บทที่ 4 ภรรยาลับซุปตาร์ตัวท็อป ตอนที่ 3

เวลา 10:30 น.

@ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง

ร่างบางก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่ามั่นใจ เรือนผมยาวสีแดงไวน์ถูกปล่อยสยายเป็นลอนคลื่นอ่อน ๆ รับกับผิวขาวเนียนละเอียดราวกับกระเบื้องเคลือบราคาแพง ดวงตาคู่เรียวเฉี่ยวถูกแต่งแต้มด้วยเมกอัปโทนเย็นจนยิ่งขับให้สายตาของเธอดูทั้งเย้ายวนและหยิ่งทะนงในเวลาเดียวกัน

เดรสสีดำแนบลำตัวเผยส่วนเว้าโค้งอย่างพอดิบพอดี สายเดี่ยวเส้นบางแทบทำให้คนมองเผลอคิดว่าเพียงแค่ปลายนิ้วเกี่ยวเบา ๆ ก็อาจหลุดลงจากไหล่มนได้ทุกเมื่อ เนินอกอวบอิ่มสะดุดตาใต้ผ้าเนื้อลื่น ขณะที่เอวคอดรับกับสะโพกผายสวยราวกับถูกปั้นขึ้นมาอย่างตั้งใจ

ต่างหูห่วงสีเงินแกว่งไหวเบา ๆ ตามจังหวะก้าวเดิน พร้อมโชกเกอร์สีดำเส้นเล็กที่ยิ่งขับให้ลำคอขาวระหงของเธอดูน่ามองขึ้นอีกหลายเท่า

ซินอวี้ยกมือขึ้นเสยผมอย่างรำคาญเล็กน้อย ก่อนจะลดแว่นกันแดดลงช้า ๆ เผยใบหน้าสวยคมที่ต่อให้ยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ก็ยังเด่นสะดุดตาจนยากจะละสายตา

ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้สวยหวานแบบน่าทะนุถนอม แต่เป็นความสวยแบบอันตราย สวยจนคนมองอยากเข้าใกล้ ทั้งที่รู้ดีว่าอาจถูกเธอเหวี่ยงส้นสูงใส่หน้าได้ทุกเมื่อ

“ท้องก็ไม่ใช่ปัญหาของการแต่งตัว แต่ทำไมท้องยิ่งดูสวยขึ้นแฮะ หรือว่าเพราะช่วงนี้ทานอาหารดีมีประโยชน์นะ” ซินอวี้พึมพำพลางหมุนตัวมองเงาสะท้อนในกระจก แล้วยกมือแตะเอวตัวเองเบา ๆ

“ถ้าท้องแล้วสวยขึ้นแบบนี้ ผู้หญิงคนอื่นเขาจะยอมมีลูกกันง่าย ๆ แต่ก็แปลกดี” พูดจบร่างบางก็เดินไวก้าวเข้าไปภายในห้องสรรพสินค้าทันที แต่ก่อนจะถึงชั้นของงานอีเวนต์ ซินอวี้ก็ได้เดินผ่านร้านชานมไข่มุกชื่อดัง

“หึ!” สองขาเรียวหยุดชะงักอยู่หน้าร้านชานมไข่มุกชื่อดัง ดวงตาคู่สวยเหลือบมองแก้วชานมในมือของลูกค้าคนอื่นอย่างเผลอตัว

ทั้งที่ปกติแล้วซินอวี้แทบไม่แตะของหวานพวกนี้ด้วยซ้ำ

“อะไรของฉันอีกเนี่ย…” เธอพึมพำพลางยกมือขึ้นกอดอก สายตายังไม่ยอมละออกจากเมนูหน้าร้าน คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเหมือนกำลังต่อสู้กับตัวเองอยู่เงียบ ๆ

“ก็แค่ชานม ไม่ได้อยากกินสักหน่อย”

แต่ห้าวินาทีต่อมา…

“เอาชานมบราวน์ชูการ์ไข่มุกเพิ่มไข่มุกอีกเท่านึงค่ะ หวานปกติ แล้วก็ชีสโฟมด้วย”

พนักงานกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนรีบกดรายการแทบไม่ทัน ขณะที่ซินอวี้เองก็เม้มปากนิดหน่อยเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองสั่งอะไรออกไป

“ฝากไว้ก่อนนะเด็กนี่” เธอพึมพำเสียงเบา พลางลูบท้องตัวเองผ่านผ้าเดรสแนบลำตัวเหมือนคนหิวข้าว ทั้งที่จริง…

“ถ้าฉันน้ำหนักขึ้นเมื่อไหร่ แกโดนแน่” แม้ปากจะบ่น แต่สุดท้ายร่างบางก็ยืนรอรับแก้วชานมอย่างใจเย็น แถมยังดูเหมือน อารมณ์ดีขึ้นกว่าตอนเดินเข้าห้างมานิดหน่อยด้วยซ้ำ

“อร่อย” ทันทีที่ดูดคำแรก ดวงตาคู่สวยก็เบิกขึ้นเล็กน้อย ซินอวี้เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนดูดอีกคำเหมือนไม่อยากยอมรับความจริง

“ฉันไม่ได้ติดนะ แค่รู้สึกอยากกินเฉย ๆ”

อีกด้าน…

“อื้ม ชาไข่มุกร้านนี้อร่อยดีนะ อี้เฉิน มึงไปซื้อที่ไหนมาวะ ไม่เคยกินอะไรอร่อยแบบนี้เลย” ไป๋เฮ่อนั่งอยู่ในห้องแต่งตัวเอ่ยขึ้น ขณะกำลังแต่งหน้า พร้อมกับชิมชานมไข่มุกที่เพื่อนชายซื้อมาฝากช่างแต่งหน้า

“มึงเพิ่งเคยกิน?” อี้เฉินหันมามองด้วยสายตาเหลือเชื่อ

“กูไม่ใช่พวกติดของหวานไหมล่ะ” ไป๋เฮ่อยักไหล่ ก่อนจะดูดชานมอีกคำแบบไม่คิดอะไร

“แต่เออ อร่อยจริง ดีนะซื้อมาเกินเลยได้ชิม”

“ร้านดังในห้างนี่แหละ เห็นคนต่อคิวเยอะก็เลยซื้อมา” อี้เฉินตอบพลางก้มเช็กตารางงานในไอแพดต่อ 

“แต่แปลกนะ วันนี้คนแน่นกว่าปกติ เหมือนมีดารามาอีกคน”

“ใคร”

“ไม่รู้ว่ะ แต่ตอนกูเดินผ่าน คนมองทางเดียวกันหมด ไม่ได้สนใจมากนัก” สิ้นเสียงอี้เฉิน ไป๋เฮ่อจึงเลิกคิ้วนิดหน่อย แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงช่างแต่งหน้าก็ดังแทรกขึ้นมาก่อน

“พี่เฮ่อ อย่าขยับค่ะ เขียนอายไลเนอร์อยู่”

ไป๋เฮ่อไม่ตอบอะไร ใบหน้าหล่อเพียงพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะนั่งนิ่งให้ช่างแต่งหน้าจัดการแต่งหน้าให้ต่อ และใช้เวลาไม่นานไป๋เฮ่อก็แต่งหน้าเสร็จ พร้อมออกงานอีเวนต์

ซึ่งอีกด้านภายในชั้นจัดงานอีเวนต์ เสียงแฟนคลับที่ดังเซ็งแซ่เริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังทีมงานประกาศว่าฉงไป๋เฮ่อกำลังจะออกมาขึ้นเวทีในอีกไม่กี่นาที

บรรยากาศเต็มไปด้วยป้ายไฟ โทรศัพท์มือถือ และเสียงกดชัตเตอร์จากสื่อที่เริ่มประจำตำแหน่งกันแล้ว

“ฉงไป๋เฮ่อมาแล้ว!”

เสียงหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่กลุ่มแฟนคลับจะเริ่มขยับตัววุ่นวายทันที

ร่างสูงในชุดสูทสีดำเรียบหรูเดินออกมาพร้อมทีมงาน ใบหน้าหล่อคมถูกแต่งแต้มอย่างสมบูรณ์แบบจนแทบไม่มีมุมไหนให้ติ เส้นผมสีเข้มถูกเซ็ตเปิดหน้าผากเล็กน้อย ยิ่งขับให้ดวงตาคมดูโดดเด่นสะดุดตา

ไป๋เฮ่อยกมือขึ้นโบกแฟนคลับและโค้งคำนับตามมารยาท ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มมุมปากบาง ๆ แบบที่ทำเอาเสียงกรี๊ดดังขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

“กรี๊ดดดดดด!”

“พี่เฮ่อมองมาทางนี้!”

“หล่อมากกก!”

อี้เฉินที่เดินตามมาด้านหลังถึงกับส่ายหน้าเบา ๆ กับพลังแฟนคลับที่มองให้เพื่อน ก่อนจะหันไปคุยกับทีมงานเรื่องคิวขึ้นเวทีต่อ

แต่ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง…

สายตาของไป๋เฮ่อกลับชะงักไปเสี้ยววินาที ท่ามกลางผู้คนมากมาย เขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล เดรสสีดำแนบลำตัว ผมสีแดงไวน์ แว่นกันแดดสีชาในมือ อีกมือกำลังถือแก้วชานมไข่มุก

และที่สำคัญ เธอกำลังจ้องเขานิ่ง ๆ หน้าตาเอาเรื่อง แบบไม่มีรอยยิ้มเหมือนคนอื่น!

ซินอวี้ยืนอยู่ขอบด้านซ้ายของเวทีด้วยสีหน้าเย้ยหยัน ริมฝีปากสีแดงเม้มแน่นเล็กน้อย ขณะดวงตาคมคู่สวยก็พลางมองคนที่นั่งบนเก้าอี้บนเวทีราวกับกำลังมองเธอ

พอเห็นว่าอีกฝ่ายมองกลับมา เธอก็ยกแก้วชานมขึ้นดูดหนึ่งคำช้า ๆ ก่อนจะขยับปากพูดแบบไร้เสียง

“ในที่สุดก็เจอนายนะ ไอ้ดาราฉงไป๋เฮ่อขี้เก๊ก!”

“ยิ้มได้หน้าหมั่นไส้ชะมัด!” พูดจบริมฝีปากสีสวยก็ยกขึ้นอย่างเย้ยหยัน ซึ่งแน่นอนว่าไป๋เฮ่อเองเมื่อเห็นซินอวี้ คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันพลางเอียงศีรษะมองเธอมากกว่าเดิม

“คุ้นจังวะ” ไป๋เฮ่อคิดคนเดียวในใจ ก่อนจะยันกลับไปยิ้มให้แฟนคลับเบื้องหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

จนกระทั่งเวลาผ่านไป อีเวนต์จบลง ไป๋เฮ่อให้สัมภาษณ์คำถามสุดท้ายร่างสูงก็เตรียมตัวลาแฟนคลับและสื่อแล้วเดินกลับไปยังรถตู้ส่วนตัว โดยมีการ์ดและอี้เฉินเดิมตามไม่ห่างกายไปอีกทางที่เป็นช่องทางลับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาในการไปอีเวนต์งานต่อไป

และในจังหวะที่กำลังจะก้าวขึ้นรถ อยู่ ๆ เสียง ๆ หนึ่งก็ดังขึ้น!

“ฉงไป๋เฮ่อ! ไอ้ดาราขี้เก๊ก”

ไป๋เฮ่อและอี้เฉินรีบหันกลับไปตามเสียงนั้นทันทีซึ่งแน่นอนว่าเสียงนั้นมันดังชัดเจน ไม่ใช่เสียงที่คุ้นเคย ไม่ใช่เสียงแฟนคลับที่พยายามจะเข้ามาขอถ่ายรูป

“ในที่สุดฉันก็เจอนายจนได้” สิ้นเสียง การ์ดสามคนแทบจะวิ่งเข้ามาจับร่างบางโดนออกจากตรงนั้น แต่ซินอวี้ก็ยังคงยืนกอดอกมองไป๋เฮ่อตาแข็ง

“อย่าแตะตัวฉันนะ! ไม่อย่างงั้น ฉงไป๋เฮ่อเป็นข่าวดังข้ามคืนแน่!” ไม่เพียงแค่พูด ซินอวี้ยังเดินเข้าหาการ์ดอย่างไม่เกรงกลัว ซึ่งพฤติกรรมนั้นมันทำให้ฉงไป๋เฮ่อต้องเดินกลับมาหาเธอในที่สุด

“เธอนี่เอง” เขาพูดก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงให้การ์ดออกไปเหลือเพียงแค่อี้เฉิน เขาและซินอวี้เพียงสามคน

“เธอที่ดีเอ็มมาหาฉันเมื่อคืนใช่ไหม”

“มีธุระอะไร เดี๋ยวนะ… นี่อย่าบอกนะว่าติดใจฉันคืนนั้น?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป