บทที่ 4 ยินดีมีลูกกับผมไหม
ตอนที่ 4 : ยินดีมีลูกกับผมไหม
ชวินกับเฌอมาลย์ได้พากอบัวไปสำนักงานเขตในวันถัดมา เพื่อรับเธอเป็นลูกสาวในทางกฎหมาย แต่ความเปลี่ยนแปลงไม่ได้มีเพียงเท่านั้น เพราะหลังจากจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองก็ได้ตั้งชื่อใหม่และได้ให้เธอใช้นามสกุล เบญจมันตรา ที่พวกเขาแสนภูมิใจ
อันดา เบญจมันตรา นี่คือชื่อใหม่และชีวิตใหม่ของอดีตเด็กน้อยอาภัพ เธอไม่ได้ยินชื่อกอบัว ไม่ได้นึกถึงเรื่องราวชีวิตในตอนยังเป็นเด็กกำพร้าเลย ตลอดระยะเวลาที่ได้อยู่ในบ้านหลังนี้ 1 เดือนแรกสนุกมาก เพราะสิ่งที่เด็กหญิงอันดาต้องทำในเวลานั้นคือทานอาหารเยอะ ๆ เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้ดูมีน้ำมีนวลสมกับเป็นทายาทเศรษฐี
กว่าอันดาจะสังเกตเห็นความผิดปกติของพ่อแม่ก็หลังจากที่ได้อยู่ในบ้านหลังนั้นได้ระยะหนึ่ง
“ลูกจะโดนแสงแดดได้ก็แค่ตอนเช้ากับเวลาหลังบ่ายสามโมงเท่านั้น”
“ห้ามทานข้าวเกิน 2 ทัพพี”
“ทานผักกับปลาให้มากกว่าเนื้อหมู”
“ห้ามทานขนมตามร้านสะดวกซื้อที่ใส่สารกันบูด”
“หลังอาบน้ำต้องทาออยล์บำรุงผิวทั้งเช้าและเย็น”
ด้วยกฎเกณฑ์การใช้ชีวิตที่เคร่งครัด ทำให้เด็กหญิงอันดามีน้ำหนักตัวสมมาตรฐานมีผิวพรรณที่สดใสขึ้นเป็นที่น่าพึ่งพอใจของบิดามารดาเป็นอย่างมาก แต่ว่ากฎไม่ได้มีเพียงเท่านั้น ยิ่งเติบโตขึ้นมากเท่าไหร่ กฎก็ถูกเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
การได้อยู่ในบ้านหลังใหญ่เทียบเท่าคฤหาสน์หลังนี้ได้ปลุกสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเธอมากกว่าตอนอยู่ในบ้านเด็กกำพร้าเสียอีก เพราะอันดาไม่สามารถเลือกทำตามใจตัวเองได้สักอย่าง ไม่ว่าจะปัจจุบันหรืออนาคต ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพ่อแม่
เธออยากเรียน อยากทำอะไร หรือแม้กระทั่งอย่างใช้ชีวิตแบบไหน เด็กกำพร้าที่ครั้งหนึ่งถูกมองว่าโชคหล่นทับอย่างเธอ กลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกคุมขังในคุกที่ดูสวยหรูเท่านั้น ไม่สามารถคบเพื่อนตามใจตัวเองได้ แม้กระทั่งคุยกับเพศตรงข้ามก็ยังไม่ได้ ราวกับว่าสองสามีภรรยาคู่นี้กำลังบ่มเพาะชีวิตของเธอเพื่ออะไรบางอย่าง ให้เธอสวยงามมากพอเพื่อที่จะส่งมอบให้กับใครอีกคน
กว่าอันดาจะรู้ตัวก็เป็นตอนที่เธออายุเข้า 24 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ถูกเฌอมาลย์บังคับให้ไปดูตัวกับทายาทเศรษฐีมากหน้าหลายตา เธอสวยงาม เรียบร้อย อ่อนหวาน แต่กลับไม่ถูกตาต้องใจใครสักคน จึงทำให้มารดารู้สึกหัวเสียบ่อย ๆ
แต่แล้วการถูกปฏิเสธก็จบลง ในการดูตัวครั้งที่ 10 ผู้ชายคนนี้ชื่อ ชนายุส ก้องเกียรติคฑารักษ์ เขาไม่ได้เป็นเพียงทายาทอย่างเดียว แต่เป็นทายาทที่ได้รับการสืบทอดธุรกิจจากครอบครัวแล้วเรียบร้อย ปัจจุบันผู้ชายคนนี้ไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจหรือคำสั่งบุพการีอย่าง 9 คนก่อนที่ปฏิเสธเธอ
ชนายุสได้อยู่ในตำแหน่งที่กุมบังเหียนธุรกิจของครอบครัวทั้งหมด ที่มากไปกว่านั้นการพบปะดูตัวในครั้งนี้ฝ่ายที่เรียกร้องอยากให้ทั้งสองคนได้ทำความรู้จักกัน รวมถึงจัดการเรื่อง วัน เวลา สถานที่นัดพบ ผู้ที่อยู่เบื่องหลังเรื่องนี้ก็คือ ภาษิณ บิดาของชนายุสที่ต้องการแต่งลูกสะใภ้ให้ลูกชายคนโต
อันดาได้รับการแต่งหน้า ทำผม บำรุงผิวอย่างสวยงามที่สุด ภายใต้การดูแลมารดาที่มักจะพาลูกไปเสริมสวยก่อนวันนัดดูตัวเสมอ เธอมาถึงห้องอาหารชั้นบนสุดของโรงแรมหรูติดริมแม่น้ำ และเป็นฝ่ายมาถึงก่อนคู่ดูตัวอย่างทุกครั้ง
ข้อมูลของคู่ดูตัวคนที่ 10 ที่อันดาได้มาจากมารดา มีเพียงรูปถ่าย 1 ใบ กับบัญชีโซเชียลที่ถูกตั้งค่าให้เป็นแบบส่วนตัว พร้อมกับประวัติส่วนตัวแบบคร่าว ๆ ที่สามาถเสิร์ชหาได้บนอินเทอร์เน็ต
ตึก ๆ เสียงรองเท้าหนังอย่างดีกระทบกับพื้นร้านอาหาร ฝีเท้าที่น่าสนใจนั้น ทำให้ดวงตาคู่งามที่จ้องมองนาฬิกาบนข้อมือของตนอยู่ ต้องเงยหน้าขึ้นดูชายหนุ่มร่างสูงสง่าในชุดสูทแบรนด์ดัง ใบหน้าคมคาย หล่อเหลามีเสน่ห์ยิ่งกว่าที่เห็นในรูป ความสง่าภูมิฐานของชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้ดึงดูดเพียงสายตาของอันดาที่นั่งอยู่โต๊ะในสุดของร้าน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าชายหญิง หรือพนักงานของร้าน ทุกสายตาล้วนถูกสะกดโดยชายหนุ่มคนนี้
“คุณมาก่อนเวลา”
นี่คือคำทักทายแรกที่เธอได้รับจากว่าที่สามีในอนาคต
“เอ่อ ค่ะ พอดีว่าฉันรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย”
หญิงสาวมีท่าทีประหม่าจนเห็นได้ชัด เธอไม่กล้าสบตาเขาแม้แต่นิดเดียว
“เราสั่งอาหารทานกันเลยดีไหมคะ นี่ก็เย็นแล้ว”
หญิงสาวกระตือรือร้นยื่นหนังสือเมนูให้เขา
“ครับ คุณมีเมนูอะไรที่อยากทานเป็นพิเศษไหม”
“มะ ไม่มีค่ะ คุณสั่งเมนูที่ตัวเองอยากทานได้เลย”
พอได้รับคำตอบที่ขาดความมั่นใจจากเธอแล้ว เขาก็เรียกบริกรของร้านมา ก่อนจะระบุเมนูแนะนำของร้านลงไป
‘เพราะเป็นแบบนี้หรือเปล่านะ ถึงโดนคู่ดูตัวปฏิเสธมาตั้ง 9 คน ภายในเวลาแค่หนึ่งปี’
ชนายุสคิดตัดสินอันดาอยู่ในใจเงียบ ๆ ก่อนจะกวาดตามองผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า
อันดามีใบหน้าที่สวยงามอย่างธรรมชาติ เส้นผมสีดำเงางามบ่งบอกได้อย่างดีว่าเจ้าตัวไม่เคยทำสีผม และมีผิวขาวอมชมพูที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าถูกเลี้ยงดูมาอย่างลูกคุณหนู ไม่ว่าจะเป็นเดรสที่สวม รองเท้าที่ใส่ กระเป๋าถือที่วางอยู่ ทุกอย่างล้วนเป็นของแบรนด์เนม
หรือแม้แต่ประวัติการศึกษาและงานที่เธอทำ หากมองแบบผิวเผินผู้หญิงคนนี้เหมาะจะแต่งมาเป็นภรรยามาก แต่ไม่เหมาะจะเป็นที่ปรึกษาในการทำธุรกิจ เพราะท่าทีที่ดูโอนอ่อนและใสซื่อเกินไป ไหนจะอายุที่เพิ่งขึ้นหลัก 2 มาได้ไม่กี่ปี
“คุณยินดีจะมีลูกกับผมไหมครับ”
“แค่ก ๆ อะไรนะคะ”
หญิงสาวที่กำลังดื่มน้ำ ถึงกับสำลักออกมาทันที นับเป็นคำถามที่น่าตกใจมาก เพราะดูตัวมาแล้ว 9 ครั้งก็ไม่มีใครเริ่มเปิดประเด็นด้วยคำถามแบบนี้เลย
“ผมอยากได้ภรรยาที่สามารถมีลูกให้กับผมได้ และอยู่ด้วยกันโดยที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผม ผมต้องการหาเมียครับคุณอันดา ไม่ได้ต้องการจะมีความรัก ถ้าคุณอันดาคิดเห็นเหมือนกัน เราจะแต่งงานกันทันทีที่ทานข้าวด้วยกันครบ 3 มื้อ แต่ถ้าไม่ การพบกันของเราก็จะจบลงเพียงในวันนี้”
อันดานิ่งงันกับเรื่องที่ได้ยิน เธอที่เติบโตมากับพ่อแม่บุญธรรมจอมบงการนั้นรู้ดีว่าบางครั้งคนรวยก็คาดเดายาก แต่ดูแล้วในบรรดาคนรวยทั้งหมดที่เคยประสบพบเจอมา ชนายุสน่าจะเป็นเคสที่ยากที่สุด…
