บทที่ 3 สู่บ้านหลังใหญ่
ตอนที่ 3 : สู่บ้านหลังใหญ่
ใช้เวลาเดินทางจากต่างจังหวัดถึงกรุงเทพฯ ประมาณ 3 ชั่วโมง รถยนต์คันหรูก็เลี้ยวเข้าประตูรั้วบ้านที่โอ่อ่าตระการตา มีต้นไม้นานาชนิดที่กอบัวไม่เคยเห็น ไหนจะลานน้ำพุที่เธอเคยเห็นเฉพาะในละคร และที่ชวนตื่นตาตื่นใจมากที่สุดคือบ้านหลังใหญ่เทียบเท่าคฤหาสน์ที่เด็กกำพร้าอย่างเธอ ไม่เคยวาดฝันว่าจะได้เหยียบย่างเข้ามาในที่แบบนี้เลย
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่”
เฌอมาลย์เอ่ยกับเด็กน้อยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอ ด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ แม้จะไม่ใช่ลูกทางสายเลือด แต่ในทางนิตินัยเธอก็สามารถทำให้เด็กคนนี้กลายเป็นลูกของตัวเองได้
“ลงรถกันเถอะจ้ะ ตอนนี้คงมีคนมารอรับใช้หนูเต็มไปหมดแล้ว”
คนขับรถได้เดินลงมาเปิดประตูให้กับสองแม่ลูก แม้ตอนนี้กอบัวจะอยู่ในสภาพที่ดูไม่เหมือนลูกเจ้าของคฤหาสน์เลย แต่เหล่าแม่บ้านที่ยืนเรียงแถวกันหน้าประตูต่างกล่าวทักทายและโค้งทำความเคารพเธอกับเฌอมาลย์อย่างอ่อนน้อม
“ได้เตรียมสิ่งที่ฉันสั่งไว้เรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ คุณระเบียบ”
เฌอมาล์ยเอ่ยถามหญิงวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าแม่บ้าน และเป็นคนเดียวกันกับที่ถ่ายถอดเรื่องราวฉาวโฉ่ในอดีตของคุณผู้ชายให้เธอได้รับรู้ จนทำให้เฌอมาย์ตามหากอบัวจนเจอ
“ค่ะ เรียบร้อยแล้วค่ะคุณผู้หญิง เชิญคุณหนูเดินตามดิฉันมาทางนี้ได้เลยค่ะ”
ป้าระเบียบหันไปพูดกับกอบัวอย่างอ่อนน้อม แม้ในใจของหล่อนจะรู้ดีว่าเด็กคนนี้ก็มีแม่แท้ ๆ ที่ฐานะทัดเทียมกับเธอก็ตาม
“ไปจ้ะ กอบัว ไปอาบน้ำกันนะ ไม่ต้องกลัวนะจ๊ะ แม่ก็จะอยู่กับหนูด้วย”
เด็กน้อยรู้สึกตื้นตันจนน้ำตาไหล เพราะน้ำเสียงอบอุ่นกับความอ่อนโยนของฝ่ามือมารดาที่แตะวางบนหัวไหล่ ไหนจะสายตาที่มองมา ทั้งหมด ทั้งมวลนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่กอบัวไม่เคยได้พานพบ ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า เธอเพิ่งได้เข้าใจความรู้สึกของเด็กที่มีพ่อแม่ครั้งแรกในชีวิตเลย
สถานที่ที่ป้าระเบียบได้เดินนำทางไปก็คือห้องนอนซึ่งถูกจัดเตรียมไว้เพื่อเธอโดยเฉพาะ เมื่อเปิดประตูเข้ามากอบัวก็ได้พบเข้ากับห้องนอนสีชมพูอ่อนที่ถูกตกแต่งราวกับที่พักของเจ้าหญิง ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์การออกแบบ ความกว้าง วัสดุที่ใช้ ทุกอย่างล้วนแต่บ่งบอกชัดเจนว่าพ่อแม่ต้องการเธอมากแค่ไหน
“อีกประมาณ 30 นาที พ่อของหนูก็จะเดินทางมาถึงแล้ว แม่รู้ว่าหนูกำลังตกหลุมรักห้องนี้ แต่ว่าเราต้องอาบน้ำกันก่อนนะจ๊ะ หลังทานมื้อเย็นและพบคุณพ่อแล้ว กอบัวค่อยเดินสำรวจห้องนะ”
เฌอมาลย์ยังคงรักษาภาพลักษณ์มารดาผู้อ่อนโยนได้สมบูรณ์แบบ ก่อนจะเรียกให้บรรดาแม่บ้านมาช่วยกันถอดเสื้อผ้าและอาบน้ำให้ลูกสาวของเธออย่างอ่อนโยน เด็กกำพร้าที่ไม่เคยได้รับความเอาใจใส่มากมายขนาดนี้มาก่อนดีใจจนอยากจะร้องไห้ และคิดว่านี่คือความฝัน
เมื่อเด็กหญิงกอบัวได้ลงอ่างอาบน้ำและได้รับการดูแลอย่างอ่อนโยนจากเหล่าแม่บ้าน มารดาของเธอก็เริ่มแนะนำตัวเองและสมาชิกครอบครัวให้ว่าที่ลูกสาวทางกฎหมายอย่างกอบัวได้รับรู้
“บ้านของเราน่ะ อาจจะไม่ได้เพียบพร้อมที่สุด แต่ก็สมบูรณ์ไม่น้อยหน้าใคร คุณปู่ของกอบัวที่เสียไปแล้วก็เป็นนายทหารยศใหญ่ ส่วนคุณย่าที่ป่วยติดเตียงอยู่โรงพยาบาลตอนนี้ก็เป็นบุตรธิดาของหม่อมราชวงศ์ คุณตาของหนูก็เป็นเจ้าของโรงพยาบาลเอกชน ส่วนคุณยายก็เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ส่วนแม่ ก่อนที่จะได้แต่งงานกับคุณพ่อก็เป็นผู้จัดการโรงพยาบาลที่คุณตาเป็นเจ้าของ เห็นไหมจ๊ะว่าพวกเราน่ะสมบูรณ์แบบและเพียบพร้อมขนาดไหน กอบัวภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ไหมจ๊ะ”
หลังจากร่ายยาวถึงชาติกำเนิดที่แสนภาคภูมิใจของตัวเองแล้ว เฌอมาลย์ก็เดินมาใกล้ ๆ อ่างอาบน้ำ ย่อตัวลงและลูบหัวของเด็กน้อยอย่างแผ่วเบา
“ภูมิใจค่ะ”
กอบัวตอบอย่างไร้เดียงสา
“ดังนั้น ไม่ว่าจะได้ยินอะไรในบ้านนี้ หรือจากคนนอกก็ขอให้ลูกเชื่อแค่ว่า หนูเป็น ‘สิ่ง’ ล้ำค่าที่สมบูรณ์แบบที่พ่อกับแม่ตามหาตลอดมา อย่ามองกลับไปในอดีตนะลูก ที่หนูต้องไปอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้าน่ะ ไม่ใช่เป็นเพราะพวกเราทอดทิ้งหนูนะ แต่เป็นเพราะว่าคนที่คลอดหนูออกมา ไม่มีคุณสมบัติจะเป็นแม่คน เพราะอย่างนั้นสวรรค์ถึงลงโทษให้ตายทันทีไง”
เด็กหญิงกอบัวผงะไปในทันที เมื่อได้ยินคำพูดที่เธอไม่คาดคิด เพราะตั้งแต่โตมาในบ้านเด็กกำพร้าก็ถูกปลูกฝังให้เป็นคนกตัญญูรู้คุณบิดามารดา ดังนั้นจึงไม่เคยนึกโทษแม่ที่เสียชีวิตทันทีหลังคลอดเลย มีแต่ความคิดที่อยากจะขอบคุณที่อุ้มท้องเธอมาถึง 9 เดือน
“ค่ะ คุณแม่”
แต่เพราะความอยู่รอด เพราะความสุขสบาย เพราะสายใยใหม่ ๆ ที่ถูกยื่นเข้ามา มนุษย์ซึ่งมีสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดสูงอย่างเธอ จึงรู้ดีว่าตัวเองไม่ควรปฏิเสธแม่คนนี้แม่แต่เรื่องเดียว
“ดีมากลูก น่ารักมากเลย”
เฌอมาลย์จับแก้มทั้งสองข้างของกอบัวด้วยความพึงพอใจ ถือเป็นปฏิกิริยาที่ยืนยันได้อย่างดีว่าต่อจากนี้ไป หากเธออยากได้รับความรักจากผู้หญิงคนนี้ก็มีแต่ต้องเชื่อฟังโดยไร้ข้อกังขาเท่านั้น
เมื่อจับลูกสาวนอกสายเลือดอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เฌอมาลย์ก็จูงมือพาเธอเดินลงมายังชั้นล่าง และก็เป็นไปตามเวลาที่เฌอมาลย์บอก บิดาแท้ ๆ ของกอบัวกำลังเดินเข้ามาในบ้านโดยมีแม่บ้านคอยถือกระเป๋าและเสื้อสูทให้
ชวินจ้องมองภรรยาของเขาที่กำลังเดินจูงมือลูกสาวที่เพิ่งทราบมาไม่นานมานี้ว่ายังมีชีวิตอยู่ พ่อที่เพิ่งได้รู้ว่าตัวเองมีลูก และไม่เคยทำหน้าที่บิดามาก่อนได้แต่ยืนจ้องมองลูกสาวอย่างแน่นิ่ง เช่นเดียวกันกับกอบัว เธอก็รู้สึกตื่นเต้นกับการพบพ่อครั้งแรกจนหัวใจเต้นแรงไม่หลุด
“ลูกพ่อ ลูกสาวของพ่อ!”
ชวินวิ่งกรู่เข้าไปหาลูกด้วยความตื้นตันใจ และในจังหวะนั้นกอบัวก็ได้เห็นความไม่สมบูรณ์แบบของบิดา เธอได้ยินเสียงดังของไม้ท้าที่ถูกปล่อยทิ้ง และได้เห็นท่าทางการเดินที่ไม่มั่นคงของข้อเท้าด้านซ้าย
“ขอโทษที่ให้ลูกต้องทนอยู่ในที่แบบนั้นมาเป็น 10 ปีนะ ถ้าพ่อรู้เรื่องเร็วกว่านี้ล่ะก็ ฮึก…”
ชวินกอดลูกสาวเพียงคนเดียวของเขาแน่น นั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่กอบัวรู้สึกว่าตัวเองเป็นที่ต้องการของใครสักคน
“ไหนขอดูหน่อยซิ หนูเหมือนพ่อมากเลย ค่อยยังชั่ว โตขึ้นต้องสวยมากแน่ ๆ”
ชวินรู้สึกพึงพอใจในตัวเด็กน้อยตรงหน้ามากจนเขาต้องกอดเธออีกที
ความอบอุ่นเต็มล้นในใจของกอบัว โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไม่ได้ถูกพาเข้ามาในบ้านหลังนี้ เพื่อเติมเต็มความรักความผูกพัน แต่เธอถูกพาเข้ามาเพื่อเติมเต็มในส่วนที่ ‘ไม่สมบูรณ์’
