บทที่ 6 ตอนที่ 3 คนที่ไม่มีสิทธิ์

ตอนที่ 3 คนที่ไม่มีสิทธิ์

“เรากลับกันก่อนดีกว่ามั้ย เดี๋ยวที่บ้านแพงจะว่าเอาได้”

“จะรีบกลับไปไหนล่ะแพง เดี๋ยวโบ๊ตไปส่งถึงบ้านเอง”

พิมพ์มาดากระสับกระส่ายเมื่อวาทินต้องการให้เธออยู่ต่อ เพราะพี่สาวของเธอกลับไปก่อนนานแล้ว วาทินเป็นเพื่อนในมหาวิทยาลัยแต่เรียนอยู่คนละคณะ และยังแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าชอบเธอ แต่การที่เธอเป็นคนค่อนข้างเลือกเยอะ ก็เลยแบ่งรับแบ่งสู้ไม่เผยใจให้อีกฝ่ายรู้ว่าคบกันในฐานะอะไร

หญิงสาวสะดุ้งเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น มันเป็นเพลงสากลยุคแปดสิบที่เธอชื่นชอบ วาทินอมยิ้มขณะนั่งมองหญิงสาวตรงหน้าคุยโทรศัพท์กับทางปลายสาย ให้เดาเขาก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

“พี่เพื่อนโทรมาตาม บอกให้แพงกลับบ้านได้แล้ว เพราะคุณพ่อคุณแม่รอทานข้าว”

เธอเอ่ยเสียงอ่อยขณะเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋าสะพายหนังนกกระจอกเทศสีโอรส ที่จริงเธอไม่ชอบหนังนกกระจอกเทศแต่เพราะเป็นของฝากจากวาทิน เลยจำใจต้องใช้มันเพื่อไม่อยากให้เจ้าของเสียความรู้สึก แม้เขาจะมีประวัติที่ไม่ค่อยดีนัก และมีคนเตือนอยู่บ้าง แต่เธอกลับมองข้ามมันไป เพียงเพราะในสายตาเธอนั้นวาทินก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

“หากแพงกังวล เรากลับกันก็ได้ครับ แต่โบ๊ตขอแวะไปหาเพื่อนก่อนนะ ว่าจะไปเอาของสักหน่อย”

วาทินหมายถึงเพื่อนที่ทำงานเป็นพนักงานต้อนรับอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นทางผ่านที่จะต้องไปส่งพิมพ์มาดาอยู่แล้ว

“อืม…ก็ได้”

“อ้าว…สวัสดีค่ะคุณปราบต์”

เสียงหวานเอ่ยทักผู้มาใหม่ ขณะที่เจ้าตัวกำลังคว้ากระเป๋าใบโปรดสีแดงสดมาถือไว้ เพื่อที่จะเดินเลี่ยงไปจากตรงนี้ หลังจากที่ตกลงกันกับตฤณแล้วว่าจุดหมายปลายทางในค่ำคืนนี้คือที่ไหน เธอนั้นคุ้นหน้าคุ้นตาชายหนุ่มที่กำลังเดินมาหาตฤณดี ด้วยความที่เป็นคนพิเศษ เลยทำให้พลอยรู้จักกับบรรดานักธุรกิจคนอื่นๆ ที่เป็นหุ้นส่วนของตฤณไปโดยปริยาย

ปฐพียิ้มตอบตามมารยาท สังเกตเห็นแววตาทอประกายระยิบระยับของหญิงสาวตรงหน้า อดที่จะเกรงใจชายหนุ่มที่นั่งอยู่ก่อนหน้าไม่ได้ รสรินมักแสดงออกแบบนี้เสมอ เขาคิดว่านั่นคือการบริหารเสน่ห์อย่างหนึ่งที่เธอชอบทำ แต่ความร้อนแรงที่เป็นเปลือกนอกของเธอไม่อาจล่อหลอกเขาได้ แม้เธอจะสวยและเสน่ห์แรงในสายตาผู้ชายหลายๆ คน  การหลบหลีกปล่อยให้เธอเป็นคู่ควง

