บทที่ 7 ภรรยาลับซุปตาร์ตัวท็อป ตอนที่ 6

เช้าวันต่อมา…

@โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง

ซินอวี้มาถึงโรงพยาบาลตั้งแต่เก้าโมงเช้า ทั้งที่เมื่อก่อน ต่อให้มีเรื่องให้ตื่นเช้าแค่ไหน เธอก็ยังสามารถนอนต่อได้อีกเป็นชั่วโมงแบบไม่สะทกสะท้าน

แต่หลังจากรู้ว่ามีเด็กอยู่ในท้อง ชีวิตของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไปทีละนิดอย่างเลี่ยงไม่ได้ การตื่นสายแทบไม่เกิดขึ้นกับเธออีกเลย

โดยเฉพาะช่วงวันที่ผ่านมา อาการแพ้ท้องเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเวียนหัว เหม็นกลิ่นน้ำหอมบางชนิด รวมถึงตื่นมาตอนเช้าพร้อมความรู้สึกคลื่นไส้จนต้องนั่งนิ่งอยู่ปลายเตียงพักใหญ่กว่าจะลุกไหว

ร่างบางในเดรสไหมพรมสีอ่อนกับคาร์ดิแกนตัวบางเดินเข้ามาภายในโรงพยาบาลด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เส้นผมสีแดงไวน์ถูกรวบต่ำลวก ๆ ต่างจากเมื่อวานที่แต่งตัวจัดเต็มราวกับพร้อมไปเหยียบหน้าใครสักคนด้วยส้นสูง

วันนี้เธอดูเหนื่อยกว่านั้นมาก มือเรียวเลื่อนขึ้นแตะท้องตัวเองเบา ๆ โดยไม่รู้ตัว ขณะกำลังเดินไปยังแผนกสูตินรีเวช ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเห็นใครบางคนยืนรออยู่แล้ว

“โอ้โห… คนสวยมาเช้ากว่าที่คิดอีก” อี้เฉินยกแก้วกาแฟในมือขึ้นนิด ๆ พลางส่งยิ้มให้เธอ เขาอยู่ในชุดลำลองธรรมดา หมวกแก๊ปสีดำกดต่ำ ดูเหมือนพึ่งรีบออกมาจากกองถ่ายมากกว่า

ซินอวี้เหลือบมองซ้ายขวาอยู่แวบหนึ่ง ก่อนถามเสียงราบเรียบ

“เขาไม่มา?”

อี้เฉินชะงักไปนิดเดียว เหมือนรู้อยู่แล้วว่าเธอต้องถาม แต่หลังจากซินอวี้ถามไม่นานเขาก็ตอบกลับตามตรง

“ไป๋เฮ่อเข้ากองตั้งแต่ตีห้า วันนี้ถ่ายทั้งวันเลยออกมาไม่ได้จริง ๆ ต้องขอโทษคนสวยแทนมันด้วยนะ”

“อืม” เธอตอบกลับมาสั้นมาก สั้นจนคนฟังเดาไม่ออกเลยว่าเธอรู้สึกอะไรอยู่

“ไปเถอะ” ซินอวี้เพียงพยักหน้า พร้อมก้าวเดินผ่านเขาเข้าไปด้านในเหมือนไม่ได้ติดใจอะไร แต่อี้เฉินกลับมองแผ่นหลังบางนั้นอยู่ครู่หนึ่งอย่างเงียบ ๆ

ไม่รู้ทำไม… ทั้งที่เธอไม่ได้งอแง ไม่ได้ประชด ไม่ได้ถามซ้ำ แต่เขากลับรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ดูเหงาแปลก ๆ ขึ้นมานิดหนึ่ง

“เดี๋ยวสิ เดินช้าหน่อยก็ได้ คุณแม่”

“เรียกใครคุณแม่?”

