลบตากระจัดกระจายหายไปจากชีวิตของเขา ซ้ำร้ายยังส่งข้อความตัดสัมพันธ์บอกเลิกราอย่างหักดิบ โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ขยับปากพูดคุยเจรจาหาเหตุผลร่วมกันเลยแม้แต่คำเดียว

ในคูหาเวลานั้น... มันเกิดวิกฤตการณ์บัดซบอันใดขึ้นกันแน่?

หลังจากสลัดชุดนักเรียนมัธยมปลายเรียบร้อย เหมันต์ก็รวบรวมความกล้าเปิดฉากบอกเล่าความสัมพันธ์ลึกซึ้งเชิงชู้สาวระหว่างตัวเขากับทอฝันให้คุณนายไพลินได้รับรู้ตามตรง

เขาแสดงเจตจำนงเด็ดขาดว่าปรารถนาจะให้ผู้เป็นมารดาจัดขบวนขันหมากเดินทางไปสู่ขอทอฝันมาแต่งงานยกย่องเป็นเมียแต่งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งสตรีเหล็กผู้เป็นมารดาก็ไม่ได้เอ่ยปากทัดทานและยินยอมเห็นดีเห็นงามด้วย ทว่ากลับมีการยื่นเงื่อนไขและข้อผูกมัดแลกเปลี่ยนประการหนึ่งว่า คนทั้งคู่จะต้องจูงมือร่วมเดินทางไปศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยยังต่างประเทศด้วยกัน เหมันต์ที่ไม่ได้บังเกิดความขัดข้องอันใด จึงจัดการก้าวเท้าเดินทางโผบินล่วงหน้าไปก่อนเพื่อจัดแจงเตรียมความพร้อมเรื่องที่พักอาศัยและสำรวจมองหาคณะมหาวิทยาลัยที่จะเข้าศึกษาเล่าเรียนเพื่อรองรับเธอ

ทว่า... วิกฤตการณ์อันเหนือความคาดหมายประดุจสายฟ้าฟาดก็พลันระเบิดขึ้นทันควัน

ยามเมื่อเหมันต์จัดการภารกิจเสร็จสิ้นและเดินทางย้อนกลับคืนสู่ประเทศไทย เขากลับต้องมาเผชิญหน้ากับความจริงอันแสนช็อกระทมทุกข์ ยามเมื่อพบว่าผู้เป็นมารดาของทอฝันได้ลงชื่อยื่นเอกสารลาออกจากตำแหน่งหน้าที่การงานครัวเรือนอย่างกะทันหัน และแน่นอนที่สุดว่า สตรีในดวงใจของเขาก็จัดการหอบหิ้วสัมภาระติดสอยห้อยตามมารดาของหล่อนอันตรธานหายตัวไปจากคฤหาสน์ตระกูลอย่างประจวบเหมาะ...

เหมันต์สับฝ่าเท้าก้าวเดินพ้นผ่านประตูสนามมวยออกมาด้านนอก الشายหนุ่มออกคำสั่งเฉียบขาดสั่งการสารถีประจำตัวให้บังคับพวงมาลัยมุ่งตรงดิ่งไปยังพิกัดเขตโครงการหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งทันที ในระหว่างเส้นทางการจราจร ในหัวสมองก็แอบหวนนึกย้อนความทรงจำในอดีต ยามเมื่อได้รับกระแสข่าวกรองว่าเธอเปิดฉากพาร่างหนีหายไปพร้อมกับผู้เป็นมารดา ในคราวนั้นเขาบังเกิดความเคลือบแคลงสงสัยจนแทบไม่อยากเชื่อสายตา จึงได้จัดการส่งข้อความแชตส่วนตัวเพื่อซักไซ้ไล่เลียงคาดคั้นเอาความจริงจากปากของเธอตรง ๆ

ในวันวานคราวนั้น สตรีใจดำส่งข้อความประโยคใดตอบกลับมาบดขยี้หัวใจของเขากันล่ะ?... “ฉันไม่ได้รักนายแล้ว นายปล่อยฉันไปเถอะ นับจากนี้พวกเราไม่ต้องติดต่อกันอีก ต่างคนต่างก็มีทางเดินของตัวเอง”

“...”

หลังจากสิ้นประโยคตัดรอนอันแสนเลือดเย็นนั้น ไม่ว่าเขาจะพยายามรัวส่งข้อความอ้อนวอนหรือถามไถ่เหตุผลประการใดส่งไป หญิงสาวก็เลือกที่จะนิ่งเฉยและไม่อ่านข้อความเหล่านั้นอีกเลยตลอดกาล โทรศัพท์ติดต่อสายตรงไปก็ไร้สัญญาณตอบรับ จนกระทั่งในเวลาต่อมาเธอถึงขั้นกระทำพฤติกรรมหักดิบแปรเปลี่ยนรหัสหมายเลขเบอร์โทรศัพท์หนีหาย ทั้งยังลงมือลบข้อมูลงดใช้งานบัญชีสื่อสังคมออนไลน์สารพัดช่องทาง เพื่อปิดกั้นและหลบหนีไปจากชีวิตของเขาในทุกวิถีทางอย่างสิ้นเชิง

ผันผ่านไปเพียงไม่นานตามแรงขับเคลื่อน...

ยนตรกรรมคันหรูของเหมันต์ก็เคลื่อนตัวมาเทียบจอดสนิทตรงบริเวณประตูทางเข้าหลักของโครงการหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งพิกัดสถานที่สัมโมทนียสถานแห่งนี้... ก็คือรังนอนที่พำนักปัจจุบันที่ทอฝันใช้อาศัยซุกหัวนอนกับลูกชายนั่นเอง

อสูรกายหนุ่มขยับกายก้าวเท้าลงจากรถยนต์คู่ใจ เขาเริ่มสับฝ่าเท้าก้าวเดินนิ่ง ๆ ตรงดิ่งไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูรั้วเหล็กของอาคารทาวน์โฮมขนาดสองชั้นสไตล์โมเดิร์น แม้ตลอดหน้าประวัติศาสตร์ชีวิตที่ผ่านมาตัวเขาจะไม่เคยคิดจะขยับกายก้าวเท้ามาเหยียบย่าง ณ พิกัดสถานที่แห่งนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ทว่าระบบประสาทและสายสืบก็ยืนยันแจ่มชัดว่าอสังหาริมทรัพย์ตรงหน้านี้... คือกรรมสิทธิ์บ้านพักของสตรีอวดดีคนนั้นอย่างแน่นอน

ในเวลานี้เข็มนาฬิกาเคลื่อนบอกเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงยามสองทุ่มตรง เหมันต์เอื้อมเรียวมือแกร่งไปกดปุ่มส่งสัญญาณกริ่งหน้าประตูบ้านทันที ผันผ่านไปไม่ถึงสองนาทีเต็ม ประตูอาคารก็ถูกเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงชราวัยกลางคนรายหนึ่งที่สับฝ่าเท้าก้าวเดินออกมาต้อนรับ ปลายสายตวัดสายตามองประเมินชายหนุ่มแปลกหน้าก่อนจะเปิดปากเอ่ยประโยคถามไถ่ตามมารยาทสังคมว่า:

“พ่อหนุ่มมีธุระอะไรหรือ?”

สตรีอาวุโสรายนี้ถือครองนามกรว่า ‘ป้าแวว’ โดยปกติสามัญยามใดที่ทอฝันติดพันภารกิจสัมมาชีพหรือมีเนื้อหาเรื่องราวเร่งด่วนจนไม่สามารถปักหลักอยู่ดูแลบุตรชายด้วยตนเองได้ หญิงสาวก็มักจะเจียดจ่ายเม็ดเงินว่าจ้างป้าแวว ซึ่งมีฐานะเป็นถึงภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของเจ้าหน้าที่พนักงานรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน ให้มาทำหน้าที่คอยเฝ้าดูแลเอาใจใส่คิมหันต์แทนขัดตาทัพ

ตัดสลับมาทางฝั่งของทอฝัน...

เหนือห้องโดยสารรถยนต์อีโคคาร์คันเดิม กว่าที่เธอจะสามารถจัดแจงภาระงานและพาร่างกายอันบอบช้ำเคลื่อนย้ายออกจากสนามมวยมาได้ คูหาก็กำหนดเวลาจวนเจียนจะล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเวลาเกือบสามทุ่มตรง ดวงหน้าหวานเลอค่าในเวลานี้ปรากฏร่องรอยฟกช้ำบวมแดงปูดโปนอยู่อย่างเด่นชัดหลากจุด สืบเนื่องมาจากแผนการยุทธวิธีและแทคติกการชกบนเวทีของเธอในค่ำคืนนี้... มันคือการยอมตัดสินใจเปิดฉากเอาเรือนร่างระหงเข้าแลก ยินยอมผ่อนปรนให้แม่ฝรั่งคู่ชกเปิดพายุหมัดตะบันอัดถล่มเข้าใส่จนกระทั่งอีกฝ่ายเริ่มสูญเสียพละกำลังและหมดแรงไปเอง จากนั้นเธอจึงค่อยอาศัยช่องโหว่หาจังหวะเช็กบิลปิดบัญชีแค้นคว้าชัยชนะในชั่วพริบตา

ยอมเจตนาปล่อยให้คู่ต่อสู้ไล่ตลุงต่อยหน้าหน้าตาเฉยงั้นหรือ?...