ของตฤณนั้นก็น่าจะเหมาะสมที่สุดแล้ว

เช่นเดียวกันกับการที่รสรินมองปฐพี จริงอยู่ที่เขาหล่อบาดใจและมีบุคลิกที่โดดเด่น  แม้เพียงแรกพบในคราแรกก็ทำให้เธอสนใจขึ้นมาในทันใด แต่พอได้ทำความคุ้นเคยเธอกลับมองว่าปฐพีนั้นดีเกินไป ผู้ชายแสนดีไม่มีอะไรให้ค้นหาในความคิดของเธอ ผู้ชายหล่อร้ายแบบตฤณต่างหาก ที่ทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดกัน

“สวัสดีครับ คุณตฤณ คุณโรส”

“ผมกำลังรอคุณอยู่พอดี เชิญครับ”

ตฤณเอ่ยพลางยิ้มเล็กน้อยตามสไตล์ ขณะปฐพีเดินอ้อมไปหาที่หย่อนก้นยังมุมที่ยังว่าง พลางปรายตาไปรอบกาย เพียงสัมผัสกับโซฟาหนานุ่ม หญิงสาวคนเดิมก็มานั่งเบียดเพื่อคอยเอาใจอย่างรู้งานทันที

ชายหนุ่มหันไปยิ้มเล็กๆ กับหญิงสาวข้างกายตามมารยาท เขาพยายามเข้าใจว่าเธอทำไปเพราะหน้าที่ ทุกคนล้วนมีหน้าที่ของตน และหากเธอสามารถเอาใจแขกจนเกิดความพึงพอใจ นั่นหมายถึงว่าอาจมีเงินพิเศษตามมาอีก ชนิดที่อาจมากกว่าเงินค่าจ้างในค่ำคืนนี้ด้วยซ้ำ ปฐพีคิดอย่างเห็นใจพวกเธอว่าทุกคนล้วนต้องดิ้นรน หาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตของตัวเองกันทั้งนั้น

เมื่อลับร่างรสรินและแน่ใจว่าเธอจะไม่ย้อนกลับมา ตฤณลอบผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เหมือนเพิ่งยกอะไรหนักๆ ออกไปจากร่าง เพียงไร้เงาของรสริน  และไม่ต้องรอให้กวักมือเรียก ร่างของเขาก็ถูกขนาบข้างด้วยสองสาว ที่ตามมาเอาใจกันชนิดไม่ห่างเช่นกัน

“เป็นไงบ้าง เรื่องสวนปาล์มที่ชุมพรของคุณ ดูแล้วจะไปได้ดีมั้ยล่ะครับ”

ตฤณเปิดฉาก ก่อนจิบเครื่องดื่มที่แน่นอนไม่พ้นมีแอลกอฮอล์เจือปน ชายหนุ่มเอนกายพิงโซฟาเอาไว้พลางพาดแขนอย่างสบายอารมณ์ เขากำลังเริ่มถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในใจ ว่าทำไมไร้เงารสรินแล้วจึงรู้สึกมีความสุขมากกว่าการมีเธอคอยเคียงข้าง เขากำลังรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

“ตอนนี้ก็รอให้กล้าโต  ผมจ้างคนงานพม่ามาคอยดูแลสวนให้ งานก็ไม่มีอะไรมาก แค่ถางหญ้า รดน้ำ ผมเองก็ว่าเร็วๆ นี้จะลงไปดูอยู่เหมือนกัน”

“อย่าบอกนะว่าคุณจะเปลี่ยนอาชีพไปทำสวน แบบนี้ผมก็แย่

น่ะสิ”   

น้ำเสียงกลั้วหัวเราะเล็กๆ นั้นฟังดูคล้ายหยอกเย้า จนคนฟังนึกแปลกใจ เพราะน้อยครั้งที่เขาจะเห็นรอยยิ้มของคู่สนทนา ที่เห็นชนชินตาคือสีหน้าที่ราบเรียบและเงียบเสียจนไม่รู้ว่าคิดอะไร ปฐพีคิดขณะรับแก้วเครื่องดื่มมาจากมือบาง เมื่อพร่องลงไปหญิงสาวข้างกายรีบเติมให้มันเต็ม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป