บทที่ 5 ภรรยาลับซุปตาร์ตัวท็อป ตอนที่ 4
“เธอที่ดีเอ็มมาหาฉันเมื่อคืนใช่ไหม”
“มีธุระอะไร เดี๋ยวนะ… นี่อย่าบอกนะว่าติดใจฉันคืนนั้น?” เมื่อมองซ้ายมองขวาแล้วไม่มีใครในบริเวณนั้นนอกจากอี้เฉินและซินอวี้ ไป๋เฮ่อจึงพูดขึ้นอย่างไม่คิดอะไร ด้วยนิสัยที่แท้จริง ก่อนที่ซินอวี้จะหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
และเธอก็ไม่คิดเลยว่าประโยคแรกที่ไป๋เฮ่อพูดออกมา จะแย่ได้ขนาดนี้
“เดี๋ยว!”
“นี่เอาสดไม่ใส่ถุงยางครั้งเดียว ทำให้นายมั่นหน้าไปตลอดชีวิตเลยเหรอซุปตาร์ตัวท็อป”
“ดังมากจนคิดว่าผู้หญิงทุกคนต้องติดใจนายงั้นสิ?”
ฉงไป๋เฮ่อถึงขั้นชะงักไปทันทีหลังได้ยินคำพูดนั้นรอยยิ้มมุมปากที่เคยติดอยู่บนใบหน้าหล่อค่อย ๆ จางลงช้า ๆ ดวงตาคมมองซินอวี้นิ่งกว่าเดิม ราวกับสมองกำลังพยายามประมวลผลอะไรบางอย่าง
“มีอะไร” เข้าถามซินอวี้อีกครั้ง แต่ทว่าครั้งนี้กลับน้ำเสียงไม่เหมือนเดิม และในขณะเดียวกันอี้เฉินที่ยืนอยู่ด้านหลังก็รีบเปิดดูโปรไฟล์สาวที่เคยดีเอ็มมาก่อนหน้าว่าใช่คนเดียวกันหรือเปล่า
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงไปชั่วขณะ แม้ด้านนอกจะยังมีเสียงแฟนคลับดังแว่วมาจากอีกฝั่งของห้าง แต่ตรงทางเดินลับข้างรถตู้กลับเหมือนอุณหภูมิลดลงทันทีหลังซินอวี้พูดจบ
“มีอะไร ฉันพูดในที่สาธารณะได้เหรอ? นายแน่ใจใช่ไหมว่าอยากคุยตรงนี้” ร่างบางยังคงยืนกอดอก สายตาเย็นจัดมองไป๋เฮ่อแบบไม่หลบแม้แต่นิดเดียว
ขณะที่อี้เฉินที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ถึงกับเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ลดไอแพดลงช้า ๆ แล้วมองหน้าเพื่อนตัวเอง
“เฮ่อ…” เขาเรียกฉงไป๋เฮ่อเสียงเบา เหมือนอยากเตือนอะไรบางอย่าง ส่วนไป๋เฮ่อเองก็ยังจ้องซินอวี้นิ่ง ๆ ภาพเมื่อคืนหนึ่งเดือนก่อนเริ่มย้อนกลับเข้ามาในหัวทีละนิด
แสงไฟสลัวในบาร์ กลิ่นน้ำหอมบนตัวเธอ เรียวขาขาวที่เกี่ยวเอวเขาไว้ รวมถึงประโยคที่เขาจำได้ราง ๆ ตอนถุงยางขาด… ตอนนั้นเขาเมา ทั้งคู่อยากลอง และคิดว่ามันคงไม่มีอะไรตามมา
แต่ตอนนี้ ผู้หญิงในคืนนั้นมายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว แถมยังมองเขาเหมือนอยากเอารองเท้าส้นสูงฟาดหน้าได้ทุกเมื่ออีกต่างหาก
“…” ไป๋เฮ่อถอนหายใจออกมาช้า ๆ ก่อนยกมือขึ้นเสยผมตัวเองแรง ๆ ทีหนึ่งเหมือนเริ่มปวดหัว
“ขึ้นรถ”
“ขึ้นรถ?”
“ถ้าเธออยากคุย ก็คุยบนรถ” เขาพูดแทรกทันที น้ำเสียงแข็งกว่าเดิมมาก ดวงตาคมเหลือบมองรอบข้างแวบหนึ่ง
“ขึ้นไปแล้วฉันจะรู้ได้ไงว่านายจะไม่ให้คนลากฉันไปเก็บ” ซินอวี้หรี่ตามองเขาเหมือนกำลังชั่งใจ จนอี้เฉินแทบสำลักน้ำลายตัวเองทันที แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรไป๋เฮ่อก็สวนขึ้นก่อน
“พวกฉันไม่ใช่มาเฟีย! คงไม่ได้พาเธอไปเก็บหรอก”
“แต่หน้าพวกนายก็ไม่ได้ดูปลอดภัยขนาดนั้นนะ”
“…”
อี้เฉินแทบหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ครั้งแรกเจอผู้หญิงสวนกลับไป๋เฮ่อได้ทันควันอย่างไม่คิดเกรงกลัว
“ถ้าฉันคิดจะทำอะไรเธอจริง คงไม่ปล่อยให้มายืนด่าฉันถึงตรงนี้หรอก”
“ก็ไม่แน่ ซุปตาร์อย่างนายอาจชอบเสี่ยง”
“แล้วเธอล่ะ” เขาสวนกลับอีกทันที ดวงตาคมจ้องเธอตรง ๆ ก่อนซินอวี้ชะงักไปนิดเดียวแล้วเชิดหน้าขึ้น
“ก็นายไม่ยอมตอบข้อความฉันเอง” สิ้นประโยคนั้น ไป๋เฮ่อถึงกับเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ทำไม แต่ประโยคนี้กลับฟังดูเหมือนคนกำลังงอนมากกว่าคนมาทวงความรับผิดชอบ
และนั่นยิ่งทำให้อี้เฉินด้านหลังเริ่มมองสองคนนี้สลับกันไปมาแบบปวดหัวกว่าเดิม
“เฮ้ย เดี๋ยว ๆ สองคนจะเถียงกันกลางลานจอดรถจริงดิ!” อี้เฉินรีบพูดขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงแฟนคลับเริ่มดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
“เมื่อกี้นักข่าวยังเดินอยู่แถวนี้อยู่เลยนะเว้ย ถ้ามีใครหลุดเข้ามาเห็น พรุ่งนี้ไม่ต้องทำมาหากินกันพอดี” พูดจบ ร่างสูงก็รีบคว้าข้อมือไป๋เฮ่อกับเปิดประตูรถตู้ทันที ก่อนจะหันมองซินอวี้เร็ว ๆ
“คนสวย เชิญก่อนครับ จะด่ากันต่อบนรถก็ได้ แต่ตรงนี้ไม่ไหวจริง”
“ใครบอกว่าฉันจะขึ้น!”
“ถ้าไม่ขึ้น เดี๋ยวคนก็มาเห็นพอดี” ไป๋เฮ่อพูดแทรกขึ้นเสียงราบเรียบ ดวงตาคมมองเธอนิ่ง
“แล้วฉันว่า เธอก็คงไม่ได้อยากเป็นข่าวเหมือนกันใช่ไหม”
ประโยคนั้นทำให้ซินอวี้เงียบไปทันที เพราะมันจริง เธอไม่อยากให้เรื่องนี้หลุดออกไปก่อนที่เธอจะคุยกับเขาให้รู้เรื่อง โดยเฉพาะกับสภาพที่มีเด็กอยู่ในท้องแบบนี้
สุดท้ายร่างบางจึงจิ๊ปากเบา ๆ ก่อนก้าวขึ้นรถด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก
“ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้ซุปตาร์”
“ฉันได้ยินนะ”
“ก็ตั้งใจให้ได้ยินไง”
อี้เฉินแทบอยากเอาหัวโขกประตูรถทันทีหลังสองคนนั่งเผชิญหน้ากันเรียบร้อย
ปัง!
ประตูรถตู้ปิดลง พร้อมกับโลกด้านนอกที่เงียบหายไปทันที ภายในรถเหลือเพียงความเงียบแปลก ๆ
ซินอวี้นั่งกอดอกอยู่ฝั่งหนึ่งของเบาะ ใบหน้าสวยยังคงเชิดขึ้นเล็กน้อย ส่วนไป๋เฮ่อนั่งเบาะข้างกัน ดวงตาคมมองเธอแบบพยายามนึกทุกอย่างให้ชัดที่สุด จนสุดท้ายเขาก็เป็นฝ่ายพูดก่อน
“สรุป… เธอต้องการอะไร”
“นายถามเหมือนฉันมาขู่เอาเงิน”
“แล้วไม่ใช่เหรอ” คำพูดนั้นทำให้ซินอวี้ถึงกับหัวเราะออกมาสั้น ๆ แบบไม่น่าไว้ใจ
“ถ้าฉันอยากได้เงินจริง ป่านนี้นายขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่งไปแล้ว”
“…”
“ฉันไม่เสียเวลามายืนกินชานมรอนายหลายชั่วโมงหรอก” จบประโยคนั้น อี้เฉินที่นั่งเงียบอยู่ด้านหน้าค่อย ๆ หันกลับมามองช้า ๆ
“เดี๋ยวนะ… นี่ยืนรอไป๋เฮ่อหลายชั่วโมงเลยเหรอ”
“ใช่”
“เพื่อ?” ไป๋เฮ่อสวนขึ้น ทว่าสิ้นเสียงใบหน้าสวยของซินอวี้ก็หันไปมองไป๋เฮ่อตรง ๆ ก่อนตอบชัดทีละคำ
“เพื่อบอกว่า นาย! กำลัง! จะเป็นพ่อคน! ชัดพอรึยังล่ะ”
“อะไรนะ” เสียงของไป๋เฮ่อต่ำลงทันที ดวงตาคมที่ก่อนหน้านี้ยังดูนิ่ง ๆ ถึงกับไหววูบเป็นครั้งแรก ส่วนอี้เฉินด้านหน้าถึงกับหันขวับกลับมาจนคอแทบเคล็ด
“เดี๋ยวนะ!”
“เมื่อกี้คนสวยพูดว่าอะไรนะ!?” สิ้นคำถาม ซินอวี้ถอนหายใจออกมาเบา ๆ เหมือนเริ่มเหนื่อยกับปฏิกิริยาของสองคนตรงหน้า ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีขาวออกมาจากกระเป๋าแบรนด์เนมแล้วโยนลงบนตักไป๋เฮ่อ
ปึก!
“ผลตรวจ”
ไป๋เฮ่อก้มมองซองในมือตัวเองนิ่ง ๆ ไม่รู้ทำไม… ทั้งที่มันเป็นแค่กระดาษไม่กี่ใบ แต่กลับหนักจนเขาไม่กล้าเปิด
“ฉันไปตรวจมาแล้ว แล้วก็จำวันที่ได้ด้วย”
อี้เฉินเริ่มเงียบลงทันทีเมื่อเห็นสีหน้าคนสวยเพราะต่อให้ผู้หญิงคนนี้จะปากจัดแค่ไหน แต่ตอนพูดเรื่องนี้ เธอไม่ได้ดูเหมือนคนโกหกเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วไป๋เฮ่อก็พูดต่อ
“เธอแน่ใจเหรอ”
“นายคิดว่าฉันมีเวลามานั่งเล่นตลกกับชีวิตตัวเอง?”
“…”
“แล้วถ้าจะถามว่ามีคนอื่นไหม ไม่มี” ซินอวี้สวนกลับทันทีเหมือนเดาทางเขาออก
“ช่วงนั้นฉันนอนกับนายคนเดียว ฉันเอาแค่กับนายคนเดียว!” คำพูดตรงไปตรงมานั่นทำเอาอี้เฉินถึงกับหลุดไอแห้ง ๆ แต่ไม่มีใครสนใจเขาเลยสักนิด
ส่วนฉงไป๋เฮ่อ เขายังคงนั่งนิ่ง ดวงตาคมมองผลตรวจในมือเหมือนสมองกำลังตีกันยุ่งไปหมด ซินอวี้มองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ
“ฉันไม่ได้มาขอแต่งงาน ไม่ได้จะจับนาย แล้วก็ไม่ได้อยากได้ค่าเลี้ยงดูบ้า ๆ อะไรตอนนี้ด้วย ฉันแค่มาบอก เพราะเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกฉันคนเดียว”
ประโยคนั้นกระแทกเข้าไปตรง ๆ จนไป๋เฮ่อเงยหน้าขึ้นมองเธอทันที เป็นครั้งแรกที่เขาเริ่มมองเห็นใต้ความปากร้ายและความเหวี่ยงวีนของผู้หญิงคนนี้เธอกำลังกลัว กลัวอยู่จริง ๆ
ถึงปากจะด่าเขาเหมือนอยากฆ่าให้ตาย แต่สุดท้ายเธอก็ยังมาหาเขา มาบอกเขา แล้วก็เลือกให้เขารับรู้เรื่องนี้ก่อนใคร
ภายในรถเงียบลงอีกครั้ง จนสุดท้ายอี้เฉินที่ทนแรงกดดันไม่ไหวเป็นคนพึมพำออกมาเบา ๆ
“เฮ่อ กูว่า รอบนี้มึงดังข้ามประเทศแน่”
“แล้วฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่าเด็กคือลูกของฉัน” ริมฝีปากบางเฉียบเอ่ยต่อพลางมองการแต่งตัวของซินอวี้จากหัวจรดศีรษะอย่างเริ่มไม่เชื่อใจมากนัก
“ไม่ใช่ว่าเธอท้องกับคนอื่นแล้วมาโมเมให้ฉันรับผิดชอบหรอกใช่ไหม”
“เธอไม่ใช่สาวไซด์ไลน์?”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในรถเงียบลงอีกครั้ง อี้เฉินถึงกับหลับตาปี๋แล้วเอาหัวพิงเบาะด้านหน้าเหมือนรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนตัวเองกำลังจะพูดอะไรโง่ ๆ ออกมา
“ไป๋เฮ่อ… มึงเลือกคำพูดได้เหี้ยมาก” เขาพึมพำเสียงอ่อน
ส่วนซินอวี้… เธอเงียบไป เงียบจนไป๋เฮ่อเริ่มรู้สึกแปลก ๆ เอง ก่อนที่ร่างบางจะค่อย ๆ หัวเราะออกมา แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนก่อนหน้านี้เลยสักนิด มันไม่ใช่เสียงหัวเราะเยาะ แต่มันเหมือนคนที่กำลังผิดหวังในคำตอบของดาราระดับประเทศมากกว่า
“สาวไซด์ไลน์?”
ดวงตาคู่สวยหันมองควับ แล้วอยู่ ๆ มือเรียวสวยก็เลื่อนขึ้นมาดึงผมที่เซ็ตไว้เป็นอย่างดีของฉงไป๋เฮ่อ
“ไซด์ไลน์เหรอ!”
