บทที่ 6 ภรรยาในทะเบียน คนใช้ในคฤหาสน์
ผ่านมาหลายวันแล้วนับแต่พิชชาภาจดทะเบียนสมรสกับอัคนินเพื่อแลกกับชีวิตบิดา ทว่าตำแหน่ง ‘คุณผู้หญิงของวัฒนากร’ ในคฤหาสน์แห่งนี้ของเธอ กลับว่างเปล่าไร้ตัวตนเสียยิ่งกว่าสายลมที่พัดผ่าน หญิงสาวได้รับการปฏิบัติราวกับเธอเป็นเพียงคนรับใช้คนหนึ่ง และอาจจะแย่กว่าด้วยซ้ำ
ไม่ได้รับการเคารพหรือแม้แต่จะให้เกียรติกัน สิ่งที่หญิงสาวได้รับคือ เสียงซุบซิบนินทาและสายตาที่คอยจ้องจับผิดอยู่เสมอ ไม่ว่าเธอทำอะไรก็ตาม มักถูกค่อนแคะและตำหนิทั้งจากคนรับใช้ที่เพิ่งเข้ามาทำงานไม่นานไปจนถึงคนเก่าแก่ที่อยู่มานานเช่นคุณอนงค์
“วันนี้เวรคุณทำความสะอาดห้องนั่งเล่น กวาดถูพื้นและเช็ดฝุ่นตามชั้นให้สะอาดเรียบร้อย อย่าให้มีฝุ่นแม้แต่นิดเดียว คุณหญิงเธอแพ้ฝุ่น เจอเข้าทีไร ภูมิแพ้กำเริบทุกที แล้วถ้าคุณหญิงเกิดป่วยขึ้นมา คุณอัคนินคงไม่ชอบใจ” ท้ายประโยคนั้น คนเก่าแก่เอ่ยพลางปรายตามองแล้วยิ้มหยัน
พิชชาภาเหลือบมองนาฬิกาตรงผนัง…สิบเอ็ดนาฬิกาครึ่งแล้ว แต่เธอกลับต้องมาทำความสะอาดห้องนั่งเล่นนี้ ย่อมหมายความว่าเธอจะไม่ได้กินมื้อเที่ยงแน่นอน เพราะกว่าจะทำความสะอาดเสร็จ คนอื่นๆ ก็คงกินกันจนแทบจะไม่มีอะไรเหลือมาถึงเธอ
บางครั้งเธอได้กินแค่ข้าวคลุกกับเศษน้ำแกงจืดหรือแกงเผ็ดที่เหลือก้นชาม บางวันดีหน่อย…กับข้าวบางอย่างเหลือเยอะ เพราะเป็นของที่ไม่ถูกปากคนอื่น เธอถึงจะมีกับให้กินกับข้าว ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นพวกผัดผักต่างๆ แต่พิชชาภาก็ไม่เคยปริปากบ่น เช่นที่เธอไม่เคยปฏิเสธหรือแสดงท่าทีไม่พอใจยามที่ถูกใช้งานสารพัด เธอยิ้มรับงานบ้านหนักเบาที่ถูกยัดเยียดมาให้ทำเสมอ
“ค่ะ” หญิงสาวตอบรับด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ ท่าทางเข้มแข็งและไม่เคยแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็น ทำให้อนงค์หมั่นไส้ไม่น้อย แม้ลึกๆ อดรู้สึกทึ่งมิได้ก็ตาม
สำหรับพิชชาภา…เธอยอมเหนื่อย ยอมทนลำบาก ถ้ามันจะทำให้เธอมีโอกาสสืบหาความจริงเพื่อช่วยให้พ่อพ้นมลทิน เธอใช้ความเป็นคนช่างสังเกตช่างจดจำ จำทุกอย่างที่พบเจออย่างเงียบเชียบ ไม่ว่าจะเป็นทิศทางของห้องต่างๆ เส้นทางเดินและเวลาเปลี่ยนกะของบอดี้การ์ด รวมไปถึงตารางเวลาการทำงานของอัคนิน
ทุกอย่างนั้นได้รับการจดจำภายใต้ท่าที่อันเงียบสงบและนิ่งเฉย รวมไปถึงสายตาที่เก็บงำทุกความรู้สึกไว้อย่างล้ำลึก เพื่อรอคอยโอกาสในการสืบหาความจริงเมื่อยี่สิบปีก่อน
แม่บ้านเก่าแก่ทิ้งเธอไว้เพียงลำพังในห้องนั่งเล่น หญิงสาวหันมองรอบๆ สะดุดตากับชั้นหนังสือที่มีอยู่หลายชั้นด้วยกัน สงสัยบ้านนี้จะเป็นหนอนหนังสือเสียล่ะมั้ง…ขนาดห้องนั่งเล่น ยังมีตู้หนังสือตั้งหลายตู้ พิชชาภาอดนึกถึงห้องซึ่งเป็นสถานที่ต้องห้ามของเธอมิได้
ห้องหนังสือของที่นี่ จะมีหนังสือมากมายสักเท่าใดนะ
พิชชาภาอาจไม่ใช่หนอนหนังสือตัวยง แต่เธอก็มักใช้เวลาว่างในการอ่านหนังสืออยู่บ้าง จึงตื่นตาตื่นใจไม่น้อยเมื่อเห็นหนังสือน่าสนใจหลายเล่มบนชั้น
เธอเริ่มจากการเช็ดฝุ่นเป็นอันดับแรก แค่เช็ดฝุ่นก็น่าจะเสียเวลาร่วมชั่วโมงแล้ว
และแล้ว…การทำความสะอาดห้องนั่งเล่นก็มาถึงงานสุดท้าย นั่นก็คือ การถูพื้น
แม้คนอื่นจะใช้ไม้ถูพื้นเป็นเครื่องทุ่นแรงในการทำงาน แต่สำหรับพิชชาภา…เธอต้องถูด้วยมือเท่านั้น!
นั่นคือคำสั่งที่อนงค์…แม่บ้านเก่าแก่กำชับหนักแน่น
ขณะที่พิชชาภาคุกเข่าถูพื้นอย่างขะมักเขม้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นเป็นจังหวะมั่นคงของใครบางคนก็ดังขึ้น พิชชาภาเงยหน้ามอง เช่นเดียวกับที่ผู้มาใหม่เอ่ยทักออกมาด้วยน้ำเสียงอบอั่นอ่อนโยน
“เอ๊ะ! หนู…ใช่คนที่ดูแลเรื่องมีเดียในงานกาล่าหรือเปล่า?”
อธิราชรู้อยู่แล้วว่าหญิงสาวผู้นี้คือใคร…เขาให้ลูกน้องสืบประวัติเธอมาเรียบร้อย หากแสร้งทำเป็นไม่แน่ใจ
“เอ่อ…ค…ค่ะ…” พิชชาภาจำอีกฝ่ายได้ เขาคือ อธิราช วัฒนากร ผู้เป็นอาของอัคนิน
“แล้วหนูมาทำอะไรตรงนี้” อธิราชถาม สีหน้าบ่งบอกว่าสงสัยและไม่เข้าใจในสิ่งที่เห็น เขาไม่รอคำตอบ แต่กลับเดินไปกดกริ่งเรียกคนรับใช้ให้เข้ามา
ครู่หนึ่งต่อมา…อนงค์กับคนรับใช้วัยรุ่นอีกคนก็เดินเร็วๆ เข้ามาในห้อง
“คุณอธิราช!” น้ำเสียงแม่บ้านเก่าแก่มีแววตื่น “มาหาคุณอัคนินเหรอคะ?” อธิราชไม่ตอบแต่ตั้งคำถามที่ทำให้อนงค์ยิ่งอึกอัก
“ทำไมหนูคนนี้ถึงมาอยู่ตรงนี้ งานแบบนี้มันงานของคนของเธอไม่ใช่เหรออนงค์?” ก่อนจะหันมาทางพิชชาภาแล้วถาม “ แล้วหนูมาอยู่นี่ในฐานะอะไร? นายคินรู้ไหมว่าหนูมาทำงานแบบนี้?”
“เอ่อ…” เมื่อเห็นท่าทีกระอักกระอ่วนของหญิงสาว เขาก็หันไปคาดคั้นกับอนงค์ต่อ ท่าทางอ่อนโยนใจดีหายวับ
“ว่ายังไงอนงค์?” อธิราชถามรุก
“คุณพิชชาภาเป็นคุณผู้หญิงของคุณอัคนินค่ะ”
“คุณผู้หญิง? เธอหมายความว่าเป็น…” อนงค์กระสับกระส่าย รู้ว่าถ้าตอบไปตามความจริง ก็จะต้องโดนถามอีกว่า เหตุใดภรรยาของอัคนินถึงต้องมาทำความสะอาดบ้านไม่ต่างจากคนรับใช้อยู่ตรงนี้ แต่เมื่อได้รับแรงกดดันทางสายตาอย่างหนัก เธอก็โพล่งออกมาในที่สุด
“ภรรยาค่ะ เพิ่งจดทะเบียนกันเมื่อไม่กี่วันนี่เอง”
