บทที่ 11 ภรรยาลับซุปตาร์ตัวท็อป ตอนที่ 10
“นี่ ไป๋เฮ่อ ฉันถามแค่ว่านอนห้องไหน ไม่ได้จะขอนอนกับนายซะหน่อย ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า อีกอย่างนะ ฉันไม่จับนายปล้ำแน่ ตอนนั้นถ้าไม่ติดว่าเมานะ”
“คนอย่างนาย ไม่ได้เห็นขาอ่อนฉันหรอก :P” สิ้นประโยคนั้น ฉงไป๋เฮ่อก็เงียบไปทันที แต่ถึงแม้ว่าปากเขาจะเงียบ ทว่าดวงตาเขา กลับมองคนตรงหน้าอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะใช้สายตาเลื่อนลงช้า ๆ ตั้งแต่ใบหน้าสวย เสื้อยืดโอเวอร์ไซซ์ของเขา ไปจนถึงขาเรียวขาวที่โผล่พ้นชายเสื้อออกมา
“ไม่เห็นขาอ่อนเหรอ” ไป๋เฮ่อก้าวเข้าไปใกล้อีกนิดอย่างคนเริ่มเอาคืนบ้างแล้ว ดวงตาคมจ้องเธอตรง ๆ ก่อนพูดน้ำเสียงต่ำขึ้นต่อ
“ฉันจับเธอกดลงตรงนี้ตอนนี้ยังได้เลย” คำพูดนั้นทำให้ซินอวี้ชะงักไปหนึ่งจังหวะ ไม่ใช่เพราะว่าเธอกลัว แต่เป็นเพราะน้ำเสียงขอไป๋เฮ่อตอนนี้ต่างจากตอนปากหมาปกติต่างหาก มันทั้งต่ำ ทั้งแหบ แล้วก็เต็มไปด้วยการเอาคืนแบบผู้ชายที่โดนปั่นมาทั้งวัน
แต่ซินอวี้ก็คือซินอวี้…
“นายเนี่ยนะ คนที่เพิ่งโดนฉันเรียกคุณพ่อจนความดันขึ้นจะจับฉันกด” หญิงสาวกะพริบตาทำหน้าทะเล้นพลางพูด ก่อนเธอจะกวาดสายตาคู่สวยของเธอมองไป๋เฮ่อกลับตั้งแต่หัวจรดเท้าเช่นกันอย่างคนไม่ยอมแพ้
“อีกอย่าง ตอนนี้ฉันท้องอยู่ นายกล้าทำอะไรจริงเหรอ” เธอพูดน้ำเสียงเย้ยหยัน คิดว่าอีกฝ่ายไม่กล้าทำอะไร แต่แล้ว จู่ ๆ ร่างสูงก็พุ่งเข้าหาเธออย่างรวดเร็วจนเธอไม่ทันจะได้ตั้งตัว
พรึบ~
“อ๊ะ!” ซินอวี้อุทานออกมาเบา ๆ ขณะก้นเล็กของเธอก็กระทบกับพื้นโซฟานุ่ม ทว่าแรงกระทบนั้นก็ไม่ถึงกับแรงมาก
“ฉันให้เธอพูดใหม่” เสียงทุ้มต่ำดังอยู่ใกล้ใบหน้าสวย ใกล้จนซินอวี้สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ของอีกฝ่าย
ดวงตาคู่สวยกะพริบถี่นิดหนึ่งเมื่อพบว่าตอนนี้ฉงไป๋เฮ่อกำลังคร่อมตัวเธอไว้หลวม ๆ มือข้างหนึ่งเท้าอยู่บนพนักโซฟา ส่วนอีกข้างยันข้างตัวเธอเอาไว้ เหมือนตั้งใจปิดทางหนีแบบไม่รู้ตัว
“อะ… อะไร” ซินอวี้พยายามทำเสียงนิ่ง แต่แววตากลับไหววูบไปนิดหนึ่ง ซึ่งแน่นแนว่าไป๋เฮ่อเองก็เห็นได้ชัด และนั่นยิ่งทำให้มุมปากเขาค่อย ๆ ยกขึ้นอย่างผู้ชายที่เริ่มเอาคืนสำเร็จ
“เมื่อกี้ใครบอกว่าฉันไม่กล้า”
“…”
“หืมว่ายังไง?”
ซินอวี้ยังไม่ทันตอบ ริมฝีปากบางเธอเม้มปากแน่นทันทีเมื่ออีกฝ่ายก้มลงมาใกล้อีกนิด ใกล้จนเธอเริ่มได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่ยังติดอยู่บนตัวเขา
และหัวใจเจ้ากรรมดันเต้นแรงขึ้นมาเฉย ๆ บ้าเอ๊ย… บ้าเสียจริง ทำไมพอผู้ชายคนนี้เอาจริงขึ้นมานิดเดียว บรรยากาศมันเปลี่ยนไปขนาดนี้
“ไป๋เฮ่อ”
“กลัวแล้ว?”
“เปล่า ฉัน…”
“ฉันอะไร หึ”
“ฉัน อึก! ฉัน
“…”
“ฉันจะอ้วก แหวะ! เหม็นน้ำหอม” สองมือเรียวผละอกแกร่งแรงจนคนที่คร่อมอยู่เสียหลัก ซินอวี้คิ้วขมวดแทบชนกัน และอาการนี้เธอไม่ได้แกล้งไป๋เฮ่อแต่อย่างใด
เธอเหม็นน้ำหอมจากตัวเขาจริง ๆ…
“อ๊อก! อึก! อื้อ!”
ไป๋เฮ่อชะงักไปทันทีเมื่อคนตรงหน้าหน้าซีดลงแบบเห็นได้ชัด ซินอวี้รีบยกมือปิดปากตัวเองแน่น คิ้วขมวดจนแทบผูกกัน
“เฮ้ย เดี๋ยว”
“เหม็น! น้ำหอมนาย อึก!” เธอพูดเสียงสั่น ก่อนจะผลักอกเขาอีกรอบแล้วรีบลุกพรวดขึ้นจากโซฟา แต่เพราะรีบเกินไป บวกกับอาการคลื่นไส้ จึงทำให้ร่างบางเซไปด้านข้างทันที
“ซินอวี้!”
หมับ!
ไป๋เฮ่อรีบคว้าเอวเธอไว้แทบไม่ทัน สีหน้าที่เมื่อกี้ยังเหมือนกำลังเอาคืน กลับเปลี่ยนเป็นตกใจจริงจัง
“เธอไหวไหมเนี่ย?”
“ไม่ อึก! นายออกไป” ซินอวี้รีบยกมือปิดปากอีกครั้ง สีหน้าซีดกว่าเดิมจนไป๋เฮ่อเริ่มลน
“ห้องน้ำอยู่ไหนวะ… เชี่ย ไม่ใช่สิ ห้องกูเอง” พูดจบเขาก็รีบพาร่างบางเดินตรงไปทางห้องน้ำทันที มือใหญ่ประคองเธอไว้แน่นแบบไม่ทันได้คิดอะไรทั้งนั้น
พรึ่บ~
ทันทีที่ถึง ซินอวี้แทบพุ่งไปเกาะขอบอ่างล้างหน้า ก่อนจะอาเจียนออกมาจริง ๆ
“อึก… แค่ก!”
ไป๋เฮ่อยืนนิ่งไปชั่ววินาที เหมือนสมองประมวลผลไม่ทันกับภาพตรงหน้า เมื่อครู่เธอยังปากดีใส่เขาอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับตัวเล็กนิดเดียว แถมยังดูทรมานจนเขาเริ่มทำอะไรไม่ถูก
“เชี่ย” ร่างสูงสบถ คิ้วขมวด ก่อนรีบเดินเข้าไปใกล้ แล้วรวบผมยาวของเธอขึ้นให้อัตโนมัติ
ด้านซินอวี้ เธอชะงักไปนิดหนึ่งตอนรู้สึกถึงมือใหญ่ที่ช่วยจับผมให้ แต่สุดท้ายก็ไม่มีแรงจะพูดอะไร ได้แต่ก้มหน้าอยู่แบบนั้น
“อ๊อก!”
“ยังจะปากดีอีกไหม” ไป๋เฮ่อพึมพำเสียงต่ำ แม้น้ำเสียงจะยังกวนประสาทเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้กลับเบาลงเยอะ
“แค่ก” ซินอวี้หอบหายใจนิดหน่อย ก่อนเงยหน้ามองเขาผ่านกระจก
“นาย ใช้น้ำหอมกลิ่นแรงจริง ๆ”
“ใครจะไปรู้ว่าคนท้องแม่งจมูกไวดิ”
“แล้วใครใช้ให้นายเข้ามาใกล้ขนาดนั้นเล่า”
ซินอวี้ประท้วง และประโยคนั้นก็ทำให้ไป๋เฮ่อเงียบไป ดวงตาคมสบเข้ากับสายตาเธอผ่านกระจกชั่วครู่ ก่อนจะรีบละสายตาหนีแล้วหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กส่งให้แบบเสียอาการนิด ๆ
“เช็ดหน้าไป”
“นายนี่มัน!”
