บทที่ 12 12
12
“แล้วคุณคิดว่าหน้าผมมีไว้ให้ตบเล่นๆ หรือไงครับ คุณตบผมได้ผมก็จูบคุณได้เหมือนกัน และรู้ไว้เถอะ ว่าคุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมจูบแล้วไม่ได้เกิดอารมณ์พิศวาสอะไรขึ้นมาเลยสักนิด” เทวินทร์ตอกกลับด้วยคำพูดเชือดเฉือนพอกัน แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าที่พูดออกไปไม่ได้เป็นความจริง
เจ้าของดวงหน้างดงามจ้องหน้าเขาอย่างขุ่นเคืองใจ น้ำตาพานหยุดไหลเอาดื้อๆ นึกอยากจะตะกุยหน้าขาวๆ นั่นให้เป็นรอยนัก ผู้ชายอะไรปากเสียแถมยังหลงตัวเอง!
“ปล่อยได้แล้ว ฉันจะกลับ”
หญิงสาวสะบัดตัวจนหลุดออกจากอ้อมแขน ซึ่งเจ้าของอ้อมแขนก็ยินยอมปล่อยร่างเนียนนุ่มแต่โดยดี แม้จะยังเสียดายอยู่ลึกๆ ก็ตาม ชายหนุ่มยืนกอดอกมองหญิงสาวด้วยท่าทางหยิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่ตัวเขาเองก็ยัง
แปลกใจ
“คุณจะกลับก็เรื่องของคุณ แต่ผมจะให้โอกาสบริษัทคุณเพื่อขอนัดสัมภาษณ์อีกครั้ง แต่ขอให้ส่งคนใหม่ที่มีประสิทธิภาพและความพร้อมมากกว่านี้มาพบผม”
คำพูดของชายหนุ่มทำเอาหน้าของหญิงสาวชาไปทั้งแถบ นี่เขาด่าเธอว่าเป็นคนไม่มีประสิทธิภาพงั้นเหรอ
แต่ช่างเถอะ...แค่เขายอมให้โอกาสอีกครั้งก็ถือว่าดีแล้ว ในเมื่อเขาต้องการให้คนใหม่มาพบก็เป็นการดีสำหรับเธอ เพราะเธอเองก็ไม่ได้อยากมาแต่แรกแล้วเหมือนกัน
ขณะก้าวตามเจ้าของบริษัทโฆษณาคนดังออกไปยังห้องทำงานของเขา และทรุดนั่งก้นยังไม่ทันร้อนเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าถือของเธอก็ดังขึ้นเสียก่อน หญิงสาวเหลือบมองไปทางชายหนุ่มแวบหนึ่ง ก่อนจะหยิบมากดรับ
“ค่ะพี่ต้น”
“นุชถึงบริษัทคุณเทวินทร์หรือยัง”
น้ำเสียงของธนะวิทย์เต็มไปด้วยความกังวลจนบุษบามินตราสัมผัสได้ เธอจึงตอบอีกฝ่ายออกไปสั้นๆ โดยไม่ได้อธิบายอะไรไปมากกว่านั้น
“ถึงแล้วค่ะ”
“คุณเทวินทร์ยอมให้นุชนัดสัมภาษณ์เขาหรือเปล่า”
น้ำเสียงกระตือรือร้นและเต็มไปด้วยความหวังของคนในสายทำให้หญิงสาวนิ่งอึ้งไป งานที่ได้รับมอบหมายมาก็ทำไม่สำเร็จ มิหนำซ้ำตัวเองก็ยังถูกเขารังแกอีก
“เดี๋ยวนุชโทร.กลับนะคะพี่ต้น”
หลังวางสายจากเจ้านาย บุษบามินตราก็หันไปทางร่างสูงของนักธุรกิจหนุ่ม ที่เวลานี้นั่งเอนกายด้วยท่วงท่าสบายๆ อยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ประหนึ่งว่าทั้งห้องมีเขาอยู่เพียงลำพัง ปราศจากเธอที่นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ด้วยหญิงสาวข่มความรู้สึกอับอายระคนเสียหน้าไว้ภายใน ก่อนจะถามย้ำออกไปอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“เมื่อกี้คุณบอกว่าจะ...เอ่อ...ให้โอกาสพราวฝันขอนัดได้อีกครั้งใช่หรือเปล่าคะ”
เทวินทร์ฟังแล้วต้องกลั้นยิ้มไว้อย่างสุดความสามารถภายใต้สีหน้านิ่งขรึม นึกว่าจะปากเก่งจนไม่ห่วงงาน เขาเองแค่ไม่อยากให้เธอกลับไปแล้วถูกเจ้านายดุเท่านั้น ทว่าลึกๆ ชายหนุ่มย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าเพราะอะไรถึงยอมให้โอกาสบริษัทของเธออีกครั้ง
“ตามนั้น” เขาตอบน้ำเสียงหยิ่งๆ ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้น คนเคาะก็คือณัฐวดีที่ถือถาดข้าวต้มกุ้งส่งกลิ่นหอมฉุยมีควันลอยกรุ่นมาวางลงบนโต๊ะ ทำเอาคนหิวจัดอย่างบุษบามินตราต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอ
“ข้าวต้มกุ้งที่...” เลขาฯ สาวพูดไม่ทันจบประโยค เทวินทร์ก็ผุดลุกขึ้นยืนและพูดเสียงดังแทรกขึ้น
“เลขาฯ ของผมคงเห็นคุณยังอ่อนเพลียหลังเป็นลมเลยสั่งข้าวต้มกุ้งมาให้ เชิญตามสบาย”
พูดจบก็เขาผลุนผลันออกจากห้อง ทิ้งให้ณัฐวดีมองตามไปด้วยอาการงุนงงในพฤติกรรมแปลกๆ ของเจ้านาย ก็ตัวเองเป็นคนบอกให้เธอสั่งข้าวต้มกุ้งแถวๆ บริษัทมาให้เองแท้ๆ จู่ๆ ก็มาเปลี่ยนคำพูดซะงั้น
“เชิญตามสบายนะคะ” เธอหันมาบอกสาวสวยที่นั่งมองอยู่
“ขอบคุณมากค่ะ” คนหิวจัดเอ่ยขอบคุณ ก่อนจะจัดการกับข้าวต้มในชามอย่างเร่งรีบ เพื่อจะได้กลับสำนักงานให้เร็วที่สุด เพราะเธอไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแม้แต่นาทีเดียว ไม่นานข้าวต้มกุ้งชามโตก็หมดเกลี้ยง จะเป็นเพราะความหิวหรือความรีบก็ไม่อาจคาดเดาได้
บุษบามินตราถือชามเปล่าไปคืนณัฐวดี พร้อมกับเอ่ยขอบคุณในความมีน้ำใจอีกครั้ง คนได้รับคำขอบคุณก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ รับไว้และส่งต่อให้คนเป็นเจ้านายในใจ
ขณะเดินออกจากบริษัทหญิงสาวก็อดกวาดตามองสำรวจบริษัทของชายหนุ่มไม่ได้ บริษัทของเทวินทร์จัดว่าเป็นโฮมออฟฟิศขนาดใหญ่ที่เหมาะสมกับการทำสำนักงาน ฝ่ายบริหารทั้งหมดอยู่ชั้นสอง ซึ่งเป็นส่วนที่เธอเพิ่งก้าวออกมา ตัวบริษัทแม้จะไม่ใหญ่โตเท่าตึกที่ทำการสำนักงานของเธอ แต่การตกแต่งนั้นดูหรูหราและมีรสนิยม รวมทั้งอุปกรณ์สำนักงานอันทันสมัยที่มองดูก็รู้ถึงราคาและประสิทธิภาพ
พนักงานหลายคนมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ จนเธออดคิดในใจไม่ได้ว่าคงจะมีผู้หญิงมาที่นี่เป็นประจำแน่ๆ หญิงสาวคิดด้วยใจอคติที่เพิ่มขึ้นจากการกระทำของเขา รวมทั้งอาการหมั่นไส้ที่เกิดขึ้นอีกระลอก จนต้องรีบออกไปเรียกแท็กซี่กลับสำนักงานในทันที
โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองนั้นตกอยู่ในสายตาของเทวินทร์ ซึ่งยืนหลบอยู่มุมหนึ่งในบริษัทที่สามารถเห็นเธอได้อย่างชัดเจนตลอกเวลา เขาเพ่งสายตาคมวาวคล้ายเสือร้ายมองไปยังร่างระหงนิ่งๆ ด้วยประกายตาชนิดหนึ่ง
ปัจจุบันในวงการสื่อสิ่งพิมพ์ถ้ามีการจัดอันดับนิตยสารขายดีต้องมีพราวฝันติดอันดับด้วยเสมอ พราวฝันนับว่าเป็นนิตยสารระดับแนวหน้าที่กำลังมีชื่อเสียงในวงการหนังสือขณะนี้ และอยู่ในเครือเดียวกับบริษัทซัคเซส มีเดีย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับวงการวิทยุและโทรทัศน์ โดยมีคลื่นวิทยุชื่อดังหลายคลื่นอยู่ในความดูแล รวมทั้งรายการดังต่างๆ หลายรายการทางสถานีโทรทัศน์
เจ้าของนิตยสารพราวฝันคือ ธนะวิทย์ อิทธิกูล ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว หน้าตาคมคาย ที่มักจะมีรอยยิ้มระบายบนใบหน้าอยู่เป็นนิตย์ ชายหนุ่มเรียนจบปริญญาโทจากประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อสองปีก่อน ธนะวิทย์เป็นบุตรชายคนเล็กของประธานบริษัทซัคเซส มีเดีย จำกัด (มหาชน) เขาก่อตั้งนิตยสารดังกล่าวขึ้นมาด้วยใจรักและความชอบเป็นการส่วนตัว
พราวฝันนั้นโดดเด่นเป็นเอกเทศ ด้วยเนื้อหาสาระสำคัญในเล่มที่ล้วนแต่มีคุณประโยชน์ต่อผู้อ่าน ไม่ใช่มีดีเฉพาะเรื่องความสวยความงามเพียงอย่างเดียว จึงทำให้เติบโตย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่นานนัก
เสียงเคาะประตูห้องที่ดังกว่าปกติ ทำให้ดวงหน้าคมคายของเจ้าของนิตยสารหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานสีดำตัวใหญ่ระบายไปด้วยรอยยิ้ม รู้ทันทีว่าคนเคาะนั้นอยู่ในสภาวะอารมณ์แบบไหน จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลูกน้องสาวคนสวยของเขา ซึ่งเขาก็เดาได้ถูกต้องเมื่อเห็นร่างระหงเดินหน้าหงิกเข้ามา ทรุดนั่งตรงหน้า
