บทที่ 6 เตโช & บัวสวรรค์ 2
บัวสวรรค์ยังไม่ทันปฏิเสธออกไป ร่างสูงก็ขยับมายืนใกล้ชิด โอบแขนรอบเอวเล็กของเธอ และดึงเข้าไปกอด เท่านั้นยังไม่พอ... ยังก้มมาหอมแก้มเธอหนึ่งฟอดใหญ่อีกต่างหาก!
"ใช่ครับ... คนนี้แฟนพี่เอง... เดี๋ยววันพรุ่งนี้พี่จะพาไปทานข้าวเย็นที่บ้าน ถ้านิ่มว่างก็เชิญด้วยนะ"
เตโชเอ่ยกับนีรา และซ่อนยิ้มขำอาการช็อกตกใจของคนในอ้อมแขน เจ้าหล่อนยืนตัวแข็งทื่อเลย คงจะช็อกน่าดูล่ะสิ หึหึ... ดีเลย มาอยู่ตรงนี้ให้เขาใช้ประโยชน์พอดี ถือว่าเป็นค่าห้องพักก็แล้วกัน มาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของเขา มันก็ต้องมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมกันบ้างนิดๆ หน่อยๆ เขายกมือขึ้นถูจมูกตามความเคยชิน เวลาโกหกก็มักจะทำท่านี้โดยไม่รู้ตัว
บัวสวรรค์เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของคน โกหกหน้าด้านๆ ช่างกล้า! หญิงสาวกะพริบตารัวๆ เพื่อเรียกสติ นีราหน้าซีดและยิ้มเจื่อนออกมา บัวสวรรค์หันไปเห็นสาวน้อยมีท่าทางผิดหวังก็เลยยิ้มเฝื่อนให้
"นิ่มไม่เห็นเคยได้ยินว่าพี่เตมี เอ่อ มีแฟน... พี่... พี่บัว เอ่อ เป็นคนที่ไหนคะ"
นีราเอ่ยกับบัวสวรรค์ หญิงสาวได้สติแล้วก็กระแอมกระไอในลำคอนิดหนึ่ง เขากระชับแขนที่โอบเอวเธอ เธอก็เลยแสร้งโอบแขนไปบนเอวด้านหลังของเขาแล้วหยิกหมับ บิดเนื้อแข็งๆ ตรงนั้นอย่างสุดแรง เขาสะดุ้งแต่หน้าตายังคงยิ้มแย้มให้นีรา ในขณะที่มือใหญ่ที่โอบเอวเธออยู่ก็กระชับแน่นขึ้นและใช้ปลายนิ้วลูบไล้เบาๆ และก้มลงชิดใบหูและกระซิบให้ได้ยินกันสองคน
"ถ้าคุณหยิกผมอีก... ผมก็จะหอมแก้มคุณอีก... เอาสิ... อยากหยิกก็ตามสบายเลย"
นีรามองภาพเตโชที่กำลังกระซิบกระซาบและยิ้มกริ่มดวงตาพราวระยับให้หญิงสาวหุ่นสูงเพรียวใบหน้าสวยเก๋ แต่งตัวง่ายๆ ด้วยเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขาดตรงหัวเข่ากับรองเท้าผ้าใบ แต่กลับดูดีและเท่น่ามอง ไหนคุณแม่เคยบอกว่าพี่เตชอบผู้หญิงอ่อนหวานเป็นแม่บ้านแม่เรือนยังไงเล่า... นีราอุตส่าห์ทำตัวเรียบร้อยและฝึกหัดทุกสิ่งทุกอย่างที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคุณสมบัติของผู้หญิงที่เป็นแม่ศรีเรือนทั้งหลาย เพื่อที่จะเอาชนะใจพี่เตของเธอให้ได้ในสักวัน
แต่ไฉน... ผู้หญิงตรงหน้าซึ่งเขาเรียกว่า แฟน กลับมีบุคลิกลักษณะค่อนไปทางห้าวและปราดเปรียวอย่างนี้... นีราเรียนอยู่ปีสี่แล้ว ฝันว่าเมื่อเรียนจบจะไปทำงานใกล้ชิดกับพี่เต พี่ชายข้างบ้านที่แม่ของเขาสนิทกับแม่ของเธอ เธอเองก็สนิทกับเขาเมื่อสมัยเด็กๆ ไม่นึกเลยว่าตอนนี้เขาจะมีแฟนแล้ว... หญิงสาวพยายามซ่อนความผิดหวังเอาไว้อย่างยากลำบากเต็มที ได้แต่ฝืนยิ้มและกำกระเป๋าแน่น
"พี่อยู่ที่แพร่ค่ะ... คุณนีราเคยไปเที่ยวหรือยังคะ ว่างๆ ก็เชิญนะ แพร่เป็นเมืองเล็กๆ ที่สงบเงียบและธรรมชาติสวยมาก ไปพักที่บ้าน... อืม พี่เตก็ได้... จึงมั้ยคะ... พี่เต"
แฟนจำเป็นหาทางเอาคืนเขาบ้างด้วยการชวนสาวน้อยที่เขาดูเหมือนไม่อยากใกล้ชิดหล่อนเท่าไหร่ให้ไปอยู่ที่บ้านเขาซะเลย... นีรามีท่าทางดีใจขึ้นมาที่ได้รับการเชิญชวน
"นิ่มยังไม่เคยไปเลยค่ะ... ดีจัง งั้นวันหลังจะขอไปเที่ยวกับพี่เตด้วยคนนะคะ"
"ได้เลยค่ะน้องนิ่ม... อืม... คืนนี้น้องนิ่มก็ไปเที่ยวกับพี่เตได้นะคะ... พี่เตเพิ่งเข้ามากรุงเทพฯ เห็นว่าจะไปเที่ยว ไปเที่ยวกับพี่เตแทนพี่ทีนะคะ พอดีคืนนี้พี่บัวไม่ว่าง"
"จริงเหรอคะ... นิ่มเองก็ยังไม่เคยเที่ยวกลางคืน คุณแม่ห้าม แต่ถ้าไปกับพี่เต คุณแม่คงจะอนุญาต... นิ่มไปด้วยนะคะพี่เตขา"
เตโชหันไปทำตาดุใส่คนที่กำลังหาเรื่องให้เขาสลัดนีราไม่หลุด ตลอดเวลาหลายปีมานี้ เขาไม่เคยให้สาวน้อยได้เข้าใกล้เพราะรู้ว่าเจ้าหล่อนคิดอะไรกับเขาอยู่ ไม่อยากให้เด็กใจแตก เขาเอ็นดูนีราเหมือนน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น
"อืม... พอดีพี่นัดกับพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจน่ะ... เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกันนะ ตอนที่แฟนพี่เขาไปด้วยได้ จะได้สนุกด้วยกัน"
เตโชกล่าวพลางกระตุกมุมปากยิ้มให้กับ แฟน ที่แอบเบ้หน้าหมั่นไส้เข้าและคิดว่าเขาไม่เห็น
"งั้นพรุ่งนี้เย็น เจอกันที่บ้านพี่เตนะคะ นิ่มจะรอทานข้าวด้วย ถ้างั้นนิ่มขอตัวก่อนนะคะ พี่เต พี่บัว..."
นีราเอ่ย รู้สึกผิดหวังแต่ก็ยังไม่หมดหวัง เพราะก็แค่แฟนกัน ยังไม่ได้แต่งงานกันซะหน่อย ถ้าเธอเรียนจบ ได้มีโอกาสใกล้ชิดเขา เขาก็คงจะเห็นตัวตนที่แท้จริงของเธอสักวัน ตัวตนที่เธอเพียรฝึกฝนบรรจุคุณสมบัติที่สตรีพึงมีเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม เธอเก่งทั้งงานบ้านงานเรือน ทำอาหารอร่อยและกิริยามารยาทงดงามอย่างที่คุณป้าศรัญญาชื่นชอบและเอ่ยปากชมบ่อยๆ
"ครับ... น้องนิ่ม"
บัวสวรรค์ยิ้มอ่อนให้สาวน้อยที่มองเตโชตาละห้อยก่อนที่เจ้าหล่อนจะหันหลังเดินจากไป พอไม่มีใครอยู่ใกล้แล้ว บัวสวรรค์ก็ตบผัวะเข้าให้ที่แขนล่ำ เขาสะดุ้งและยอมปล่อยมือจากเอวเล็ก ทำท่าสูดปากเจ็บ
"คุณเป็นบ้าอะไรของคุณฮึ... พูดออกไปได้ไงว่าฉันเป็นแฟนคุณ ฉันไม่ตาต่ำถึงขนาดนั้นหรอก และไม่ต้องคิดเลยว่าฉันจะยอมเป็นเครื่องมือของคุณเพื่อกำจัดผู้หญิงที่คุณไม่ต้องการง่ายๆ น่ะ"
หญิงสาวเค้นเสียงต่ำและผลักเขาทีหนึ่ง ดึงรถไปเข็นเอง เตโชส่ายหน้าระอาก่อนจะรีบก้าวตามและวางมือไปบนมือที่เข็นรถอยู่ บัวสวรรค์แทบจะกรี๊ดให้กับความกวนประสาทและตอแยไม่เลิกของเขา
"จ่ายเงินด้วย ฉันจะไปรอที่รถ!"
หมดอารมณ์จะเดินซื้อของต่อแล้ว คิดว่าเอาไว้ค่อยมาเองดีกว่า บัวสวรรค์ก้าวฉับๆ ออกไปจากซูเปอร์มาร์เก็ต ถ้าเธอรู้จักที่อยู่คอนโดของเขาก็คงจะโบกแท็กซี่ไปเรียบร้อยแล้ว แค่ได้อยู่กับเขาไม่กี่ชั่วโมงสมองก็ตึงเครียดไปหมด อาการประสาทแดกถามหาแน่ถ้าขืนอยู่กับเขาไปนานกว่านี้ อย่างนี้จะต้องทำข้อตกลงกันให้เรียบร้อยดีกว่าว่าเขาไม่จำเป็นต้องอยู่ที่คอนโด
เตโชเข็นรถเข็นมายังรถ ผิวปากเป็นเพลงเมื่อเห็นคนบางคนยืนกอดอกพิงรถอยู่เพราะเข้าไปในรถไม่ได้ เจ้าหล่อนทำหน้านิ่งเรียบ แต่เขารู้ดีว่าภายใต้ท่าทางคล้ายจะคูลนั้นซ่อนกระสุนไฟร้อนเอาไว้ พร้อมจะยิงใส่เขาเป็นชุดๆ ถ้าหากเขาเผลอไปแตะสวิตช์เข้าให้
ทั้งสองต่างเงียบเมื่ออยู่ในรถ จนกระทั่งมาถึงคอนโดในเวลาบ่ายสามโมง ป้านวลทานข้าวเที่ยงเรียบร้อยแล้วตามที่เตโชโทรสั่งเดลิเวอรี่ให้ ป้านวลบอกว่ายัยหนูตื่นขึ้นมากินกลางวันแล้วก็เล่นเกมจนง่วง ตอนนี้ก็นอนหลับไปอีกรอบ คงเป็นเพราะเมื่อคืนน้องนอนร้องไห้นานจนเหนื่อยและเมื่อเช้าก็ยังต้องตื่นเช้าอีก ป้านวลขอตัวกลับบ้านหลังจากอธิบายตารางชีวิตประจำวันของขวัญข้าวให้แก่บัวสวรรค์เรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็จดลงสมุดบันทึกเล่มเล็กที่ติดกระเป๋าอยู่เสมออย่างคนรอบคอบ โชคดีวันนี้เป็นวันเสาร์ ขวัญข้าวจึงไม่ต้องไปโรงเรียน
หญิงสาวเอาของใส่ตู้เย็นเสร็จก็เป็นเวลาสี่โมงเย็น เมื่อออกจากห้องครัวก็พบร่างสูงนั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟารับแขก มีโทรศัพท์แนบที่หู
"ทุ่มตรง ผมจะไปรับ... ซีแต่งตัวรอก็แล้วกัน"
หญิงสาวได้ยินประโยคสุดท้ายก่อนที่เขาจะวางสาย บัวสวรรค์ยืนกอดอกพิงกรอบประตู
"ขอคุยด้วยหน่อย... "
เสียงกระด้างเอ่ยลอยๆ เตโชเลิกคิ้ว
"เรื่องอะไร... คืนนี้ผมออกไปข้างนอกนะ คงจะไม่กลับ คุณอยู่ได้หรือเปล่า"
"สบายมาก คุณไม่ต้องมาบ่อยๆ ก็ได้ ฉันไม่อยากให้คุณลำบาก ฉันเลี้ยงหลานได้ ฉันรู้ว่าคุณเป็นคนไม่ค่อยมีเวลา ก็แค่อยากจะบอกว่า ฉันรับมือไหว... คุณกลับแพร่ หรือไปใช้ชีวิตส่วนตัวตามปกติได้เลย ฉันอนุญาต"
"อนุญาต? คุณคิดว่าตัวเองเป็นใครไม่ทราบ... เมียผมงั้นเหรอ? ผมถึงต้องรอให้คุณอนุญาตก่อนถึงจะไปทำอะไรได้น่ะ คิดผิดคิดใหม่นะคุณ... อ้อ แล้วเรื่องที่ผมยืมชื่อคุณไปอ้างเป็นแฟนน่ะ... แค่ขอยืมชั่วคราวเท่านั้น แค่แฟนปลอมๆ ห้ามอิน... ผมแค่เห็นแก่อนาคตของเยาวชนของชาติอย่างนีรา ไม่อยากให้เขาใจแตกก่อนเรียนจบ ส่วนคุณ ถ้าหากมีคุณธรรมและเมตตาธรรม สงสารเด็กก็ให้เงียบและเออออห่อหมกกับผมก็พอ... ไม่ต้องมาทำท่าต่อต้านให้เสียเวลา... เพราะคุณกับนีราก็คงไม่ได้เจอกันบ่อยอยู่แล้ว... สรุปว่า... ผมจะเข้าจะออกที่นี่ตามอำเภอใจ ไม่แคร์ว่าใครจะอึดอัดและกระอักเลือดตายหรอก... ผมมีแค่นี้ แล้วคุณล่ะ มีอะไรจะพูดอีก"
เขาร่ายยาวเป็นชุด บัวสวรรค์ฟังจบแล้วก็กัดฟันกรอด... ตาลุกและขยับก้าวเข้าไปกระชากคอเสื้อเขาอย่างแรงด้วยความโมโห
