บทที่ 4 4

4

บทที่ 1 แรกพบสบตาพาไหวหวั่น

“เซ็งชะมัด ไม่น่ามาที่นี่เลยจริงๆ”

เสียงบ่นพึมพำอย่างหัวเสียดังมาจากเรียวปากอิ่มบนดวงหน้าสวยกระจ่างของบุษบามินตรา เพราะเริ่มจะหงุดหงิดกับสภาพของรถที่ติดแหง็กอยู่ตรงทางเข้าห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ซึ่งหญิงสาวลืมเสียสนิทว่าวันนี้เป็นวันหยุดราชการ จำนวนรถที่มาจับจ่ายซื้อของจึงมากกว่าปกติ ตัวเธอมีธุระผ่านมาแถวนี้จึงคิดจะแวะซื้อพวกอาหารสดไปใส่ตู้เย็นบ้างเหมือนกัน

กว่าหญิงสาวจะหาที่จอดรถได้ก็ต้องขับวนขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดที่มีรถจอดอยู่จำนวนน้อยคัน ซึ่งเธอเองไม่ค่อยชอบเพราะดูไม่ค่อยน่าไว้วางใจเท่าไหร่นัก ขณะกำลังเปิดประตูรถคันเก่งของตัวเองหูก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ครั้นเหลียวไปมองจึงพบกับเหตุการณ์ระทึกขวัญเข้า

ไม่ห่างจากที่รถของเธอจอดนัก บุษบามินตราเห็นชายฉกรรจ์ร่างผอมเกร็งกำลังยื้อยุดฉุดกระชากกระเป๋าถือใบใหญ่จากมือของสตรีวัยวัยกลางคนท่าทางภูมิฐาน ที่แม้จะมีสีหน้าตื่นตกใจเพียงใดก็ตาม แต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือจากกระเป๋าที่ถือไว้ ปากก็ร้องให้คนช่วยไม่ได้หยุด จึงถูกชายคนนั้นต่อยเข้าที่ท้องจนทรุดลงไปกองกับพื้น แล้วคนต่อยก็กำลังจะวิ่งหนีไปพร้อมกระเป๋าในมือ

หญิงสาวเห็นดังนั้นก็รีบเปิดประตูผลัวะออกไป วิ่งเข้าใส่ร่างของคนร้ายด้วยความลืมตัว โดยการกางแขนออกแล้วเหวี่ยงเข้าที่ซอกคอจนมันเสียหลักเซไป อะดรีนาลีนที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทำให้เธอส่งหมัดตามเข้าที่กกหูด้วยเรี่ยวแรง

ที่มีอยู่กระทั่งร่างผอมเกร็งล้มลง หญิงสาวใช้จังหวะนั้นคว้ากระเป๋าใบใหญ่จากมือมันมาได้ ก่อนจะเตะซ้ำเข้าที่ชายโครงจนมันนอนตัวงอ

โจรวิ่งราวที่คาดว่าคงเป็นเพียงมือสมัครเล่น หลังเจอฤทธิ์หมัดและเท้าเข้าไปโดยไม่ทันตั้งตัวก็นั่งมึนงงไปพักใหญ่ ก่อนจะตะลีตะลานลุกขึ้นยืนแล้วโกยแน่บลงบันไดหนีไปทันที เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของหลายคนวิ่งตรงมา

“กะ...เกิดอะไรขึ้นหรือครับ แล้วบาดเจ็บกันบ้างหรือเปล่าครับ”

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยร่างเตี้ยล่ำวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมกับกระบองอันโตในมือ จนพลเมืองดีสาวต้องกลั้นหัวเราะพลางคิดในใจ แล้วจะสู้กับโจรไหวไหมละนั่น

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะพ่อคู้น พอดีแม่หนูคนนี้มาช่วยไว้ได้ทัน”

สตรีวัยกลางคนหน้าตางดงามสมวัย ที่เวลานี้ค่อยหายจากอาการตื่นตระหนกหันไปตอบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งเมื่ออีกฝ่ายได้ฟังคำตอบก็จ้องมายังหญิงสาวสวยด้วยความทึ่ง ก่อนจะวิทยุเรียกเจ้าหน้าที่ของห้างออกมายังที่เกิดเหตุเพื่อแจ้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทราบ

“ขอบใจหนูมากนะจ๊ะที่ช่วยไว้ ไม่งั้นป้าคงแย่แน่ๆ ทั้งสวยทั้งมีน้ำใจ แล้วยังเก่งมากๆ ด้วย” สตรีวัยกลางคนผู้เกือบจะสูญเสียทรัพย์สินเอ่ยชมพลเมืองดีสาวสวยไม่ขาดปาก พลางเดินเอามือกุมท้องเข้ามาหา

คนถูกชมนึกขัดเขินที่ถูกชมว่าสวย ถ้าอีกฝ่ายเคยเห็นเธอสมัยเป็นเด็กที่ทั้งอ้วนดำแถมยังฟันหลอ คงจะต้องรีบเปลี่ยนคำพูดใหม่เป็นแน่ เมื่อครู่ตอนที่เธอทั้งเตะทั้งต่อยคนร้ายไปนั้น เป็นเพราะนึกถึงใบหน้าของสุนทร ศัตรูสมัยเด็กขึ้นมาจึงตะบันใส่ไม่ยั้ง! ถ้าคนร้ายเป็นพวกมืออาชีพเธอคงเอาชนะมันไม่ได้ง่ายๆ หรอก

“คุณป้าเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่มาเขาคงพาไปเช็กที่โรงพยาบาล”

หญิงสาวเอ่ยถามอาการหลังจากสังเกตท่าทางการเดินเมื่อครู่ เข้าใจว่าคงจุกจากการถูกต่อยที่ท้องตอนเกิดเหตุ ก่อนยื่นกระเป๋าถือใบใหญ่ที่มองแวบเดียวก็รู้ว่าราคาแพงมหาศาลคืนให้

หญิงวัยกลางคนสั่นหน้า “ไม่เป็นไรมากหรอกจ้ะ มันต่อยป้าไม่แรงมาก แต่ก็ทำเอาคนแก่อย่างป้าถึงกับทรุดได้เหมือนกัน”

คนทำตัวเป็นพลเมืองดียังไม่ทันได้พูดอะไรออกไปอีก ก็มีเสียงทุ้มๆ ดังขึ้นทางด้านหลังเสียก่อน

“คุณป้า เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าครับ”

คนถูกเรียกคุณป้าหันไปมอง ครั้นเห็นคนถามดวงหน้าก็พลันบังเกิดรอยยิ้ม “อ้าว...ตากาย ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้ล่ะจ๊ะ”

ชายหนุ่มเจ้าของชื่อกายยกมือขึ้นไหว้                “ผมจอดรถอยู่ตรงโน้นครับคุณป้า เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและกำลังเปิดประตูลงจะลงมาช่วยอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ทันคุณคนนี้ครับ” พูดพลางก็ปรายตาไปยังหญิงสาวที่ยืนหันข้างให้ แล้วผุดรอยยิ้มขึ้นมาวูบหนึ่งที่มุมปาก ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว

“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง”

“แล้วตกลงคุณป้าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ไปโรงพยาบาลให้หมอดูสักหน่อยไม่ดีกว่าหรือครับ”

น้ำเสียงเสียงทุ้มๆ นุ่มนวลที่ได้ยินทำให้บุษบามินตราหันไปมอง ก็พบกับชายหนุ่มร่างสูงผิวขาวเนียนในชุดกางเกงสีเทาอมฟ้า เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก ใบหน้ารูปไข่เรียวสวยดุจสตรี จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากแดง ผมสีน้ำตาลเข้มตัดสั้น เนี้ยบตั้งแต่ศีรษะจดเท้า และสิ่งสะดุดตาที่สุดคงเป็นนัยน์ตาคมวาววับภายใต้คิ้วเรียวเข้มจัดที่กำลังจ้องมายังเธอ มีผลทำให้คนถูกมองนิ่งงันไปชั่วขณะ คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นอีกฝ่ายที่ไหน

มาก่อน เพียงแต่ยังนึกไม่ออกเท่านั้น

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ป้าโชคดีที่ได้หนูคนนี้ช่วยไว้ ไม่งั้นคงสูญเสียทรัพย์สินไปมิใช่น้อย...”

หญิงวัยกลางคนพูดยังไม่ทันจบประโยคก็ต้องชะงัก เนื่องจากเสียงแหลมๆ ของหญิงสาวที่เดินแกมวิ่งมายืนข้างชายหนุ่มดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“กายขา ไหนบอกว่าจะลงมาแป๊ปเดียวไงล่ะคะ” หลังต่อว่าชายหนุ่มด้วยท่าทางกระเง้ากระงอดแล้ว จึงหันไปยกมือไหว้สตรีวัยกลางคน “สวัสดีค่ะคุณป้าไคริกา”

“หนูวิภาวีนี่เองก็นึกว่าใคร คุณแม่สบายดีหรือเปล่าจ๊ะ” คุณหญิงไคริกา อัครโยธิน ยกมือรับไหว้แล้วถามขึ้นตามมารยาท เมื่อจำได้ว่าอีกฝ่ายเป็นบุตรสาวนักธุรกิจนำเข้าเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ และมารดาของหญิงสาวผู้นี้เคยบริจาคเงินเข้าองค์กรการกุศลผ่านท่านอยู่หลายครั้ง

“สบายดีค่ะ ตอนนี้หนีไปเที่ยวยุโรปอยู่ แล้วคุณป้าปลอดภัยดีใช่ไหมคะ วิกกี้เห็นเหตุการณ์อยู่เหมือนกัน ยังห้ามกายไม่ให้ลงมาเลยค่ะ กลัวจะถูกลูกหลง”

คำพูดไม่ได้คิดของวิภาวีสร้างความขุ่นเคืองให้เกิดขึ้นบนใบหน้าเรียบสนิทของชายหนุ่มทันที จึงต่อว่าอีกฝ่ายออกไปด้วยน้ำเสียงเข้มอย่างไม่พอใจ

“พูดจาแย่ๆ แบบนี้ออกมาได้ยังไงวิกกี้ ผมบอกแล้วไงว่าให้รออยู่บนรถ คุณลงมาทำไมล่ะ”

“ก็...วิกกี้รออยู่บนรถตั้งนานไม่เห็นกายกลับไปเสียที ก็เลยต้องลงมาตาม วิกกี้เป็นห่วงกายนี่คะ” วิภาวีหันไปพูดเสียงอ่อยๆ กับชายหนุ่ม

น้ำเสียงแหลมๆ ดังกล่าว ทำให้บุษบามินตราซึ่งปิดปากเงียบมาตลอดและกำลังจะเอ่ยขอตัวอดหันมองเจ้าของเสียงอันแสนจะน่ารำคาญหูนั่นไม่ได้ แล้วก็ต้องลอบแบะปากเมื่อเห็นเสื้อผ้าอีกฝ่ายอยู่ในสภาพไม่ค่อยจะเรียบร้อยนัก จากกระดุมเสื้อสองเม็ดบนที่ไม่ได้ติด ยิ่งเห็นคราบลิปสติกจางๆ ที่ติดอยู่ข้างแก้มของชายหนุ่ม ก็ยิ่งทำให้คนมองคาดเดาเหตุการณ์ไปได้ต่างๆ นานา 

หญิงสาวคิดอยู่ไม่นานก็พลันนึกออกว่าเคยเห็นผู้ชายคนนี้จากหน้านิตยสารพวกซุบซิบคนดังนั่นเอง พอนึกหน้าออกชื่อของอีกฝ่ายก็วาบเข้ามาในสมองทันที

เทวินทร์ อัครวิทย์ หนุ่มสังคมคนดังที่ถูกจัดอันดับให้เป็นชายหนุ่มในฝันของหญิงสาวอยู่ในขณะนี้ มิหนำซ้ำยังตกเป็นข่าวกับดาราสาวคนโน้นคนนี้อยู่เสมอ ซึ่งยายสาวไฮโซปากไม่มีหูรูดคนนี้ก็คงเป็นหนึ่งในคู่ควงของเขา หรือไม่งั้นอาจจะเป็นคู่รักของเขาก็ได้

ที่บอกว่ามาช่วยไม่ทัน คาดว่าคงกำลังทำอะไรกันอยู่ละมั้ง เพราะดูจากรูปการณ์แล้วน่าจะเป็นเช่นนั้น

บุษบามินตราปรายตามองไปทางคนที่อยู่ในความคิดอย่างหยันๆ อคติเกิดขึ้นมาในใจทันควัน ตัวจริงของเขาก็คงไม่ได้แตกต่างจากข่าวคาวที่ลงในหนังสือนั่นสักเท่าไหร่หรอก ครั้นเห็นว่าควรจะไปจากตรงนี้ได้แล้ว หญิงสาวจึงยกมือขึ้นไหว้และเอ่ยขอตัวกับสตรีวัยกลางคน

“คุณป้าคะ หนูคงต้องขอตัวก่อนนะคะ”

“ขอบใจหนูอีกครั้งนะ พอจะบอกชื่อของหนูให้ป้าทราบหน่อยได้ไหมจ๊ะ” คุณหญิงไคริกาถามพลางมองหน้าสาวสวยที่ช่วยเหลือท่านไว้อย่างนึกเอ็นดู

“หนูชื่อบุษบามินตราค่ะ”

ชื่ออันแสนจะไพเราะของหญิงสาว ทำให้ใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นนึกชมในใจว่า รูปก็งามนามก็เพราะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป