บทที่ 10 ตอนที่10 รู้จักกันมาก่อน

ตอนที่10

รู้จักกันมาก่อน

อคิณมองโทรศัพท์ในมือเธอ เห็นหน้าจอค้างอยู่ที่รายชื่อของใครบางคน แต่เขาไม่ได้ถาม

“งั้นคืนนี้ถ้ามีอะไร ผมจะช่วยประสานให้เอง คุณพักตรงนี้ก่อน อย่าฝืนยืนทั้งคืน”

“ไหมไม่เป็นไร”

“คำว่าไม่เป็นไรของคุณไม่น่าเชื่อถือเท่าไร” อคิณกล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงรอยยิ้มบาง “อย่างน้อยดื่มน้ำหน่อยก็ยังดี”

เขาลุกไปหยิบน้ำขวดจากตู้กดน้ำใกล้ ๆ แล้วกลับมายื่นให้ ม่านไหมรับไว้ น้ำตาที่เพิ่งหยุดไปเอ่อขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว เธอไม่อยากเปรียบเทียบ

แต่ในค่ำคืนที่แม่เธอเข้าโรงพยาบาล ภาคินให้บัตรเครดิตหนึ่งใบ

ส่วนอคิณให้ผ้าเช็ดหน้า น้ำดื่ม และคำพูดที่ทำให้เธอรู้สึกว่ายังเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่ภาระราคาแพงของใคร เวลาล่วงเลยไปถึงเช้า

แสงสีเทาอ่อนลอดผ่านหน้าต่างกระจกของโถงพักญาติ ม่านไหมนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิมตลอดคืน ผ้าคลุมไหล่ที่พยาบาลนำมาให้คลุมอยู่บนบ่า เธอหลับ ๆ ตื่น ๆ ด้วยความอ่อนเพลีย แต่ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงประตูห้องผู้ป่วยเปิด เธอจะสะดุ้งตื่นทันที

อคิณเดินออกมาพร้อมแฟ้มผลตรวจในมือ สีหน้าดูผ่อนคลายขึ้นกว่าเดิม

“อาการคุณแม่ดีขึ้นแล้วนะ ความดันเริ่มคงที่ ผลเลือดยังมีค่าการอักเสบ ต้องให้ยาฆ่าเชื้อและเฝ้าดูอีกสองสามวัน แต่ตอนนี้ไม่ต้องเข้าห้องไอซียู”

ม่านไหมยกมือขึ้นปิดปาก น้ำตาไหลออกมาอย่างโล่งอก“จริงหรือคะ”

“จริง” อคิณยิ้ม “อีกสักพักย้ายขึ้นห้องพักได้ คุณเข้าไปเยี่ยมได้ไม่นานนะ คนไข้ยังต้องพัก”

“ขอบคุณนะอคิณ ขอบคุณจริง ๆ”

“ผมทำตามหน้าที่”

“แต่สำหรับไหม มันมากกว่านั้น”

อคิณเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

“ถ้าอย่างนั้นก็ดูแลตัวเองด้วย คุณแม่คุณปลอดภัยขึ้นแล้ว แต่ถ้าคุณล้มไปอีกคน ใครจะดูแลท่าน”

ม่านไหมพยักหน้า แต่ยังไม่ทันพูดอะไร เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากทางเดิน

เธอหันไปมอง ภาคินเดินเข้ามาในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าหล่อเหลายังเรียบเฉย แต่ใต้ตาของเขามีร่องรอยอ่อนล้าบาง ๆ เขาหยุดยืนไม่ไกลจากม่านไหม สายตาคมกวาดมองเธอก่อนเลื่อนไปยังชายหนุ่มในชุดกาวน์ที่ยืนอยู่ข้างเธอ

บรรยากาศรอบตัวภาคินเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด

ม่านไหมรีบลุกขึ้น “คุณคิน…”

ภาคินไม่ได้ตอบเธอทันที ดวงตาคมยังคงจับอยู่ที่อคิณ โดยเฉพาะผ้าเช็ดหน้าที่ม่านไหมถืออยู่ในมือ และขวดน้ำที่วางอยู่ข้างเก้าอี้

“หมอคนนี้คือใคร”น้ำเสียงของเขาเรียบ แต่ม่านไหมฟังออกว่ามีความไม่พอใจแฝงอยู่

อคิณเป็นฝ่ายตอบอย่างสุภาพ “ผมอคิณ เป็นแพทย์เจ้าของไข้ของคุณลดาครับ”

ภาคินหันมามองม่านไหม “รู้จักกันมาก่อน?”

ม่านไหมชะงักเล็กน้อย “ค่ะ เราเคยเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน อคิณเป็นรุ่นพี่”แววตาของภาคินเข้มขึ้นอีกนิด

อคิณมองชายตรงหน้าอย่างพิจารณา เขารู้จักชื่อภาคินจากข่าวธุรกิจ และเริ่มเดาได้จากท่าทีของม่านไหมว่าผู้ชายคนนี้คงมีความสัมพันธ์สำคัญกับเธอมากกว่าคนรู้จักธรรมดาแต่ไม่ว่าจะเป็นใคร การปล่อยให้ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเฝ้าแม่หน้าห้องฉุกเฉินเพียงลำพังทั้งคืน ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิดขึ้น

“คุณแม่ของคุณม่านไหมอาการดีขึ้นแล้วครับ แต่ยังต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อให้ยาและเฝ้าดูอาการใกล้ชิด”

ภาคินพยักหน้าสั้น ๆ “ค่าใช้จ่ายทั้งหมดส่งบิลมาที่ผม”คำพูดนั้นทำให้ม่านไหมสะอึกในใจอีกครั้ง

อคิณมองเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนตอบเรียบ ๆ “เรื่องการรักษา ทางโรงพยาบาลมีเจ้าหน้าที่ดูแลครับ ตอนนี้สิ่งสำคัญคือให้คนไข้พักผ่อนและให้ญาติไม่เครียดเกินไป”ประโยคสุดท้ายเหมือนตั้งใจพูดกับภาคินมากกว่ารายงานอาการทั่วไป

ภาคินสบตาอคิณนิ่ง ๆ ชายสองคนยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและแสงไฟขาวของโรงพยาบาล คนหนึ่งอยู่ในสูทหรูราคาแพง เย็นชา มีอำนาจ อีกคนอยู่ในเสื้อกาวน์สีขาว สุขุม อบอุ่น และมั่นคงอย่างประหลาด

ม่านไหมรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดที่ค่อย ๆ ก่อตัว เธอจึงรีบพูดขึ้น

“คุณคินคะ หมอบอกว่าแม่ปลอดภัยขึ้นแล้วค่ะ เดี๋ยวจะย้ายขึ้นห้องพัก”

“ฉันได้ยินแล้ว”น้ำเสียงของภาคินทำให้เธอเงียบ

อคิณดูเวลา “ผมต้องไปตรวจคนไข้ต่อ ถ้ามีอะไร พยาบาลจะติดต่อผมได้ตลอด คุณม่านไหมควรหาอะไรกินด้วยนะครับ คุณยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อคืน”คำพูดห่วงใยนั้นธรรมดามากแต่สำหรับภาคิน มันกลับฟังไม่ธรรมดา

เขามองอคิณด้วยสายตาเย็นลงกว่าเดิม

ม่านไหมพยักหน้า “ขอบคุณนะคะ”

อคิณเดินจากไปแล้ว เหลือเพียงเธอกับภาคินตรงโถงพักญาติ เงียบอยู่หลายวินาที ก่อนภาคินจะเป็นฝ่ายพูด

“ดูเหมือนเธอจะมีคนดูแลดีอยู่แล้ว”

ม่านไหมหันไปมองเขาอย่างไม่เข้าใจ“คุณหมายความว่ายังไงคะ”

“ฉันโทรกลับมาแล้ว แต่เธอไม่รับ”

เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แบตเตอรี่หมดไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ หน้าจอดับสนิท

“โทรศัพท์ไหมแบตหมดค่ะ ไหมไม่รู้จริง ๆ”

ภาคินไม่ตอบ เขามองสภาพเธอ ผมยาวยุ่งเล็กน้อย ใบหน้าซีด ดวงตาบวมแดง เสื้อผ้ายับจากการนั่งรอทั้งคืน แล้วสายตาก็เลื่อนไปยังผ้าเช็ดหน้าในมือเธออีกครั้ง

“เมื่อคืนอยู่กับหมอคนนั้นทั้งคืน?”คำถามนั้นทำให้ม่านไหมนิ่งอึ้ง

เธอเหนื่อยจนแทบยืนไม่ไหว แม่เพิ่งพ้นวิกฤต เธอใช้เวลาทั้งคืนอยู่กับความกลัวว่าจะเสียแม่ไป แต่สิ่งแรกที่เขาถามหลังจากมาถึง คือเธออยู่กับใคร

บทก่อนหน้า
บทถัดไป