บทที่ 12 ภรรยาลับซุปตาร์ตัวท็อป ตอนที่ 11

หลังจากเจ้าตัวได้ชาไข่มุกแล้ว ฉงไป๋เฮ่อก็รีบกลับขึ้นมาบนชั้นของเพนต์เฮาส์ทันที ถุงชานมในมือแกว่งไปมาตามจังหวะก้าวขายาว ขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้แมสยังติดอารมณ์หงุดหงิดไม่หาย

ติ๊ง!

ประตูลิฟต์เปิดออก ร่างสูงเดินออกมาพร้อมถอนหายใจแรง ๆ อีกครั้ง

“กูนี่ก็ใจดีเกิน…” เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะใช้นิ้วกดรหัสเข้าห้อง

แกร๊ก~

ทันทีที่ประตูเปิดออก ความเงียบภายในก็ต้อนรับเขาทันที

“ซินอวี้?” ไม่มีเสียงตอบ ไป๋เฮ่อขมวดคิ้วนิดหนึ่ง ก่อนเดินเข้าไปด้านในแล้ววางชานมลงบนเคาน์เตอร์ครัว

“ยัยตัวปัญหา?”

ยังเงียบ… ดวงตาคมเริ่มกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะเดินตรงไปทางห้องนั่งเล่น แล้วภาพตรงหน้าก็ทำให้ฝีเท้าเขาชะงักลงเล็กน้อย

ร่างบางนอนขดตัวอยู่บนโซฟา ผ้าห่มผืนเล็กถูกดึงขึ้นมาปิดถึงอก ผมสีไวน์แดงยาวสยายยุ่งนิด ๆ บนหมอน ใบหน้าซีดก่อนหน้านี้ดูดีขึ้นนิดหน่อยเพราะเธอหลับไปแล้ว

ส่วนชาไข่มุกที่เจ้าตัวโวยวายอยากกินนักหนา ตอนนี้กลับยังไม่ได้แตะด้วยซ้ำ

ไป๋เฮ่อยืนนิ่งมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจออกมา

“หลับเร็วกว่าผีอีก”

แม้ปากจะบ่น แต่สุดท้ายเขาก็เดินเข้าไปใกล้ช้า ๆ แล้วดึงผ้าห่มขึ้นคลุมไหล่เธอเพิ่มให้อัตโนมัติ

มือใหญ่ชะงักไปนิดหนึ่งตอนสายตาดันเหลือบเห็นปลายขาขาวที่โผล่ออกมาจากชายเสื้อยืดตัวใหญ่ของเขาอีกครั้ง

“เชี่ย”

ไป๋เฮ่อรีบละสายตาหนีแทบจะทันที แล้วยกมือขึ้นลูบต้นคอตัวเองแรง ๆ อย่างคนเริ่มหงุดหงิดกับอะไรบางอย่างในใจ

ผู้หญิงคนนี้แม่งอันตรายจริง ๆ ทั้งปากดี ทั้งชอบปั่นประสาท แล้วยังทำให้เขาเสียอาการได้ตลอดเวลาอีกต่างหาก อันที่จริงซินอวี้ก็ไม่ใช่คนขี้เหล่อะไรเลย สวยซะด้วยซ้ำ แถมลีลาบนเตียงก็อย่าได้นึกถึง

“อย่านึกถึงคืนนั้นไป๋เฮ่อ” ริมฝีปากบางขยับเตือนตัวเอง และขณะที่เขากำลังจะเดินหนี จู่ ๆ เสียงงึมงำเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากคนบนโซฟา

“ชาไข่มุก~” ไป๋เฮ่อหันกลับไปมองทันที ก่อนจะเห็นซินอวี้ยังหลับตาอยู่ แต่ริมฝีปากบางกลับขยับพึมพำต่อเหมือนละเมอ

“ไข่มุกต้องหนึบ ๆ นะ”

“ขนาดละเมอยังเรื่องมากอีก ยัยบื้อ! สิ้นฤทธิ์ได้ก็ดี” ไป๋เฮ่อยืนมองคนบนโซฟาอยู่พักหนึ่ง พร้อมกับใช้สายตาคมเหลือบไปทางแก้วชานมบนเคาน์เตอร์อีกรอบ

“สรุปกูลงไปเอาทำไมวะ”

ร่างสูงบ่นกับตัวเอง แต่สุดท้ายก็ยังเดินกลับไปหยิบแก้วชานมเก็บเข้าตู้เย็น 

ปกติกลับมาจากกองถ่าย สิ่งแรกที่ไป๋เฮ่อทำคืออาบน้ำ ปิดโทรศัพท์ แล้วนอนยาวจนเช้า ไม่ก็ไปเที่ยวดื่มเล็กน้อย แต่ทว่าวันนี้ คืนนี้ทั้งห้องกลับมีผู้หญิงอีกคนอยู่ด้วย แถมยังเป็นผู้หญิงที่ทำให้ชีวิตเขาปั่นป่วนตั้งแต่วินาทีแรกที่เจอ

ดวงตาคมมองคนบนโซฟาอีกครั้ง ซินอวี้ยังคงหลับสนิท ขนตายาวทอดลงบนแก้มซีดนิด ๆ ลมหายใจสม่ำเสมอจนอกบางค่อย ๆ ขยับขึ้นลงเบา ๆ

เงียบเกินไป เงียบจนไม่เหมือนเจ้าของเสียงปากแซ่บที่เถียงเขาได้ทั้งวัน

ไป๋เฮ่อถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินขึ้นชั้นสองห้องตัวเอง แต่ยังไม่ทันก้าว เสียงละเมองึมงำก็ดังขึ้นอีก

“อื้อ ไอ้บ้าขี้เก๊ก! ยังไงนายก็ต้องรับผิดชอบเด็กคนนี้นะเว้ย ไม่งั้นนะ ฉันไม่ยอมแน่! ฮือ~”

“อะไรนะ”

ดวงตาคมหันกลับไปมองคนบนโซฟาอีกครั้ง ซินอวี้ยังหลับอยู่เหมือนเดิม ใบหน้าซุกหมอนนิด ๆ แต่ปากกลับยังพึมพำงอแงไม่หยุด

“ขี้เก๊ก… ปากหมา…”

“…”

“แต่ต้องรับผิดสิ เอาเด็กนี่ไป” เสียงนั้นเบาจนแทบเป็นลมหายใจ ทว่ากลับทำให้ไป๋เฮ่อนิ่งเงียบไปพักใหญ่ เขามองเธออยู่แบบนั้นครู่หนึ่ง ก่อนหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างคนไม่อยากเชื่อหู

“ละเมอยังด่าฉันอีกนะ ปากแซ่บจริง ๆ” แม้จะพูดอย่างนั้น ริมฝีปากบางเฉียบของเขาก็ยังเผลอฉายรอยยิ้มน้อย ๆ ขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว จากนั้น ไป๋เฮ่อจึงตัดสินใจเดินขึ้นบันไดไปยันชั้นสองของเพนต์เฮาส์

ร่างสูงเดินขึ้นมาถึงชั้นสอง มือใหญ่ก็พลางปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสองเม็ดแรกออกอย่างเหนื่อยล้า ทั้งวันเจอแต่กล้อง แฟนคลับ สปอตไลต์ แล้วยังต้องกลับมาเจอยัยตัวปัญหาที่นอนละเมอด่าเขาอีก

“ชีวิตกูนี่แม่ง” ไป๋เฮ่อพึมพำเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนตัวเอง แต่ยังไม่ทันถึงเตียง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อน

ติ๊ง!

ดวงตาคมเหลือบมองหน้าจอทันที ก่อนคิ้วจะขมวดเข้าหากันนิดหนึ่งเมื่อเห็นชื่อที่เด้งขึ้นมา

‘หนิงเหนียง’

[วันนี้อย่านอนดึกนะ เป็นห่วง :) ]

ไป๋เฮ่อจ้องข้อความนั้นอยู่พักหนึ่ง นิ้วเรียวยาวหยุดค้างเหนือหน้าจอเหมือนไม่รู้จะตอบอะไร ปกติแล้วเขาควรตอบกลับไปตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ

หนิงเหนียงเป็นนักแสดงรุ่นน้องในบริษัทเดียวกัน ข่าวจิ้นของทั้งคู่ดังอยู่พักใหญ่ แฟนคลับเชียร์หนัก บริษัทเองก็เหมือนจะดันอยู่เงียบ ๆ

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงตอบกลับไปแบบขอไปที หรือไม่ก็โทรกลับทันทีตอนว่าง

แต่คืนนี้ สายตาคมกลับเหลือบมองผ่านประตูลงไปชั้นล่างโดยไม่รู้ตัว เหมือนยังเห็นภาพผู้หญิงตัวเล็กในเสื้อของเขานอนขดอยู่บนโซฟา

“ฮือ~ ต้องรับผิดชอบนะ” เสียงละเมองอแงเมื่อกี้ดังวนกลับมาในหัวอีกครั้ง จนไป๋เฮ่อกดลิ้นกับกระพุ้งแก้มตัวเองเบา ๆ อย่างหงุดหงิด

“บ้าเอ๊ย”

สุดท้ายเขาก็กดปิดหน้าจอมือถือโดยไม่ได้ตอบข้อความ

หมับ!

ร่างสูงโยนโทรศัพท์ลงบนเตียง ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปทันที ปล่อยให้สายน้ำเย็นไหลกระทบแผ่อกกว้าง แต่แทนที่สมองจะโล่ง กลับมีแต่ภาพผู้หญิงปากดีคนนั้นวนอยู่เต็มหัว

ทั้งตอนหัวเราะใส่เขา ตอนเรียกเขาว่า ‘คุณพ่อ’ ตอนทำหน้าเหม็นน้ำหอมจนแทบอ้วก แล้วก็ตอนละเมองึมงำเสียงเบาเหมือนเด็กดื้อ

“เชี่ย… แล้วต้องทำยังไงต่อ”

ไป๋เฮ่อยกมือขึ้นเสยผมเปียกตัวเองแรง ๆ ก่อนหลับตาลงช้า ๆ

“ฉันก็ยังภาวนาให้เด็กในท้องนั้น ไม่ใช่ลูกฉัน ไม่ได้รังเกียจแต่ฉันก็สงสารหนิงเหนียง” เสียงทุ้มพึมพำเบา ๆ คล้ายพูดกับตัวเองมากกว่าใคร

เขาไม่ได้เกลียดเด็ก และก็ไม่ได้รังเกียจซินอวี้ แต่ทุกอย่างมันเร็วเกินไป เร็วจนคนที่ใช้ชีวิตอิสระมาตลอดอย่างเขาตั้งตัวไม่ทัน

ไหนจะข่าว ไหนจะงาน ไหนจะชื่อเสียงที่สร้างมาหลายปี แล้วก็หนิงเหนียง ภาพรอยยิ้มอ่อนโยนของนักแสดงสาวลอยขึ้นมาในหัวทันที ในสายตาไป๋เฮ่อ หนิงเหนียงเป็นคนดี อ่อนโยน เรียบร้อย ต่างจากนิสัยผู้หญิงปากแซ่บข้างล่างแบบคนละโลก

แต่แล้วจะทำยังไงได้ ในเมื่อเป็นแบบนี้ จะเสนอทางเลือกให้ซินอวี้กำจัดเด็กทิ้งไป เธอก็คงไม่ยอมแน่ ดูจากปากของเธอก่อน แรงยิ่งกว่าอะไร!

ไป๋เฮ่อถอนหายใจออกมายาว ก่อนเอื้อมมือปิดน้ำแล้วคว้าผ้าขนหนูมาพาดบนหัวเปียกชื้นของตัวเองในยี่สิบนาทีต่อมา

ชีวิตที่ผ่านมา เขาไม่เคยคิดเรื่องสร้างครอบครัว จริงจังเลยด้วยซ้ำ งานกำลังไปได้ดี ชื่อเสียงกำลังขึ้นอนาคตกำลังนิ่ง ทุกอย่างควรเป็นแบบนั้นต่อไปตามความฝัน

แต่จู่ ๆ กลับมีผู้หญิงคนหนึ่งโผล่มาพร้อมผลตรวจตั้งครรภ์ แล้วโยนคำว่า ‘รับผิดชอบ’ ใส่หน้าเขาเต็ม ๆ

และที่สำคัญ เขาดันไล่เธอออกไปไม่ได้อีกต่างหา แต่เรื่องนี้จะโทษซินอวี้คนเดียวก็คงไม่ได้อีก เพราะถ้าจะผิดก็คงผิดทั้งคู่ ที่คึกคะนองอยากรู้อยากลองไม่เข้าเรื่อง

“ไป๋เฮ่อ! ชาไข่มุกฉันอยู่ไหน?” เสียงนั้นดังอยู่ไม่ไกล ถ้าจะให้เดา ตอนนี้ซินอวี้คงเดินเข้ามาโวยวายในห้องแล้ว

“ได้ยินไหมเนี่ย!”

ฉงไป๋เฮ่อหลับตานิ่งไปสองวินาที ก่อนถอนหายใจแรง ๆ แล้วเปิดประตูออกไป

แกร๊ก~

ทันทีที่ประตูเปิด ร่างบางที่กำลังจะเคาะก็แทบเสียหลักพุ่งเข้ามาชนอกเขาเต็ม ๆ

“อ๊ะ!”

หมับ!

มือใหญ่คว้าแขนเธอไว้ทันโดยอัตโนมัติ ดวงตาคมก้มลงมองคนตรงหน้าเงียบ ๆ

ซินอวี้อยู่ในสภาพงัวเงียสุด ๆ ผมยาวยุ่งนิดหน่อย ดวงตายังปรือเพราะเพิ่งตื่น แถมยังใส่เสื้อยืดตัวใหญ่ของเขาเหมือนเดิม

“อะไรอีก”

“ชาไข่มุกฉันไง”

“นี่เธอตื่นมาเพราะของกินจริง ๆ เหรอวะ”

“ใช่” หญิงสาวตอบหน้าตาเฉย ก่อนย่นจมูกใส่เขานิดหนึ่ง

“แล้วนายเลิกทำหน้าเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากได้ไหม ฉันยังไม่ได้ตายนะ”

“เธอไม่ตาย แต่นะฉันใกล้แล้ว”

“เว่อร์” ซินอวี้เบ้ปาก ก่อนชะโงกหน้าเข้ามาในห้องเขาอย่างไม่เกรงใจ ดวงตาคู่สวยกวาดมองรอบห้องนอนกว้างของซุปตาร์หนุ่มเร็ว ๆ เตียงสีเทาเรียบ ๆ ชั้นหนังสือ มุมฟังเพลง แล้วก็เสื้อผ้าที่ถูกโยนพาดไว้บนเก้าอี้

“ห้องนายเรียบร้อยจัง”

“แล้ว?”

“ไม่เหมือนคนปากหมาเลย”

“เธอนี่มัน” ไป๋เฮ่อกดลิ้นกับกระพุ้งแก้มอีกครั้ง ก่อนจะเดินแซงเธอลงไปชั้นล่างโดยที่ผ้าขนหนูผูกเอวหมิ่น ๆ แค่ผืนเดียว แล้วซินอวี้เดินตามมาติด ๆ แบบไม่รู้ตัว

“ชาอยู่ในตู้เย็น”

“อ้าว นายเอาไปแช่ทำไม”

“ก็เธอหลับเป็นศพ”

“พูดเพราะ ๆ กับคนท้องหน่อยได้ไหม”

“ไม่”

“ใจร้าย”

ไป๋เฮ่อเปิดตู้เย็นแล้วหยิบแก้วชานมออกมาส่งให้เธอแบบเสียไม่ได้ ซินอวี้รีบรับไปทันที ก่อนดูดคำโตเหมือนคนขาดน้ำมาทั้งชีวิต

“อร่อย”

ร่างสูงมองภาพนั้นเงียบ ๆ แล้วหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างไม่รู้ตัว ผู้หญิงคนนี้แปลกจริง ๆ เมื่อกี้ยังทำให้เขาปวดหัวเรื่องอนาคต เรื่องข่าว เรื่องชีวิตพัง ๆ

แต่พอเห็นเธอนั่งดูดไข่มุกแก้มป่องอยู่ตรงหน้า มันกลับดู…

“มองอะไร” ซินอวี้เลิกคิ้วถามทั้งที่ยังคาบหลอดอยู่

“มองคนที่ทำให้ชีวิตฉันวุ่นวาย”

“อ๋อ” เธอพยักหน้าเข้าใจง่าย ๆ ก่อนตอบกลับต่อไปหน้าตาเฉย

“งั้นก็ชินไว้ เพราะอีกนานแน่กว่านายจะสงบ”

⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️

สายป่วนประสาทปะทะสายปากหมา 55555 ระวังนะไป๋เฮ่อ สักวันจะหลงรักยัยซินอวี้หนัก แอบกระซิบว่าตอนต่อไป สองคนนี้ก็ยังคงเถียงกันน่ารักเหมือนเดิม 🫢 ฝากติดตามด้วยนะคะ #ไหว้ย่อ….

Next episode spoilers…

“เธอนี่แม่ง!”

“ทำไม ฉันน่ารักใช่ไหมล่ะ”

“น่าปวดหัวซะมากกว่า ตัวปัญหาชัด ๆ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป