บทที่ 9 ตอนที่ 4.2 ช่วงปรับตัว

แววตาที่ยังตื่นกลัวทำให้ธาดาลูบศีรษะเธอเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม เขาสั่งให้เธอเงียบไม่ต้องพูดอะไร ให้อยู่เฉย ๆ แล้วเขาจะจัดการเอง

"สวัสดีครับคุณแม่ ลมอะไรหอบกันมาถึงนี่ครับ" ธาดาพูดเย้าแหย่มารดาที่นั่งทำหน้าเครียด มีพี่สาวนั่งข้าง ๆ มองจ้องจับผิดและส่งสายตาล้อเลียนมาให้

"มาแล้วเหรอพ่อตัวดี อธิบายมาสิ" คุณทิพย์มองเลยไปหาคนที่ยืนด้านหลังของหมอธาดา

"เรื่องมันยาวนะครับ ไว้ผมจะเล่าให้ฟัง" ธาดาตอบเลี่ยง ๆ 

"พูดมา แกไปงมเข็มในมหาสมุทรที่ไหนมา" มารดาช่างเปรียบเปรย เขายิ้มรับ คงจะเห็นและดูออกถึงกิริยาที่งดงาม เรียบร้อยของคนตัวเล็กที่นั่งข้าง ๆ เขา ปรางไม่เหมือนเด็กสาววัยรุ่นสมัยใหม่ทั่วไป และคงหาผู้หญิงอย่างปรางได้ยากในยุคนี้

"เธอมาเป็นลมที่หน้ารถผม ผมเลยช่วยเอาไว้" เขาอธิบายสั้น ๆ 

"ต่อสิ" ธีรดาอยากรู้ความเป็นมาของว่าที่น้องสะใภ้

"ชื่อปรางครับ เธอกำพร้า เป็นคนอยุธยา มียายบุญธรรมเลี้ยงดูมา พอท่านเสียเธอเลยมาเริ่มต้นใหม่ในกรุงเทพ" เขาปด หญิงสาวนั่งฟังคนปดเก่ง เขามุสาต่อหน้ามารดาของเขาอยู่

"ยายชื่ออะไรหรือหนู" คุณทิพย์ถาม

"ท่านชื่อกำไลเจ้าค่ะ เอ่อ ค่ะ" 

คุณทิพย์มองอย่างไม่อยากจะเชื่อคำพูดของลูกชาย มองหน้าลูกกับผู้หญิงตัวเล็กสลับกันไปมาอย่างจับผิด

"กิริยามารยาทงดงามนะ แม่ชอบ ไหน ๆ แกก็ช่วยเหลือน้องเขาแล้วงั้นแม่ก็จะอุปการะต่อแกเลยแล้วกัน ไปอยู่กับฉันนะหนู" 

"ไม่ได้ครับ!" ธาดาโพล่งกลางปล่อง พี่สาวหัวเราะเก็บเสียงเมื่อเห็นน้องชายหลุดมาด 

"ทำไม!" ลูกชายเสียงดังมา คนเป็นแม่ก็สวนกลับทันควัน

"ก็เขาอยู่กับผมแล้ว คืออาการของปรางยังไม่ดีขึ้น ปรางต้องอยู่ใกล้ผมที่เป็นหมอสิครับ" แก้ตัวน้ำขุ่น ๆ พี่สาวยกนิ้วโป้งให้น้องชายในความแถเก่ง คุณทิพย์เงียบไปสักพัก

"ก็ได้ แต่...แกต้องพาน้องกลับบ้านทุกวันหยุด ถ้าแกไม่พาไปฉันจะมาแล้วพาไปอยู่ด้วย"

"ได้ครับ"

"ที่บ้านฉันคนเยอะรับรองหนูต้องชอบแน่ ๆ คุณยายท่านชอบทำขนม หนูต้องชอบเลยล่ะแม่ปราง" คุณทิพย์หันมาคุยกับเธออย่างเอ็นดู เธอยิ้มรับความเมตตาของท่าน

"มีน้องฟ้าใสอีกคนนะคะ ลูกสาวพี่เองวันนี้ติดเรียนเลยไม่ได้มาด้วย"

"คิดถึงหลานนะครับ" 

"คิดถึงแต่ไม่ไปหา อย่าพูดเลยเปลืองน้ำลาย" 

กว่าคุณแม่กับธีรดาจะกลับบ้านได้ ก็ปานเข้าไปหกโมงเย็นแล้ว ธีรดาช่วยพูดกับมารดาให้น้องชายว่านี่มันยุคสมัยไหนกันแล้ว หญิงชายอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานมีถมไป ให้มารดาคลายความกังวลไป เชื่อว่าธาดาต้องมีวิธีจัดการให้เรื่องมันถูกต้องและเหมาะสมแน่นอน

คืนนี้เขาปล่อยให้เธออาบน้ำเอง ชุดนอนของเธอคือชุดกระโปรงสายเดี่ยวเนื้อผ้าซาตินสีดำที่ช่วยขับสีผิวขาวหยวกกล้วยของเธอให้ชัดขึ้น เขาบอกเธอว่าเวลาอยู่บ้านกับเขาให้แต่งตัวแบบนี้ แต่เวลาออกไปข้างนอกชุดของเธอจะมิดชิดเรียบร้อย

หลังอาบน้ำกันเรียบร้อยธาดานั่งพิงหัวเตียงเปิดไอแพดดูข่าวสารต่าง ๆ ปรางหลังจากแต่งตัวแล้วขึ้นมานั่งคุกเข่าบนเตียงข้างเขา ธาดาทำทีไม่สนใจเธอ คืนนี้เธอเซ็กซี่เป็นสาวร้อนแรงกว่าวันแรกที่เจอ คิดไม่ผิดที่เป็นคนเลือกชุดนี้ให้เธอใส่

"ท่าน"

"หือ" ครางรับในลำคอ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง

"ข้าอยากไปอาศัยอยู่ที่เรือนกับแม่ของท่านเจ้าค่ะ" เธอบอกเขาเสียงอ่อน เหมือนจะขอร้องอ้อนวอนเขา

"ทำไมล่ะ อยู่ที่นี่กับผมไม่มีความสุขหรือ" 

"เปล่าเจ้าค่ะ"

"ไว้จะพาไป" ธาดาวางไอแพดบนโต๊ะหัวเตียง ดึงร่างบางมานั่งตัก โอบกอดเอวบางไว้หลวม ๆ "แต่ไม่ได้ให้ไปอยู่นะ"

"ทำไมเจ้าคะ" 

"ถ้าหนูไป แล้วผมเหล่า หนูจะทิ้งผมไว้ที่นี่คนเดียวหรือ" เขาตอบเสียงอ้อน ๆ บ้าง ไล้นิ้วเรียวตามแก้มนิ่ม ก่อนจะฉกขโมยหอมแก้มทั้งสองข้าง

"อย่าเจ้าค่ะ ทะ ท่านมีเมียอยู่แล้ว" เพราะเธอเบี่ยงหน้าหลบ ธาดาจึงต้องซุกไซร้จมูกเข้าหาลำคอระหงของเธอ 

เอ๊ะ เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ

"เมียเหรอ ใครมีเมียแล้วนะ" เขาทวนคำพูดของเธออีกครั้ง เธอพยายามปีนลงจากตักกว้างแต่ไม่สำเร็จ เขารั้งเอวบางไว้แน่น

"ท่านกับแม่หญิงพยาบาลคนนั้น เอ่อ...ร่วมรักกัน" 

"นี่อย่าบอกนะว่าวันนั้นหนูแอบดูผม"

"ข้าเปล่าแอบดู แต่วันนั้นเสียงดังทำให้ข้านอนไม่หลับ ข้าเลย..." ปรางสารภาพด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ เพราะกลัวจะโดนตำหนิ เขาส่งเสียงคล้ายไม่พอใจในลำคอ เธอก้มหน้านิ่งจึงไม่เห็นสายตาเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มของเขา 

ธาดากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น อกตูมบดเบียดไปกับอกหนาแข็งแรงที่มีแต่กล้ามเนื้อ ยอดอกเมื่อถูกเสียดสีจึงแข็งชัน ร่างบางสั่นสะท้าน ขืนตัวไว้แต่สู้แรงบุรุษไม่ได้เนื้อตัวของเธอจึงแนบชิดทุกส่วน เธอสัมผัสได้ว่าตนเองนั่งทับอะไร มันเต้นตุบ ๆ ยิ่งเธอขยับดิ้นมันยิ่งเต้นใส่ก้นเธอ 

"สมัยนี้ต่างกับสมัยที่หนูจากมามากเลยนะ หญิงชายเท่าเทียมกัน มีสิทธิ์เสรีทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องในมุ้ง ไม่ใช่ผัวเมียก็สามารถทำกันได้เขาไม่ถือกันหรอก" ธาดาอธิบายชิดใบหูที่เปลี่ยนสีของหญิงสาว ส่งปลายลิ้นเข้าไปหยอกเอินในใบหูขาว

"อยู่ที่นี่หนูจะทำอะไรก็ได้ ไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครรู้จักเรา" เขาช้อนคางมนขึ้นมาจ้องตากัน มองลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นไหวระริกวิบวับ

"อยากลองไหม" 

โดนผู้ใหญ่หลอกอีกแล้ว หญิงสาวไร้เดียงสาเริ่มคล้อยตามคำพูดของผู้ใหญ่ตัวโต เขาไม่อาจรอคอยคำตอบจากปากน้อย ๆ ของเธอได้ ธาดาแนบเรียวปาก จูบปากเธอ เขาเชิญชวนให้เธอหลงใหลไปกับรสสวาทที่เขานำพาให้เธอได้รู้จัก ช้า ๆ เนิบ ๆ และเน้น ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป