บทที่ 1 กับดักซ่อนแค้น
ภายนอกผนังกระจกที่สูงจรดเพดานนั้นเม็ดฝนกำลังโปรยปราย หยดน้ำสาดกระเซ็นกระทบแผ่นกระจกใสจนเกิดเป็นแสงพร่าพรายยามสะท้อนกับแสงไฟจากตึกระฟ้าของกรุงเทพมหานคร เป็นภาพที่งดงามก็จริง ทว่าผู้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่เพ่งมองภาพที่เห็นนั้นกลับมิได้ดื่มด่ำสักเท่าไร
อัคนิน วัฒนากร ในวัย 34 ปี นั่งมองแสงสีของเมืองหลวง นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวกำลังครุ่นคิดบางอย่าง เขาสวมสูทสากลสีเข้มตัดเย็บอย่างประณีตขับบุคลิกให้ดูสุขุม เย็นชา และทรงอำนาจ
นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบราวกับกำลังรอ...กระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบ ก่อนที่ ธีรุตม์ ลูกน้องคนสนิทและมือขวาของเขาจะก้าวเข้ามาด้วยท่าทีนอบน้อม ในมือถือแฟ้มเอกสารสีดำ
“ว่าไง...ได้เรื่องอะไรไหม?” เสียงทุ้มต่ำของอัคนินเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
“ได้เรื่องครับนาย” ธีรุตม์รายงานพลางเปิดแฟ้มส่งให้ “คนของเรารายงานมาว่า พิชชาภา ศิริเดช คือลูกสาวของกิตติศักดิ์ ศิริเดช แน่นอนครับ พงษ์วุฒิ ศิริเดช เป็นน้องชายแท้ๆ ของกิตติศักดิ์ และรับพิชชาภาเป็นลูกบุญธรรมเมื่อยี่สิบปีก่อน”
ชื่อ ‘กิตติศักดิ์’ ทำให้แผ่นหลังอัคนินเหยียดตรงขึ้นทันที ดวงตาที่แฝงความเย็นชาอยู่เป็นนิจแข็งกระด้างขึ้น และคล้ายมีเปลวไฟลุกลามอยู่ข้างใน
...ยี่สิบปีแล้ว...
ยี่สิบปีที่เขาต้องเติบโตท่ามกลางความเจ็บปวดจากการสูญเสีย ‘อธิป วัฒนากร’ ผู้เป็นพ่อไปอย่างไม่มีวันกลับ และไอ้ฆาตกรใจบาปอย่างกิตติศักดิ์...มือขวาที่พ่อของเขาไว้ใจที่สุด กลับหนีลอยนวลไป
“ดี!” อัคนินเค้นเสียงลอดไรฟัน เอื้อมหยิบแฟ้มขึ้นมาพลิกดู
สายตาคมจับจ้องไปยังภาพถ่ายของหญิงสาวในแฟ้ม พิชชาภา ศิริเดช ในวัย 26 ปี ใบหน้าหวานละมุน นัยน์ตากลมโตฉายแววบริสุทธิ์ สดใส และเข้มแข็งอยู่ในที
“เธอเปิดสตูดิโอออกแบบเล็กๆ และรับงานฟรีแลนซ์ทั่วไปครับ ดูเหมือนเธอจะไม่รู้เรื่องอดีตของพ่อเธอเลยครับนาย ก่อนหน้านี้เธอเรียนอยู่เชียงใหม่ เพิ่งจะย้ายกลับเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ได้สักครึ่งปีนี่เอง” ธีรุตม์ให้ข้อมูลเพิ่มเติม
“แน่ใจเหรอว่าไม่รู้” อัคนินเหยียดมุมปากเป็นรอยยิ้มหยัน นิ้วเรียวยาวไล้รูปถ่ายของพิชชาภาอย่างเชื่องช้า “พ่อปลิ้นปล้อนกลับกลอกหักหลังได้แม้กระทั่งคนที่มีบุญคุณ ลูกสาวจะดีไปกว่าพ่อได้ยังไง สั่งคนของเราจับตาดูผู้หญิงคนนี้ทุกฝีก้าว ฉันเชื่อว่า...กิตติศักดิ์จะต้องโผล่หัวมาหาลูกสาวแน่ๆ ถึงวันนั้นฉันจะให้มันชดใช้กรรม!”
“อ้อ...นายครับ งานกาล่าการกุศลคืนนี้ ลูกสาวกิตติศักดิ์ก็มาร่วมงานด้วยนะครับ เธอเป็นคนออกแบบงานกราฟิกและมีเดียทั้งหมดที่ใช้บนจอโปรเจกเตอร์ยักษ์ในงานครับ”
“อืม...อย่างนั้นเหรอ” นัยน์ตาคมเป็นประกายทันทีที่ได้ยิน “ฉันนึกอะไรดีๆ ออกแล้ว ธีรุตม์ ไป...งานเริ่มแล้วไม่ใช่เหรอ ไปกันเถอะ” รอยยิ้มตรงมุมปากบ่งบอกว่าผู้เป็นนายคิดอะไรบางอย่างออก ทว่าเมื่ออีกฝ่ายไม่บอก ธีรุตม์ก็ไม่คิดถาม
ในเวลาเดียวกันที่โรงแรมหรูระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพมหานคร
บรรยากาศภายในห้องโถงจัดเลี้ยงกาล่าการกุศลของ ‘วัฒนากร กรุ๊ป’ จัดตกแต่งสถานที่อย่างหรูหราอลังการด้วยโทนสีขาวและทอง ซุ้มดอกไม้สดที่ทั้งสวยและส่งกลิ่นรวยรินยิ่งทำให้งานดูสวยงามยิ่งขึ้น แขกเหรื่อที่มาต่างก็สวมชุดราตรีและสูทสากลราคาแพง แสงวูบวาบของเครื่องเพชรทำเอาแสบตาน่าดู
งานกาล่าในค่ำคืนนี้มีการเปิดประมูลของมีค่าเพื่อนำรายได้มอบให้การกุศล หากเบื้องหลังคือการกระชับมิตรภาพทางธุรกิจและขยายอำนาจของตระกูลมาเฟียเชื้อสายจีนที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งรกรากในประเทศไทย โดยมีตระกูลวัฒนากรเป็นผู้นำ
พิชชาภา ศิริเดช ยืนอยู่ตรงมุมหนึ่งของงาน เธอสวมชุดเดรสเรียบง่ายสีครีม ในมือถือแท็บเล็ตสำหรับตรวจเช็กความเรียบร้อยของงานในส่วนที่เธอรับผิดชอบ ใบหน้าหวานมีร่องรอยความเหนื่อยล้า เธออดนอนเพื่อเตรียมงานนี้มาหลายวัน ถึงอย่างนั้นแววตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
“งานออกมาดีมากเลยนะคุณพิช แสงและกราฟิกช่วยส่งให้ของประมูลดูเด่นขึ้นเยอะเลยครับ” ผู้จัดงานเอ่ยชม
“ขอบคุณค่ะ พิชตั้งใจให้งานนี้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ” พิชชาภายิ้มรับด้วยความดีใจ
ทันใดนั้นเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นจากทางเข้างาน
พิชชาภาหันไปมองตามสัญชาตญาณ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามาในงานพร้อมกับบอดี้การ์ดในชุดดำนับสิบคน เรียกสายตาของทุกคนในงานให้จับจ้องไปที่เขาด้วยความอยากรู้อยากเห็นและยำเกรง ชายหนุ่มผู้นั้นมีใบหน้าหล่อเหลาราวรูปสลัก...แต่กลับดูเย็นชา เหมือนไร้ความรู้สึก
“คุณคิน...อัคนิน วัฒนากร ประธานบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป มาแล้วครับ” ผู้จัดงานหันมาบอกให้เธอรู้ “ข้างๆ นั่น คุณอธิราช เป็นรองประธานบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป และเป็นอาแท้ๆ ของคุณคินครับคุณพิช ”
เธอเบือนสายตาจากคนหนุ่มไปที่ชายวัยกลางคนข้างกายเขาแทน ชายผู้นี้มีรอยยิ้มใจดีประดับใบหน้าอยู่เสมอ มองแล้วค่อยสบายใจกว่าอีกคน แต่แล้วความรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีคนจ้องมองก็จู่โจม อะไรบางอย่างเรียกให้หญิงสาวหันกลับไปมองคนร่างสูงผู้เป็นหลานชาย สายตาสองคู่ประสานกันชั่วครู่ ทว่ากลับทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ มือบางกระชับแท็บเล็ตแน่นขึ้นไม่รู้ตัว
...ทำไมเขาถึงมองเราแบบนั้น...
ดวงตาคมกริบ เย็นชา กลับวาวโรจน์เหมือนกรุ่นโกรธกันมานานแสนนาน
แล้ว...เธอไปทำอะไรให้ อัคนิน วัฒนากร โกรธเล่า!