คำตอบคือใช่แล้ว... ในระหว่างที่ปักหลักอยู่บนผืนผ้าใบสังเวียนเมื่อครู่ ทอฝันตั้งมั่นแสดงพฤติกรรมเพลี่ยงพล้ำตบตาหน้าอินทร์หน้าพรหม นับตั้งแต่กระแสเสียงระฆังดังเปิดฉากต้นยก เธอก็สวมบทบาทเป็นฝ่ายก้าวเท้าสับถอยหลังหลบหนีพัลวัน หรือไม่ก็แกล้งสวมบทบาททำเป็นร่างโงนเงนเซถลาถอยร่นเข้าสู่มุมอับ ปล่อยให้แผ่นหลังพิงแนบชิดติดเส้นเชือกกั้น เพื่อเปิดโอกาสให้คู่ชกตาน้ำข้าวระเบิดฟอร์มสาดอาวุธหมัด เท้า เข่า ศอก เข้าใส่เรือนร่างของตนเองอยู่ฝ่ายเดียวอย่างสนุกมือ

ลีลาชั้นเชิงและลูกล่อลูกชนเหล่านี้นับเป็นสิ่งที่เธอพากเพียรศึกษาเรียนรู้ ถอดรหัสมาจากบรรดาเหล่ายอดนักมวยระดับแชมป์แนวหน้าของประเทศ เธอชื่นชอบการเปิดรับชมไฟล์เทปบันทึกภาพย้อนหลังเกี่ยวกับทักษะและเหลี่ยมมวยในหลากหลายรูปแบบ ในบางคราอารมณ์ยังแอบขยับสมองครุ่นคิดเล่น ๆ ในใจเลยว่า หากตนเองเกิดมาถือครองเพศวิถีเป็นบุรุษอกสามศอก... ไม่แน่ว่าในปัจจุบัน ตัวเธออาจจะสามารถไต่เต้าก้าวขึ้นไปครอบครองตำแหน่งเป็นถึงแชมป์โลกมวยสากลอาชีพของสถาบันหลักสักแห่งไปเรียบร้อยแล้วก็เป็นได้

“Summary”

ทว่าผลลัพธ์จากความจำนนยอมเจ็บเนื้อเจ็บตัวในครานี้ ก็นำพามลค่าตอบแทนและเม็ดเงินรางวัลส่วนต่างมาให้ทอฝันเป็นจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยเหตุฉะนี้ ในระหว่างที่ฝ่ามือเรียวกำลังจับบังคับควบคุมพวงมาลัยรถยนต์ขับเคลื่อนไปตามเส้นทาง หญิงสาวจึงเลือกที่จะสลัดกระแสความเจ็บปวดรวดร้าวระบมตามกล้ามเนื้อและดวงหน้าเนียนทิ้งไปจนหมดสิ้น จัดการเปิดระบบเครื่องเสียงรับฟังบทเพลงรสโปรด พร้อมกับส่งกระแสเสียงฮัมทำนองเพลงคลอตามไปตลอดเส้นทางอย่างเปี่ยมสุข

จนกระทั่งยานพาหนะคันเก่งแล่นมาเทียบจอดสนิท ณ พิกัดหน้าอาคารที่พัก ยามเมื่อทอดสายตามองสำรวจมาจากทางด้านนอก หญิงสาวก็บังเกิดความฉงนใจเล็กลงเมื่อพบว่า มวลระบบกระแสไฟฟ้าแสงสว่างภายในห้องหับส่วนกลางที่สมควรจะถูกเปิดทิ้งไว้ขัดตาทัพในยามนี้... กลับถูกดับไฟจนมืดมิดสนิทลง ทอฝันจัดการก้าวเท้าลงจากรถยนต์ขยับกายไปออกแรงเปิดประตูรั้วเหล็กหน้าบ้าน ในใจลอบตั้งข้อสันนิษฐานไปไกลว่า ป้าแววผู้รับตราคงจะลงมือร้องเพลงกล่อมเจ้าตัวน้อยคิมหันต์ให้ดำดิ่งสู่ห้วงนิทราเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ถึงได้จัดการปิดระบบไฟในบ้านจนเงียบสงัดขนาดนี้

ยามเมื่อถอยรถยนต์เข้าซองจอดสนิทเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวก็จัดการหยิบยกพวกพวงกุญแจหมายจะลงมือไขปลดล็อกประตูทางเข้า ทว่าเรียวมือกลับต้องชะงักงันยามเมื่อพบว่า บานประตูไม้เนื้อดีไม่ได้ถูกลงกลอนล็อกเอาไว้แต่อย่างใด หว่างคิ้วเรียวสวยพลันกระตุกวูบทันที แม้ภายในระบบจิตใจจะแอบบังเกิดระลอกความเคลือบแคลงสงสัยอยู่ครามครัน ทว่าเธอก็ทำเพียงครุ่นคิดปลอบใจตนเองในแง่บวกว่า ป้าแววอาวุโสคงจะหลงลืมล็อกประตูตามประสาคนแก่เท่านั้นเอง

ผลลัพธ์ยามเมื่อออกแรงผลักบานประตูและก้าวเท้าเข้าสู่ภายในอาณาเขต... พื้นที่บริเวณชั้นล่างถูกจัดสรรเป็นห้องโถงโอ่อ่ากว้างขวางสำหรับใช้เป็นห้องนั่งเล่นพักผ่อน ท่ามกลางทัศนียภาพอันมืดสลัวไร้แสงไฟ ทอฝันยังคงถือครองสิทธิ์ความคุ้นชินสามารถจดจำพิกัดตำแหน่งการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ และโซฟาหรูหราของตนเองได้อย่างแม่นยำ ด้วยเหตุฉะนี้ เธอจึงเลือกที่จะสาวเท้าคลำทางสัญจรท่ามกลางเงามืดเพื่อมุ่งหน้าไปจัดการเปิดสวิตช์ระบบกระแสไฟฟ้าแสงสว่างส่วนกลาง

ในระหว่างที่เรียวขาคู่สวยกำลังก้าวเดินเหลือระยะห่างอีกเพียงราวห้าเมตรจะเข้าถึงพิกัดแผงควบคุมสวิตช์ไฟ...

เพียงทว่า... เหตุการณ์ภัยมืดอันน่าครั่นคร้ามก็พลันระเบิดอุบัติขึ้นกะทันหัน!

จู่ ๆ บริเวณหางตาของหญิงสาวก็จับสังเกตมองเห็นเงาดำทมิฬของสิ่งมีชีวิตสายหนึ่งขยับไหววูบผ่านความมืดอย่างรวดเร็ว ในวินาทีวิกฤตชิ้นนั้น ระบบกลไกการระแวดระวังภัยและปฏิกิริยาป้องกันตนเองของนักมวยหญิงเจนสังเวียนก็เปิดฉากทำงานโดยอัตโนมัติทันที สติยังไม่ทันได้ขยับสมองตรึกตรองสิ่งใด ทอฝันก็จัดการหมุนเรือนร่างสะบัดเรียวขาออกแรง ‘ถีบเท้ากลับหลัง’ ส่งแรงปะทะเข้าใส่เงาดำปริศนาคู่นั้นอย่างสุดแรงเกิดทันทีขัดตาทัพ

“ใคร!”

ทอฝันแผดเสียงตวาดกร้าวระเบิดกระแสเสียงดุดันออกขู่สำทับ พร้อมกับตั้งท่าจะฉวยโอกาสชักเรียวขากลับมาตั้งการ์ดสู้ ทว่าช่างน่าตระหนกขวัญยิ่งนักเมื่อขาทรงพลังของเธอ... กลับถูกอุ้งมือหนาของบุคคลปริศนาขยับเข้าเกาะกุมยึดจับล็อกเอาไว้มั่นท่ามกลางความมืดมิดอย่างแน่นหนา ยามเมื่อเสียหลัก หญิงสาวจึงตัดสินใจงัดแทคติกชั้นเชิงขั้นสูง ออกแรงเทคตัวกระโดดหมุนเรือนร่างกลางอากาศเพื่อตวัดเตะสลับฝ่าเท้าซัดสาดเข้าใส่เป้าหมายต่อเนื่องทันควัน ทว่าภายในระบบจิตใจกลับร่ำร้องกู่ร้องด้วยความขวัญหนีดีฝ่อว่าเคราะห์กรรมมาเยือนแล้วแน่ ๆ !

ท่ามกลางทัศนียภาพอันมืดมิด บังเกิดกระแสเสียงปะทะต่อสู้ดังระเบิดขึ้น ‘ตุบ!... ตุบ!... ตับ!... ตับ!’ สะท้อนเลื่อนลั่นไปทั่วบริเวณโถงกว้าง ทว่าผันผ่านคูหาเวลาไปได้ไม่นาน กระแสความโกลาหลวุ่นวายเหล่านั้นก็พลันสงบเงียบระงับลง...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป