บทที่ 13 13

13

“ตกลงคุณเทวินทร์เขาตอบรับการนัดของเราหรือเปล่า นุชไม่เห็นโทร.มาบอกพี่เลย” ชายหนุ่มเอ่ยถามถึงภารกิจที่มอบหมายให้อีกฝ่ายไปทำทันที โดยไม่ได้สนใจหน้าหงิกๆ ของเจ้าตัวเลยแม้แต่น้อย

“พี่ต้นไม่ห่วงน้องเลยหรือไงคะ ถึงส่งให้ไปพบคนนิสัยแย่ๆ แบบนั้น” บุษบามินตราโอดครวญกับเจ้านายหรืออีกสถานะหนึ่งคือรุ่นพี่โดยไม่ยอมตอบที่อีกฝ่ายถามเช่นกัน

“ทำไมต้องห่วง! หรือคุณเทวินทร์เขาทำอะไรนุช”

ผู้เป็นนายถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย แม้จะไม่รู้ว่าข่าวคราวเรื่องผู้หญิงของคนที่กำลังเอ่ยถึงนั้นจริงหรือเท็จเพียงใด แต่ก็อดเป็นห่วงลูกน้องสาวไม่ได้ ทว่าที่บอกว่านิสัยแย่ไม่น่าจะใช่ บุษบามินตราคงมีอคติส่วนตัวเสียมากกว่า

ธนะวิทย์รู้จักคนที่ถูกพูดพาดพิงถึงตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ต่างประเทศ เทวินทร์นั้นโดดเด่นเรื่องรูปร่างหน้าตา อีกทั้งความสามารถทางด้านการศึกษาก็เป็นเลิศ เขาและอีกฝ่ายจึงค่อนข้างสนิทสนมกันเพราะอายุที่ใกล้เคียงกัน ทำให้รู้จักนิสัยใจคอของชายหนุ่มรุ่นน้องดี และเชื่อว่าเป็นคนน่าคบหามากคนหนึ่ง

ตอนเรียนอยู่ต่างประเทศเทวินทร์รับเป็นนายแบบขึ้นปกนิตยสารเป็นงานอดิเรก โดยมีโอกาสขึ้นปกหนังสือชื่อดังหลายต่อหลายเล่ม ทั้งๆ ที่ฐานะทางบ้านก็ร่ำรวยมาก

“ก็...เอ่อไม่ได้ทำอะไรหรอกค่ะ” คนส่งเสียงโวยวายเมื่อครู่ตอบไม่ค่อยเต็มเสียงนัก

“อ้าว! แล้วทำไมจู่ๆ นุชถึงไปว่าเขานิสัยแย่ล่ะ”

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะค่ะ แต่นุชมีเรื่องจะสารภาพกับพี่ต้น คือ...ว่า” บุษบามินตรารู้สึกอับจนถ้อยคำ ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดกับอีกฝ่ายอย่างไรดี

“นุชมีอะไรจะพูดกับพี่ก็พูดมาเถอะ ทำไมต้องทำท่าอึกอักอย่างนี้ด้วย แล้วเรื่องขอนัดล่ะว่ายังไง ไม่เห็นตอบคำถามพี่เลยนะ” ธนะวิทย์วกกลับมาถามเรื่องเดิมที่ลูกน้องสาวไม่ยอมตอบซะที

“ก็เรื่องนี้แหละค่ะที่นุชจะบอกพี่ต้น วันนี้นุชเป็นลม เอ่อ...ที่บริษัทคุณเทวินทร์ เลยไม่ได้คุยเรื่องขอนัดสัมภาษณ์” กว่าบุษบามินตราจะพูดจบประโยคก็ดูเหมือนจะยากเย็นเสียเหลือเกิน ทั้งยังไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดอีกด้วย จึงได้แต่ขอโทษขอโพยอยู่ในใจ

“แล้วนุชเป็นไงบ้างล่ะ ที่เป็นลมดีขึ้นแล้วหรือยัง” แม้จะผิดหวังที่ไม่สามารถขอนัดเทวินทร์ได้ตามที่หวังไว้ แต่ธนะวิทย์ก็อดเป็นห่วงลูกน้องสาวไม่ได้เช่นกัน

“นุชสบายดี แต่เรื่องขอนัดสัมภาษณ์ คุณเทวินทร์บอกว่าให้ส่งคนไปใหม่ค่ะ

คำพูดของลูกน้องสาวถึงจะทำให้เจ้านายยิ้มกว้างอย่างยินดี ทว่าความความสงสัยบางอย่างก็เกิดขึ้นในใจ เพียงแต่ยังไม่อยากจะซักไซ้ไล่เลียงในตอนนี้ เพราะเห็นท่าทางเพลียๆ ของอีกฝ่าย

“เขาพูดแบบนี้แสดงว่ายังให้โอกาส เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะให้คุณแนนเข้าไปพบแล้วกัน”

“ถ้าให้คุณแนนไปคงถูกใจคุณเทวินทร์อย่างแน่นอนค่ะ” หญิงสาวเอ่ยประชดออกไปอย่างไม่รู้ตัว แล้วก็รีบตัดบทเมื่อเห็นเจ้านายขยับปากคล้ายจะถาม “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว นุชขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ”

“อย่าเพิ่งไปสิ”

คนที่ทำท่าจะลุกขึ้นยืนหยุดชะงัก ใจเริ่มเต้นไม่เป็นส่ำ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะถามถึงเทวินทร์อีก ซึ่งเธอไม่รู้จะตอบอย่างไรดี

“พี่ขอบใจนุชมากสำหรับเรื่องวันนี้ แต่พี่มีเรื่องของน้ำจะให้นุชช่วยพูดกับเจ้าตัวให้หน่อย”

บุษบามินตราเผลอเป่าลมออกจากปากด้วยความโล่งใจ ก่อนจะเปลี่ยนอากัปกิริยาเป็นกระตือรือร้น ผิดกับเมื่อครู่อย่างลิบลับ

“แล้วพี่ต้นได้คุยกับน้ำบ้างหรือยังคะ”

“ได้คุยรายละเอียดกันบ้างคร่าวๆ แล้วจ้ะ แต่ท่าทางน้ำจะยังลังเลอยู่ นุชนั่นแหละต้องเป็นคนช่วยพูด พี่กลัวน้ำจะเปลี่ยนใจไม่ยอมมาทำงานกับพี่”

คนที่ธนะวิทย์กำลังพูดถึงด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลก็คืออรุณรัศมีหรือน้ำ ซึ่งเป็นญาติสาวของบุษบามินตรา ที่พอเรียนจบมหาวิทยาลัยก็บอกว่าจะไปช่วย ที่บ้านทำสวน ทั้งๆ ได้รับการคัดค้านจากทุกคน แต่เจ้าตัวก็ดื้อดึงกลับไปอยู่บ้านจนได้

อรุณรัศมีเป็นเด็กที่นางนวลปรางยายของบุษบามินตราขอมาเลี้ยงตั้งแต่อายุหนึ่งขวบ แต่ทุกคนในบ้านไม่เคยมองเป็นคนอื่น คิดเสมอว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน คงมีแต่เจ้าตัวที่มักจะชอบคิดมาก และเหตุผลที่กลับไปอยู่บ้านก็คงมาจากเรื่องนี้เป็นสำคัญ

“นุชกับที่บ้านก็ช่วยกันหว่านล้อมอยู่ค่ะพี่ต้น อยากให้น้ำขึ้นมาทำงานตามที่ได้เรียนมามากกว่า”

เมื่อได้พูดถึงแฝดคนละฝาบุษบามินตราก็อดคิดถึงอีกฝ่ายไม่ได้ เพราะตั้งแต่เล็กจนโตแทบไม่เคยห่างกันเลย หนึ่งปีที่ผ่านมาก็โทร.หากันแทบจะทุกวัน

“พี่อยากได้คนร่วมงานที่พี่รู้นิสัยใจคอมากกว่าคนอื่น นุชอย่าลืมช่วยพูดกับน้ำให้ด้วยนะ” ตัวธนะวิทย์นั้นรู้จักกับหญิงสาวคนที่พูดถึงดีพอๆ กับที่รู้จักหญิงสาวตรงหน้าเลยก็ว่าได้

“ได้ค่ะพี่ต้น คืนนี้นุชจะโทร.ไปคุยกับน้ำอีกครั้ง แต่ตอนนี้นุชขอตัวก่อนนะคะ”

“กลับไปพักผ่อนเถอะจ้ะ พี่ต้องขอโทษที่ใช้งานนุชในวันลา เดี๋ยวพี่ชดเชยให้ภายหลังแล้วกัน”     

“เรื่องนี้นุชตั้งใจจะขอพี่ต้นอยู่แล้วค่ะ” บุษบามินตราพูดยิ้มๆ จากนั้นก็ขอตัวกลับทันที

ธนะวิทย์มองตามหลังร่างหญิงสาวที่เป็นทั้งรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัย และลูกน้องในแผนกโฆษณาอย่างเอ็นดู บุษบามินตราเป็นรุ่นน้องที่สนิทสนมกันมาตั้งแต่สมัยเขาเรียนอยู่ปีสุดท้าย ซึ่งตอนนั้นหญิงสาวเพิ่งเข้ามาเรียนปีหนึ่ง และด้วยรูปร่างหน้าตางดงามแบบนางในวรรณคดีตามที่หลายคนกล่าวขวัญถึง เธอจึงกลายเป็นขวัญใจของพี่ๆ แทบจะทุกคณะ ครั้นอีกฝ่ายเรียนจบเขาก็ชักชวนให้มาทำงานด้วยกันทันที ซึ่งขณะนั้นนิตยสารพราวฝันที่เขาก่อตั้งกำลังเริ่มเข้าที่เข้าทาง ต้องการคนรุ่นใหม่ไฟแรงมาทำงานร่วมกัน

สำหรับเขาแล้ว หญิงสาวหน้าตางดงามคนนี้ก็คือน้องสาวที่สนิทด้วยคนหนึ่งเท่านั้น ไม่เคยมองเป็นอย่างอื่นแม้แต่น้อย แต่ท่าทีแปลกๆ ของอีกฝ่ายในวันนี้ทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้

เขาเชื่อว่าต้องมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นที่บริษัทของเทวินทร์เป็นแน่!

บุษบามินตราเรียกแท็กซี่จากหน้าสำนักงานกลับมายังคอนโดฯ แล้วก็แวะกินข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งแถวนั้น ซึ่งเธอมักจะมาฝากท้องอยู่เป็นประจำ กินไปพลางก็อดนึกถึงอาหารรสมือของผู้เป็นยายและแม่ไม่ได้ เมื่อนึกถึงก็ทำให้คิดถึงบ้านขึ้นมาในทันใดและอย่าง...ท่วมท้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป