บทที่ 13 ภรรยาลับซุปตาร์ตัวท็อป ตอนที่ 12
“งั้นก็ชินไว้ เพราะอีกนานแน่กว่านายจะสงบ” พูดจบร่างบางก็หมุนตัวกลับไปยังโซฟานุ่มกลางห้องทันที ซินอวี้นั่งไขว่ห้าง ก่อนดูดชาไข่มุกต่ออย่างสบายใจราวกับเมื่อครู่ไม่ได้เพิ่งพูดประโยคชวนปวดหัวใส่เขาเลยแม้แต่นิดเดียว
ส่วนฉงไป๋เฮ่อ หลังจากต่อปากต่อคำกับซินอวี้อยู่พักหนึ่ง ร่างสูงก็ส่ายหน้าเนือย ๆ เหมือนคนจนปัญญา ก่อนหมุนตัวเดินกลับขึ้นไปยังชั้นสองของเพนต์เฮาส์เพื่อแต่งตัว
ด้านซินอวี้เองก็เอนหลังพิงโซฟา พลางเคี้ยวไข่มุกหนึบ ๆ อย่างอารมณ์ดี ดวงตาคู่สวยเหลือบมองขึ้นไปด้านบนแวบหนึ่ง ก่อนพึมพำกับตัวเอง
“ตัวจริงบ่นเก่งชะมัด” ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่มุมปากเธอกลับเผลอยกขึ้นนิดหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว และไม่นานนัก เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ซินอวี้เงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ แล้วชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นไป๋เฮ่อเดินลงมาจากชั้นบนในชุดเสื้อยืดสีดำกับกางเกงวอร์มสบาย ๆ ผมยังหมาดนิดหน่อยจากการอาบน้ำ ทำให้ลุคซุปตาร์ที่ดูเนี้ยบตลอดเวลา กลับดูธรรมดาแบบผู้ชายวัยเดียวกันขึ้นมาเฉย ๆ
“มองอะไรขนาดนั้น?” เสียงทุ้มดังขึ้นทันทีเมื่อเห็นเธอจ้องอยู่แบบนั้น
“เปล่า ไม่ได้มอง”
“โกหก”
“นายหลงตัวเองไปป่ะ”
ไป๋เฮ่อหลุดหัวเราะในลำคอพลางทิ้งตัวลงนั่งอีกฝั่งของโซฟา กลิ่นสบู่อ่อน ๆ หลังอาบน้ำลอยมาแทนกลิ่นน้ำหอมแรงก่อนหน้านี้ จนซินอวี้เผลอขยับจมูกนิดหนึ่งอย่างพอใจ
“อื้ม นายว่างใช่ไหมละตอนนี้ นายไปขอของออกจากห้องเก็บของทีสิ ฉันเดินขึ้นไปดูแล้ว ฉันจะนอนห้องนั้น นายขนของสองชั่วโมง ฉันสั่งเตียงมาหนึ่งชั่วโมง ทำความสะอาดหนึ่งชั่วโมง รวม ๆ แล้วไม่เกินสี่ทุ่ม ฉันได้นอนพอดี” ซินอวี้พูดแทบจะเป็นแร็ปเปอร์ ไม่เปิดโอกาสให้ไป๋เฮ่อได้เอ่ยอะไรขึ้นเลยสักคำ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเธอพูดจบ
“เดี๋ยวนะ อะไรของเธออีก”
ไป๋เฮ่อขมวดคิ้วทันทีอย่างคนตามไม่ทัน เมื่อจู่ ๆ อีกฝ่ายก็ร่ายแผนการชีวิตใส่เขาเป็นชุดเหมือนประชุมงานด่วน ส่วนซินอวี้เมื่อฟังไป๋เฮ่อพูดจบ เธอก็กะพริบตาปริบ ๆ ก่อนยกแก้วชานมขึ้นดูดต่อหน้าตาเฉย
“ก็ฉันจะจัดห้องไง”
“จัดห้อง?”
“อื้ม~ ห้องเก็บของที่แฟนคลับให้นายข้าง ๆ ห้องนายอ่ะ ฉันดูแล้วมันกว้างพออยู่ได้”
“เดี๋ยวนะ เธอเดินเข้าไปดูตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ตอนนายอาบน้ำ”
“นี่เธอสำรวจบ้านฉัน?”
“ก็ฉันจะอยู่ที่นี่อีกตั้งหลายเดือนนะ”
ไป๋เฮ่อถึงกับเงียบไปชั่วครู่ ก่อนยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรง ๆ เหมือนเริ่มมีเรื่องให้ปวดหัวอีกแล้ว แทนที่จะได้นั่งพัก แต่กลับไม่ได้พักสักที
“แล้วทำไมฉันต้องเป็นคนขนของ”
“เพราะนายตัวใหญ่”
“ฟังดูสมเหตุสมผลชิบหายเลยนะ”
“ใช่ไหมล่ะ”
“ไม่!”
หญิงสาวหัวเราะคิก ก่อนจะวางแก้วชานมลงบนโต๊ะ แล้วเริ่มนับนิ้วต่อจริงจังเหมือนวางแผนมาแล้ว
“ฟังนะ แผนฉันดีมาก ฉันอุส่าห์ตื่นมาบอกนายเลยนะ นายขนของออกจากห้องเก็บของประมาณสองชั่วโมง”
“ใครบอกว่าจะขน”
“แล้วฉันจะสั่งเตียง ระหว่างรอของมาส่ง นายก็ทำความสะอาดห้อง”
“เดี๋ยวนะ ทำไมยังเป็นฉันอีก”
“เพราะฉันท้องอยู่ หรือไม่! นายก็ตามอี้เฉินมาช่วย ไว ๆ เลย” สิ้นประโยคนั้น ทั้งห้องก็เงียบไปสองวินาทีเต็ม ๆ ไป๋เฮ่อนั่งมองผู้หญิงตรงหน้าเหมือนกำลังพยายามทำความเข้าใจว่าเธอพูดจริงหรือพูดเล่น แต่สีหน้าซินอวี้กลับจริงจังสุด ๆ ราวกับกำลังสั่งงานเลขาตัวเอง
“เธอนี่ใช้งานคนอื่นเก่งเกินไปแล้วนะ”
“ขอบคุณ”
“ฉันไม่ได้ชม!”
“แต่นายเหมือนชมฉันบ่อยมากเลยนะวันนี้”
“เหอะ!” ไป๋เฮ่อถึงกับหัวเราะลมหายใจออกมาหนึ่งทีอย่างคนหมดแรง ก่อนจะเอนตัวพิงโซฟาแล้วหลับตาลงชั่วครู่
“ฉันเพิ่งกลับจากกอง”
“อื้ม”
“ถ่ายละครตั้งแต่ตีห้า”
“อื้ม”
“ตอนนี้ฉันเหนื่อยมาก”
“อื้ม”
“แล้วเธอยังจะให้ฉันขนของอีก?” สิ้นเสียงของร่างสูง ซินอวี้กะพริบตาใสแป๋ว จากนั้นเธอก็ตอบกลับทันทีแบบไม่รู้สึกผิดสักนิด ไม่พอ เธอยังฉายรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้าอีก
“แต่ถ้านายไม่ทำ ฉันก็ไม่มีห้องนอนนะ” ประโยคนั้นทำเอาไป๋เฮ่อเงียบไปอีกรอบ หญิงสาวเห็นอีกฝ่ายนิ่ง ก็รีบเสริมต่อเสียงอ่อนลงนิดหนึ่ง
“ฉันไม่นอนห้องนอนนายหรอก สบายใจได้ แล้วฉันก็ไม่นอนโซฟาทั้งเก้าเดือนด้วย”
ดวงตาคมฉงไป๋เฮ่อเหลือบมองซินอวี้ที่กำลังพูดต่ออยู่พักหนึ่ง แต่หลังจากนั้น ไป๋เฮ่อก็ถอนหายใจยาวเหมือนยอมแพ้อีกครั้งซ้ำ ๆ จนแทบจะนับไม่ได้
“เธอนี่แม่ง!”
“ทำไม ฉันน่ารักใช่ไหมล่ะ”
“น่าปวดหัวซะมากกว่า ตัวปัญหาชัด ๆ”
ซินอวี้หัวเราะคิกคักทันที ก่อนยกแก้วชานมขึ้นดูดอีกอย่างอารมณ์ดี ไป๋เฮ่อมองภาพนั้นแล้วส่ายหน้าแรง ๆ อย่างคนจนทางจริง ๆ
“โอเค เดี๋ยวฉันโทรหาอี้เฉิน”
“เย้”
“เย้อะไรของเธอ”
“ก็มีแรงงานเพิ่มไง”
“เธอเห็นฉันกับอี้เฉินเป็นบริษัทรับจ้างหรือไง”
“ไม่อ่ะ เห็นเป็นคุณพ่อกับคุณอาน่ะ” หญิงสาวตอบหน้าตาเฉย พูดจบซินอวี้ก็ดูดชานมไข่มุกจนแทบจะหมดแก้ว
“หมดไวจังแฮะ นี่ขนาดสั่งแก้วใหญ่แล้วนะเนี่ย”เธอเขย่าแก้วชานมเบา ๆ พร้อมกับก้มมองไข่มุกเม็ดสุดท้ายที่เหลืออยู่ก้นแก้วด้วยสายตาเสียดายสุดชีวิต
จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบสี่ชั่วโมง…
“เร็วเข้า ๆ อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้ว” ร่างบางยืนกอดอกอยู่หน้าห้องใหม่ของตัวเอง ดวงตาคู่สวยเป็นประกายอย่างพอใจ ขณะที่ด้านหลังเธอเต็มไปด้วยกล่องของสะสมแฟนคลับ กองตุ๊กตา และชั้นวางของที่ถูกย้ายออกมากองระเกะระกะเต็มทางเดิน
ส่วนคนที่กำลังยืนหอบอยู่กลางห้องนั้น…
“อีกนิดเดียวบ้านเธอนั่นแหละ”
ฉงไป๋เฮ่อยกมือขึ้นเท้าเอว หอบหายใจเบา ๆ เสื้อยืดแนบแผ่นหลังกว้างเพราะเหงื่อจากการขนของต่อเนื่องหลายชั่วโมง ข้าง ๆ กัน อี้เฉินเองก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกันนัก
ครั้งสุดท้ายที่สองหนุ่มจำได้ว่าใช้แรงงานขนของหนักหนาขนาดนี้ คงน่าจะเป็นช่วงออกค่ายอาสาคณะวิศวะตั้งแต่ปีสาม
“กูไม่น่ามาเลยจริง ๆ” อี้เฉินทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นทันทีอย่างหมดสภาพ มือยังจับกล่องฟิกเกอร์ลิมิเต็ดเอดิชันของไป๋เฮ่อแน่นเหมือนกลัวหล่น
“มึงยังดี นี่บ้านกู ของแฟนคลับกูก็โดนย้าย ห้องก็โดนยึด” ไป๋เฮ่อหอบหายใจเหนื่อยพลางยกชายเสื้อขึ้นเช็ดเหงื่อ แน่นอนว่ายังไม่ทันจะพูดจบดี เสียงใสแทรกขึ้น
“ฉันยังไม่ได้ยึด” ซินอวี้ยืนกอดอกอยู่หน้าห้องตัวเอง ก่อนกวาดตามองรอบ ๆ อย่างผู้จัดการไซต์งานตัวจริง
“ฉันแค่ขอพื้นที่เล็ก ๆ สำหรับช่วงนี้”
“ให้มันจริง เจอแค่สองวันที่เจอเธอ ฉันยังเหนื่อยขนาดนี้” ไป๋เฮ่อสวนกลับจนหญิงสาวย่นจมูกใส่เขานิดหนึ่ง ก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปในห้องใหม่อีกรอบ พร้อมกับหมุนตัวมองซ้ายมองขวาด้วยสายตาพึงพอใจสุด ๆ
ตอนนี้ห้องเก็บของโล่งขึ้นเยอะ เตียงใหม่ถูกจัดเรียบร้อย ผ้าม่านสีครีมอ่อนถูกติดเข้าที่แล้ว แถมยังมีหมอนรูปกระต่ายที่ซินอวี้สั่งด่วนวางอยู่กลางเตียงอีกต่างหาก
“โอเค สมบูรณ์แบบ โชคดีที่มีเตียงเดิมอยู่แล้ว ว่าแต่ไม่มีฝุ่นเหลือแล้วใช่ไหม ไป๋เฮ่อนายลองไปพิสูจน์ความเรียบร้อยสิ แล้วค่อยไปขนของข้างนอกไปเก็บต่อ” จบประโยคนั้น ทั้งไป๋เฮ่อและอี้เฉินก็พร้อมใจกันเงียบไปไม่ใช่เพราะหมดแรงเถียง แต่เพราะตอนนี้พูดอะไรไปก็เหมือนอากาศที่ซินอวี้มองผ่าน
“…”
“…”
อี้เฉินค่อย ๆ หันไปมองเพื่อนรักช้า ๆ ก่อนยกมือขึ้นตบบ่าอีกฝ่ายเบา ๆ อย่างเห็นใจสุดชีวิต
“กูขอแสดงความเสียใจด้วย”
“มึงหยุดเลย มึงนั้นแหละตัวการ” ไป๋เฮ่อสวนกลับเสียงห้วน ก่อนที่ร่างสูงยืนมองซินอวี้นิ่ง ๆ อยู่พักหนึ่ง เหมือนกำลังชั่งใจว่าควรจับเธอมัดแล้วโยนออกไปนอกเพนต์เฮาส์ดีไหม แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ถอนหายใจยาว
“เร็ว ๆ ตรวจงานหน่อยคุณพ่อ”
“อย่าเรียกฉันแบบนั้นไง!” ไป๋เฮ่อบ่นคิ้วขมวด แต่สุดท้ายก็ยอมเดินเข้าไปในห้องอยู่ดี
ดวงตาคมกวาดมองรอบ ๆ ช้า ๆ ห้องที่เคยรกไปด้วยกล่องของสะสม ตอนนี้กลับถูกจัดจนดูอบอุ่นขึ้นผิดตา เตียงสีอ่อนเข้ากับผ้าม่านใหม่ แสงไฟหัวเตียงถูกเปลี่ยนเป็นโทนอุ่น แถมบนหัวเตียงยังมีแก้วน่ารักรูปหมีที่ซินอวี้เพิ่งเอามาวางอีก
“…”
แปลกดี ทั้งที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัวของเขาแท้ ๆ แต่ตอนนี้กลับเริ่มมี ‘กลิ่นของเธอ’ อยู่เต็มไปหมดแล้ว
“เป็นไง” เสียงใสดังขึ้นจากด้านหลัง ไป๋เฮ่อหันกลับไปมองคนที่ยืนเท้าเอวมองเขาอยู่หน้าประตู ก่อนตอบน้ำเสียงราบเรียบ
“ก็โอเค”
“จริงนะ?”
“อือ” สิ้นเสียงนั้น ซินอวี้ก็ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที พร้อมกับยิ้มกว้างแบบไม่ปิดเลยสักนิด ก่อนจะก้าวเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนที่นอน
ฟุบ~
“นุ่มมาก!”
ไป๋เฮ่อมองภาพนั้นเงียบ ๆ ผู้หญิงคนนี้ บางทีก็เหมือนพายุ แต่บางทีก็เหมือนเด็กจริง ๆ
“ไอ้เฮ่อ!” เสียงอี้เฉินดังมาจากข้างนอก
“มึงจะปล่อยกูเก็บของคนเดียวจริงดิ!”
“เออ เดี๋ยวไป” ไป๋เฮ่อตะโกนตอบกลับ พลางหันกลับมามองซินอวี้อีกครั้ง แล้วสายตาก็ชะงักนิดหนึ่ง
เพราะตอนนี้หญิงสาวนอนเอนอยู่บนเตียง ดวงตาปรือเล็กน้อยเหมือนเริ่มง่วงอีกแล้ว ขณะมือของเธอ ยังเผลอลูบท้องตัวเองเบา ๆ โดยไม่รู้ตัว…
⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️
ถึงปากจะบ่นซินอวี้มากแค่ไหน ไป๋เฮ่อก็ยอมทำตามที่ซินอวี้สั่งอยู่ดี อนาคตอยู่ใต้โอวาทเมียคัก อ้ายเฮ่อ 🤭🤭
Next episode spoilers…
“ไป๋เฮ่อ… นิ้วฉัน!”
