บทที่ 9 9
9
“ผู้หญิงอะไรทำตัวไม่น่ารักเอาซะเลย” เลขาฯ ของเทวินทร์บ่นพึมพำตามหลังพลางส่ายหน้าอย่างระอาใจ แล้วจึงหันไปมองหญิงสาวที่นั่งรออย่างอดแปลกใจไม่ได้ เพราะปกติถ้ามีการติดต่อจากพวกนิตยสารเพื่อขอนัดสัมภาษณ์ ส่วนใหญ่เจ้านายของเธอมักจะให้เธอรับหน้าแทนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับผิดคาดยอมให้เข้าไปพบได้
“รออีกสักครู่นะคะ พอดีบอสเพิ่งคุยธุระกับแขกเสร็จค่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ” ปากบอกไม่เป็นไรแต่บุษบามินตราก็ก้มลงมองนาฬิกาข้อมืออย่างหงุดหงิด ผู้หญิงชุดดำที่เดินผ่านหน้าไปเมื่อครู่เธอจำเจ้าหล่อนได้เป็นอย่างดี แม่ไฮโซปากไม่มีหูรูดคนนั้นนั่นเอง ให้เธอนั่งรอเป็นนานสองนานไม่ใช่เพราะมัวแต่จู๋จี๋กับคู่รักอยู่หรอกนะ!
หลังจากวิภาวีก้าวพ้นจากห้องไปแล้ว เทวินทร์ก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างเบื่อหน่าย ถ้าไม่เกรงใจว่าเป็นเพื่อนเก่าและบิดาของอีกฝ่ายเป็นลูกค้าคนสำคัญของบริษัทละก็ เขาไล่เปิดไปตั้งแต่เข้ามานั่งพูดด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้ว มาหาครั้งใดก็มีแต่เรื่องไร้สาระมาพูดให้ฟังจนเขาเอือมระอา
เจ้าของร่างสูงเพรียวเอนกายพิงพนักเก้าอี้พลางยกมือขึ้นนวดคลึงหน้าผากเบาๆ อย่างหงุดหงิดหัวใจ เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจึงรู้สึกเช่นนี้ ซึ่งไม่ใช่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาข่าวต่างๆ เกี่ยวกับตัวเขาโดยเฉพาะข่าวคาวๆ ที่เคยลงตามหน้านิตยสารต่างๆ นั้นเงียบหายไป
แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจแต่อย่างใด ทว่ากลับมีบางสิ่งบางอย่างเข้ามาคอยรบกวนจิตใจให้ร้อนรุ่มแทน แม้จะพยายามขับไล่สิ่งที่ว่าออกไปเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล
นักธุรกิจหนุ่มคนดังสะบัดศีรษะไปมาอย่างหงุดหงิด ลุกขึ้นยืนแล้วหมุนตัวไปด้านหลัง ยกมือแตะตรงผนังแล้วเลื่อนไปด้านข้างช้าๆ จนกลายเป็นช่องประตู ถ้าไม่สังเกตแทบจะมองไม่ออกเพราะกลมกลืนไปกับผนังอย่างแนบเนียน เขาสั่งให้ช่างทำไว้สำหรับเป็นที่พักผ่อนยามเคร่งเครียดหรือเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน
ชายหนุ่มเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบผ้าเย็นมาเช็ดหน้าเบาๆ จนค่อยรู้สึกสดชื่นขึ้น แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่เลขาฯ ส่วนตัวของเขาโทร.เข้ามาแจ้งว่ามีคนจากนิตยสารพราวฝันมาขอเข้าพบ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงต้องการจะสัมภาษณ์เขานักหนา น่าจะรู้ว่าเขาไม่เคยตอบรับ แต่ก็ยังส่งคนมาอยู่เรื่อยๆ
แต่ครั้งนี้เขาอยากรู้นักว่าคนจากนิตยสารพราวฝันที่มาขอพบมีดีอะไรถึงกล้ามาขอนัดด้วยตนเอง คิดได้ดังนั้นเจ้าของใบหน้าสวยเกินชายก็ก้าวออกจากห้องลับมาทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ จากนั้นก็กดโทรศัพท์หาเลขาฯ ทันที
“คุณบุ๋ม เชิญคนจากนิตยสารพราวฝันเข้ามาหาผมได้เลย”
“ค่ะบอส”
อึดใจต่อมาประตูห้องก็ถูกเคาะเบาๆ สามครั้ง แล้วถูกเปิดออกโดยเจ้าของร่างอ้อนแอ้นที่อยู่ในชุดเรียบๆ เธอก้าวเข้ามาทรุดนั่งตรงหน้า ทำเอาเจ้าของห้องถึงกับนั่งตะลึงงัน ดวงหน้าเครียดขรึมที่เคยปรากฏก่อนหน้านี้คลายลงโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมลึกล้ำของนักธุรกิจหนุ่มฉายชัดถึงความยินดีภายใต้สีหน้าเรียบเฉย
เพราะเธอคือสิ่งรบกวนจิตใจของเขาตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมานั่นเอง!
อารมณ์หงุดหงิดของชายหนุ่มก่อนหน้านี้สลายไปจนสิ้น ผู้หญิงคนนี้เองหรือที่มาจากนิตยสารพราวฝัน ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่น่ายินดีเสียนี่กระไร! ทำให้หวนนึกถึงวันที่พบหน้ากันครั้งแรก
เจ้าตัวคงไม่รู้หรอกว่านับจากวันนั้นเป็นต้นมา ดวงหน้างามจับตาของเธอมักจะผุดขึ้นในหัวเขาอยู่ร่ำไป ดังนั้นการได้พบเธออีกอย่างไม่คาดฝันในครั้งนี้ ทำให้ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นมาในใจเงียบๆ ซึ่งเขาก็ไม่รู้แน่ชัดว่ามันคืออะไรกันแน่!
“สวัสดีค่ะคุณเทวินทร์ ดิฉันมาจากนิตยสารพราวฝัน” บุษบามินตราเอ่ยแนะนำตัว ดวงตาดำขลับคู่งามขุ่นขึ้งเล็กน้อยเมื่อสบตากับคนตรงหน้า คนอะไรไม่รู้จักรักษาเวลา ปล่อยให้เธอคอยอยู่ได้ตั้งนานสองนาน
เทวินทร์มองสาวสวยตรงหน้าด้วยนัยน์ตาคมกริบเป็นประกาย แล้วเอ่ยทักทายอีกฝ่ายด้วยชื่อที่เขาจดจำได้อย่างแม่นยำทว่าสีหน้ายังคงเรียบเฉย
“สวัสดีครับคุณบุษบามินตรา”
เจ้าของดวงหน้างดงามชะงักไปนิดหนึ่ง นึกไม่ถึงว่าเขาจะจดจำเธอได้ มิหนำซ้ำยังเรียกชื่อได้อย่างถูกต้อง
“คุณมาจากนิตยสารพราวฝัน?” เจ้าของบริษัทโฆษณาชื่อก้องแกล้งถามเสียงเข้มพร้อมปรายตาคมมองหญิงสาวนิ่งๆ
“ใช่ค่ะ ดิฉันจะมาขออนุญาตนัดคุณเทวินทร์ เพื่อสัมภาษณ์ลงนิตยสารของเราค่ะ”
น้ำเสียงเรียบสนิทของหญิงสาวที่มาขอนัด เทวินทร์ฟังแล้วรู้สึกแปร่งหูยิ่งนัก บวกกับท่าทางอวดดีของคนพูด คล้ายกับว่าได้รับมอบหมายให้มาทำหน้าที่นี้ด้วยความจำใจ มากกว่าจะมาขอนัดเพราะต้องการสัมภาษณ์เขาจริงๆ ยังไงยังงั้น
“น้ำเสียงของคุณดูเหมือนไม่ได้เต็มใจจะมาขอนัดผมเลยนะครับ คุณบุษบามินตรา” ชายหนุ่มถามพร้อมเลิกคิ้วเข้ม จงใจเน้นเสียงหนักๆ ท้ายประโยค เพื่อให้หญิงสาวรู้ตัวและลดท่าทีดังกล่าวลง
“แล้วดิฉันจะต้องใช้น้ำเสียงแบบไหนหรือคะ คุณเทวินทร์ถึงจะพอใจ” หญิงสาวเอ่ยถามน้ำเสียงค่อนข้างห้วนอย่างลืมตัว เพราะหงุดหงิดที่ถูกให้รอนาน ลืมแม้กระทั่งคำพูดที่เจ้านายย้ำเตือนมาจนสิ้น
นักธุรกิจหนุ่มมองท่าทางอวดดีของหญิงสาวแล้วอารมณ์ขุ่นเคืองก็เกิดขึ้นฉับพลัน เพราะไม่เคยมีใครโดยเฉพาะผู้หญิงคนไหน เคยแสดงท่าทีเช่นนี้กับเขามาก่อน
“จะต้องให้ผมบอกคุณหรือครับ ว่าควรจะใช้น้ำเสียงแบบไหนในการขอนัดผมเพื่อสัมภาษณ์ คุณคงทราบดีอยู่แล้วว่าปกติผมไม่เคยให้คนจากนิตยสารเล่มไหนเข้าพบด้วยซ้ำ คุณลองไตร่ตรองดูแล้วกัน ถ้าเปลี่ยนตัวคุณ
มาเป็นผม แล้วถูกแสดงกิริยาท่าทางเช่นนี้ใส่ คุณว่าผมควรจะรับนัดหรือเปล่าล่ะครับ”
คำย้อนถามของคนตรงหน้าทำให้บุษบามินตรารู้ตัว นึกก่นด่าตัวเองว่าไม่ควรแสดงความรู้สึกส่วนตัวออกไป ทั้งที่ถูกเจ้านายย้ำนักย้ำหนาแล้วว่าให้แยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานออกจากกัน ถ้าอีกฝ่ายโกรธขึ้นมาแล้วไม่ยอมรับนัดก็จะทำให้งานที่ได้รับมอบหมายมาไม่สำเร็จ ตัวเธอก็คงไม่แคล้วถูกตำหนิ เมื่อนึกถึงความรับผิดชอบเรื่องงานที่ต้องมาก่อนเรื่องอื่นใด หญิงสาวจำต้องเอ่ยปากขอโทษออกไปทันที
“ดิฉันขอโทษค่ะที่พูดจาไม่เหมาะสมออกไป”
เทวินทร์มองหน้าคนพูดด้วยสีหน้ายังไม่คลายจากอาการขุ่นเคือง เพราะแม้แต่คำขอโทษเจ้าตัวก็ยังพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่เต็มใจ