“อะไรอีก”
“ชอบสร้างเรื่อง!” สิ้นเสียงประท้วงนั้น ไป๋เฮ่อก็หลุดหัวเราะออกมาสั้น ๆ แบบเหลืออด ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาแทบหัวเสียทั้งวัน แต่พอเห็นผู้หญิงตรงหน้าหน้าซีดเพราะแพ้ท้อง แล้วยังมีแรงมาปากดีใส่เขาอีก มันก็น่าหมั่นไส้จนอดขำไม่ได้
“ใครใช้ให้เธอปั่นฉันก่อนล่ะ”
“ก็นายปั่นง่ายเอง”
“ซินอวี้ ฉันเกือบโดนเธออ้วกใส่หน้านะ”
“ก็สมควร” เธอสวนกลับ ก่อนจะก้มลงบ้วนปากอีกรอบ แล้วหอบหายใจเบา ๆ
ไป๋เฮ่อยืนมองอยู่เงียบ ๆ สายตาคมกวาดผ่านใบหน้าซีด ๆ ของอีกฝ่าย แล้วขมวดคิ้วนิดหนึ่ง
“ยังเวียนหัวอยู่?”
ซินอวี้ชะงักไปนิดเดียว เพราะน้ำเสียงนั้นมันไม่เหมือนตอนกวนประสาทกันเมื่อครู่เลย มันเบาลง แล้วก็ฟังดูเป็นห่วงจริง ๆ แบบที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
“นิดหน่อย”
“งั้นก็ไปนั่งก่อน” พูดจบเขาก็จับแขนเธอแล้วพากลับไปนั่งโซฟาอย่างระมัดระวัง ผิดกับคนปากหมาเมื่อกี้ลิบลับ
“พอเลยไม่ต้องมาจับฉัน นายลงไปเอาชาไข่มุกให้ฉันเลย โทษฐานที่นายทำให้ฉันแพ้ท้อง!”
“เดี๋ยวนะ”
“อะไร”
“นี่เธอใช้งานฉัน?”
“ก็ใช่ไง” ซินอวี้ตอบหน้าตาเฉย ก่อนหล่นก้นเล็กนั่งลงช้า ๆ บนโซฟานุ่มกลางห้องเหมือนคนเริ่มหมดแรงจริง ๆ
“ฉันเวียนหัวอยู่ นายก็เห็น”
“แล้วทำไมฉันต้องลงไปเอาเองด้วย”
“เพราะนายเป็นต้นเหตุ”
“ต้นเหตุอะไร”
“ต้นเหตุแห่งการอ้วก ต้นเหตุของการทำให้แพ้ท้องไง”
ไป๋เฮ่ออ้าปากค้างอย่างคนจนปัญญา พร้อมยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรง ๆ ปกติชีวิตเขามีแต่คนคอยตามใจ อี้เฉินคอยดูตาราง ทีมงานคอยวิ่งซื้อของแฟนคลับคอยเอาใจ
แต่ตอนนี้ เขากำลังโดนผู้หญิงแพ้ท้องคนหนึ่งสั่งให้ลงไปเอาชานมไข่มุกในสภาพที่เขาเข้ากองตั้งแต่ตีห้า เลิกกองกลับมาถึงห้องเกือบค่ำแล้วต้องมาทะเลาะกับเธอ
แม่งบ้าชิบหาย…
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง ชาไข่มุกร้านดังก็มาส่ง เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นเบา ๆ ก่อนไป๋เฮ่อจะเดินออกจากห้องแล้วลงลิฟต์ไปรับชา
“ชีวิตไอ้เฮ่อ ถ่ายงานหนักไม่พอ อีเวนต์เยอะไม่พอ ยังต้องมาโดนยัยบ้านี่ป่วนอีก ไอ้เฉินมึงนะมึงอย่าให้เจอแม่งจะด่าให้ยับเลยพรุ่งนี้!”
“กูอยู่ดี ๆ คนเดียวของกูแท้ ๆ” ไม่เพียงแค่พูดพร่ำ มือใหญ่ยังยกขึ้นลูบหน้าตัวเองอย่างคนไร้หนทาง
“ขัดใจกูจริง ๆ ไหนจะเรื่องคู่จิ้นอย่างหนิงเหนียงอีก”