“ก็… ลูกในท้องเธอเรียกอยู่ในใจมั้ง”

“เดี๋ยวฉันจับนายถอนผมอีกคนดีไหม”

“เฮ้ย! อย่าใช้ความรุนแรงกับคนหล่อดิ” แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่สุดท้ายซินอวี้ก็หลุดหัวเราะออกมา

“ตลก! หลงตัวเองเหมือนเพื่อนนายไม่มีผิด”

“ว่าแต่ นายเป็นเพื่อนไป๋เฮ่อนานแล้วเหรอ” ซินอวี้ถามขึ้นในขณะที่เดินอยู่ ด้านอี้เฉินเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงตอบออกไปตามตรงอย่างไม่คิดปิดบัง

“ก็นานนะ ตั้งแต่มัธยมแล้ว”

“เหรอ”

“เรื่องจริงคนสวย” อี้เฉินตอบพลางรีบสาวเท้าเธอให้ทันซินอวี้ มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกมือยังถือแก้วกาแฟอยู่เหมือนเดิม และสองคนก็พูดคุยกันไประหว่างเดินไปแผนกสูติ ซึ่งใช้เวลาไม่นานนักก็ถึงปลายทาง

บริเวณหน้าห้องสูตินรีเวชค่อนข้างเงียบ ต่างจากชั้นล่างของโรงพยาบาลที่เต็มไปด้วยผู้คนวุ่นวาย กลิ่นสะอาดอ่อน ๆ ของโรงพยาบาลลอยปะปนกับเสียงรองเท้ากระทบพื้นเบา ๆ เป็นระยะ

ซินอวี้นั่งลงบนเก้าอี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย มือเรียวกดเล่นโทรศัพท์รอเวลาตรวจ ขณะอี้เฉินก็นั่งลงข้าง ๆ พร้อมวางแก้วกาแฟไว้บนโต๊ะเล็กด้านหน้า

“คนสวยทานอะไรมารึยัง”

“ทานแล้ว”

“ทานอะไร”

“ขนมปัง”

“แค่นั้น?” อี้เฉินเลิกคิ้วทันที

“ก็ไม่หิว”

“คนท้องพูดคำว่าไม่หิวได้ด้วยเหรอ”

“นายเป็นหมอเหรอ?”

“เปล่า แต่โดนไป๋เฮ่อสั่งมาว่า ถ้าเธอทานน้อยให้ซื้ออะไรให้ทานเพิ่ม” ซินอวี้ชะงักไปนิดเดียว ก่อนเบือนหน้าหนีเหมือนไม่ใส่ใจ

“จู้จี้”

“อันนี้เห็นด้วย” อี้เฉินพยักหน้าแรง ๆ เพราะตั้งแต่เช้าไป๋เฮ่อโทรมาสามรอบแล้ว

ตอนแรกเขายังคิดว่าเพื่อนตัวเองแค่กังวลตามมารยาท ไม่อยากให้ซินอวี้โวยวายทำให้เขาเป็นข่าว แต่พอเห็นอีกฝ่ายโทรมาอีกรอบตอนเจ็ดโมงครึ่งเพื่อถามว่า ‘คนท้องกินกาแฟได้ไหม’ อี้เฉินก็เริ่มแน่ใจแล้วว่า ฉงไป๋เฮ่อกำลังอาการหนักแบบที่เจ้าตัวเองยังไม่รู้ตัว

แต่ยังไม่ทันได้มีใครได้พูดอะไรต่อ เสียงพยาบาลก็ดังขึ้นก่อน

“คุณซินอวี้หลิน เชิญเข้าห้องตรวจได้เลยค่ะ”

ร่างบางลุกขึ้นช้า ๆ มือหนึ่งจับสายกระเป๋า อีกมือแตะท้องตัวเองเบา ๆ ตามความเคยชิน ก่อนจะหยุดเมื่ออี้เฉินลุกตามมาด้วย

“นายจะเข้าไปด้วยเหรอ?”

“ก็มันสั่งไว้”

“นี่เขาสั่งนายทุกอย่างเลยรึไง”

“ใช่” อี้เฉินตอบหน้าตาย

“นายไม่ต้องเข้าไปหรอก ฉันอาย มันต้องเปิดหน้าท้องอัลตร้าซาวด์ ฉันคิดว่านะ”

อี้เฉินชะงักไปทันทีหลังได้ยินคำพูดนั้น ก่อนยกมือขึ้นเกาหลังคอเบา ๆ เหมือนพึ่งนึกได้จริง ๆ

“เออ… ก็จริง”

“โอเค ๆ งั้นกู เอ้ย! ฉันรอข้างนอกก็ได้” อี้เฉินรีบถอยออกมาทันทีอย่างว่าง่ายเกินคาด จนซินอวี้เลิกคิ้วนิดหน่อย

“เชื่อฟังง่ายจัง”

“เรื่องบางเรื่องผู้ชายก็ไม่ควรหน้าด้านเกินไปปะ” เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนชี้ไปที่ประตูห้องตรวจ 

“เดี๋ยวถ้ามีอะไรเรียกได้เลยนะ”

ซินอวี้พยักหน้าเล็กน้อย แล้วเดินตามพยาบาลเข้าไปด้านใน และทันทีที่ประตูห้องตรวจปิดลง อี้เฉินก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

ผ่านไปไม่ถึงสามสิบนาที ซินอวี้ก็เดินออกมาพร้อมสมุดฝากครรภ์…

“เสร็จแล้ว”

อี้เฉินที่นั่งก้มดูโทรศัพท์อยู่รีบเงยหน้าขึ้นทันที ก่อนจะชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นสมุดฝากครรภ์ในมือคนตรงหน้า

“โอ้โห… นี่คือสมุดฝากครรภ์เหรอ” ซินอวี้ก้มมองสมุดสีชมพูอ่อนในมือตัวเองเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็พึมพำเบา ๆ เหมือนยังไม่ชิน

“อืม…”

มันเป็นความรู้สึกแปลกมาก เมื่อสามวันก่อนเธอยังเป็นแค่ผู้หญิงที่กำลังสับสนกับผลตรวจในมือ แต่วันนี้กลับมี ‘สมุดฝากครรภ์’ อยู่ในมือ ราวกับทุกอย่างถูกยืนยันอย่างเป็นทางการไปแล้วว่า ชีวิตเธอกำลังเปลี่ยน

“เป็นไงบ้าง หมอว่าอะไร” อี้เฉินถามพลางยันตัวลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้

“ก็ปกติ”

“เด็กแข็งแรงไหม” คำถามนั้นทำให้ซินอวี้เงียบไปนิดหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้า

“อืม”

“ก็ดีนะ” ประโยคสุดท้ายเบากว่าประโยคอื่นนิดหน่อย เหมือนเจ้าตัวเองยังจมอยู่กับความรู้สึกตอนนั้นไม่หาย

“จริงดิ” ซินอวี้ไม่ได้ตอบทันที เธอเพียงเลื่อนมือลงแตะสมุดในมือ

“จริง”

“…”

“ก้อนเล็กนิดเดียวเอง แต่หมอบอกว่าเดี๋ยวหัวใจเริ่มเต้นแล้ว” เธอพูดเหมือนเล่าเรื่องปกติให้เพื่อนฟังคนนึง แต่ไม่รู้ทำไม พอพูดออกมาอีกครั้ง ดวงตาคู่สวยก็เริ่มแดงขึ้นจาง ๆ เหมือนภาพในห้องตรวจย้อนกลับเข้ามาอีกรอบ

“ถ้าไอ้เพื่อนรักของฉันรู้ มีร้องไห้แน่”

“เว่อร์ คนปากหมาแบบนั้นเนี่ยนะ”

“จริง ฉันรู้จักมันดี” สิ้นเสียงนั้น ซินอวี้ก็เผลอหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ทั้งที่ตายังแดงอยู่แบบนั้น ก่อนจะส่ายหน้า

“ซุปตาร์ร้องไห้เพราะเรื่องแบบนี้เนี่ยนะ”

“รายนั้นแม่งอ่อนไหวกว่าที่คิดเยอะ”

“ว่าแต่… จะให้โทรบอกมันไหม” พูดจบ อี้เฉินก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาโบกนิด ๆ ซินอวี้ชะงักไปทันที สายตาเธอเลื่อนไปมองโทรศัพท์ในมือเขาเงียบ ๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนีเหมือนไม่ได้สนใจนัก

“แล้วแต่นายสิ”

แม้ปากจะตอบแบบนั้น แต่ปลายนิ้วที่กำสมุดฝากครรภ์กลับแน่นขึ้นนิดหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

“โอเค งั้นฉันโทรเอง”

“เดี๋ยว!” ซินอวี้รีบหันกลับมาทันทีจนอีกฝ่ายเลิกคิ้ว

“อะไร”

“นายห้ามพูดเว่อร์นะ”

“เว่อร์เรื่องอะไร”

“ก็… เรื่องฉันจะร้องไห้อะไรแบบนั้น” อี้เฉินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ

“คนสวย”

“อะไร”

“เธอไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าเธอดูเหมาะสมกับไอ้เพื่อนรักของฉันมาก”

“เดี๋ยว!”

“ฉันพูดจริง มวยถูกคู่!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป