บทที่ 9 ข่าวดี
ตอนที่9 ข่าวดี
โจฮาน
“ครับแม่” ผมรับสายแม่หลังจากไม่ได้รับมาหลายสายเหมือนมีเรื่องด่วนอะไร
(ตาฮาน แม่มีข่าวดีจะบอกลูก!) แม่ที่ได้ยินเสียงของผมก็พูดขึ้นอย่างไม่รอช้าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นมากจนรับรู้ได้
“ข่าวดีอะไรครับถึงได้โทรมารัวขนาดนี้” ผมอดแซวออกไปไม่ได้พร้อมกับรอฟังท่านไปด้วย เพราะปกติเวลาแม่โทรมาแล้วผมไม่ได้รับ ท่านจะวางแล้วรอให้ผมว่างโทรกลับไปหาท่านเอง ยกเว้นมีเรื่องด่วนจริงๆ นั่นแหละที่จะรัวโทรมาแบบนี้ และก็มีแค่ไม่กี่ครั้ง
(ดีขนาดที่ว่าเราต้องรีบเคลียร์งานแล้วกลับมาไทยเลยแหละ!) แม่พูดขึ้นอย่างมั่นใจอีกครั้ง และยิ่งแม่พูดก็ยิ่งทำให้ผมอยากรู้
“ข่าวอะไรครับ” นั่นทำให้ผมไม่อยากรอช้ารีบถามออกไปอย่างเฝ้ารอข่าวดีที่ท่านเกริ่นนำออกมา
(หนูน้ำ ท้อง!) แล้วแม่ก็พูดข่าวดีของท่านขึ้นอย่างไม่รอช้าตรงไปตรงมาทันที
“แม่ว่าอะไรนะครับ!?” ผมได้ยินแบบนั้นก็ถามขึ้นอย่างไม่อยากเชื่ออีกครั้งในทันที
(หนูน้ำท้อง ตอนนี้ท้องได้เดือนกว่าแล้วลูก) แม่ย้ำออกมาพร้อมกับระยะเวลาที่ชัดเจนที่น่าจะผ่านการตรวจจากโรงพยาบาลแล้วแน่ๆ
“จริงเหรอครับ หึ! ไม่อยากเชื่อเลย” พอได้รับคำยืนยันอย่างชัดเจนก็ทำให้ผมถึงกับพูดออกมาอย่างพึงพอใจ แม้จะรู้ว่าน้ำยาผมจะดีอยู่แล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะดีได้ขนาดติดได้ในครั้งแรกเลยแบบนี้
และใช่นี่เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ผมตกใจเท่าเพราะ เพราะนี่แหละคือเหตุผลที่ผมต้องให้คนดูแลที่บ้านเพื่อไม่ให้ธารารินหนีไปไหนได้ เพราะผมคิดว่าเธออาจจะท้องกับผมก็เป็นได้
แล้วทำไมผมต้องอยากให้เธอท้องด้วยทั้งที่ไม่ได้รู้จักกับเธอเลยสักนิด ง่ายๆ เลยนะ อย่างแรงกเลยที่ผมเคยบอกว่าแม่อยากให้แต่งงานมีลูก เพราะท่านอยากได้หลาน ผมก็เลยทำหลานให้แม่ได้สมใจ ส่วนเหตุผลที่สองเลย ก็คือตอนนี้ผมไม่มีผู้หญิงที่อยากคบหรือถูกใจสักคน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนจะหาได้ อาจจะนานห้าปีสิบปีไปเลยก็ได้
แล้วไหนๆ ผมก็ได้ธารารินเป็นคนแรกแล้ว จากประวัติของเธอที่ผมให้ฌอนไปหามาเธอก็ถือว่าเป็นคนน่าคบหาคนหนึ่งแม้จะเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ แต่นิสัยใจคอไม่ได้แย่เลย บวกกับหน้าตาของเธอที่ถูกใจผมตั้งแต่แรกเห็น ผมเลยตัดสินใจปล่อยให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ จะบอกว่าเลือกให้เธอเป็นแม่พันธุ์ก็ไม่ผิดแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะมันเหมือนกับโอกาสมาถึงมือแล้วก็ถือโอกาสนี้ศึกษาดูใจเธอไปพร้อมกันก็ไม่เสียหายอะไร
แต่จะมองว่าผมเอาเธอมาทำแม่พันธุ์ก็ไม่ได้หรอกนะ เพราะหลังจากผมได้อยู่กับเธอ ได้พูดคุยกับเธอ และถามเรื่องของเธอผ่านแม่ มันก็ทำให้ผมรู้ว่าเธอเป็นคนน่ารัก และไม่ได้สนใจเรื่องเงินๆ ทองๆ ของผม ผมก็เลยคิดว่าผมอาจจะเปิดใจคบกับเธอก็ได้
(ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะว่าแม่พาน้องไปตรวจที่โรงพยาบาลด้วยตัวเองเลย) แม่พูดด้วยความตื่นเต้นดีใจไม่หาย ท่านก็คงจะเหงานั่นแหละ อยู่บ้านก็มีแต่แม่บ้าน ไม่มีลูกหลานคอยอยู่ด้วยแก้เหงา พอรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีหลานก็เก็บอาการแทบไม่อยู่
“ครับ เชื่อครับ” ผมตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มขบขันให้แม่ไม่น้อย แต่ก็มีความสุขที่ทำให้ท่านมีความสุขได้เหมือนกัน
(งั้นลูกก็รีบเคลียร์งานให้ว่างยาวๆ เลย แม่จะได้ไปสู่ขอพ่อแม่หนูน้ำ เข้าใจไหม) แล้วแม่ก็พูดแผนการตัวเองที่ท่านคิดไว้อย่างเสร็จสรรพ
“เข้าใจแล้วครับคุณอารีย์” ผมตอบกลับอย่างไม่เรื่องมาก เพราะเรื่องดำเนินมาถึงขนาดนี้แล้วก็ทำทุกอย่างให้มันเรียบร้อยถูกต้องไปเลย
(ดี งั้นแค่นี้นะ)
“ครับ” แล้วแม่ก็วางสายไป และผมก็เลือกจะต่อสายหาเจ้าตัวทันที ที่ท้องไม่คิดจะบอกผัวสักคำ ถ้าแม่ผมไม่โทรบอก ผมก็คงไม่รู้เลยสักนิด กลับไปอีกทีคงได้เห็นท้องเธอป่องจนตกใจ
(ค่ะ) เสียงงัวเงียพร้อมหน้าตาที่งัวเงียของเธอปรากฏต่อหน้าผมราวกับโทรไปรบกวนการนอนเธอเสียอย่างนั้น
“นอนแล้วเหรอ” ผมถามออกไปอย่างแปลกใจเพราะนี่พึ่งจะสามทุ่มของไทยได้ เธอนอนเร็วจังตอนอยู่ด้วยกันก็นอนหลังสี่ทุ่มตลอด
(ฉันง่วงแล้ว คุณมีอะไรรีบพูดเถอะ) เธอตอบกลับปัดๆ อย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่ เป็นท่าทางที่ก็ยังไม่ค่อยอ่อนให้ผมเท่าไหร่หรอก
“ท้องไม่คิดจะบอกฉันเลยหรือไง ฉันผัวเธอนะ” ผมว่าให้เธออย่างไม่จริงจังกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งที่เป็นเรื่องใหญ่ด้วยซ้ำ แต่มันก็จริงไหมล่ะ
(ฉันรู้ว่ายังไงเดี๋ยวคุณแม่ก็ต้องบอกคุณอยู่แล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องบอกเลยน่ะ) เธอตอบกลับออกมาด้วยท่าทีเรียบเฉยอย่างคนไม่สำนึกสักนิด
“มันเหมือนกันที่ไหน แม่บอกกับเมียบอก” ผมว่าให้เธอเข้าใจในความต่างข้อนี้
(ถ้าคุณจะโทรมาว่าฉันแค่นี้ฉันวางนะ ฉันง่วงแล้ว) แต่คนฟังดูเหมือนไม่อยากฟังและไม่อยากคุยเท่าไหร่ พูดออกมาเหมือนง่วงนอนเต็มทน ทำเอาผมที่อยากคุยก็อยากคุย แต่สงสารก็สงสาร
“อืมนอนเถอะ แต่เตรียมตัวไว้ให้พร้อมล่ะ เดี๋ยวฉันจะเคลียร์งานแล้วรีบกลับไป รอบนี้น่าจะแต่งเลย” ผมบอกเธอให้เธอรับรู้และเตรียมตัวให้พร้อมออกไป
ยังไงท้องก็ใหญ่ขึ้นทุกวัน ลูกในท้องก็ลูกผม ถ้าไม่แต่งเดี๋ยวคนจะว่าเธอเอาได้ ถึงแม้ว่าผมไม่ถือเพราะผมอยู่ในสังคมเปิดกว้างและอิสระ แต่สำหรับคนไทยบางกลุ่มที่ยังหัวโบราณเขาจะมองไม่ดีได้ ไหนจะพวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านนั่นอีก ก็จะคอยหาข้อเสียของคนอื่นมาพูดสนุกปากซึ่งผมไม่ต้องการให้ใครในครอบครัวต้องเผชิญหน้ากับเรื่องพวกนี้
(ค่ะ แค่นี้นะ) เธอตอบรับอย่างว่าง่ายไม่มีอะไรถามต่อ พูดขึ้นด้วยตาปรือๆ เหมือนจะหลับแล้วก็วางไปทันทีเลย
“แม่งเอ้ย!” ผมได้แต่สบถอยู่คนเดียวอย่างหัวเสียกับการกระทำของเธอ เพราะได้เห็นท่าทางของเธอเมื่อกี้แล้วบอกตรงๆ ว่าความต้องการของผมพุ่งขึ้นมาทันที
แบบนี้สินะที่เขาว่าผู้หญิงท้องมักจะมีเสน่ห์เฉพาะตัว และดึงดูดสามีตัวเองมากเป็นพิเศษ
“อดทนอีกนิดไอ้ฮาน เดี๋ยวก็ได้กลับไทยแล้ว” ผมได้แต่ปลอบตัวเองให้สงบลงอย่างถึงที่สุด เพราะเมื่อไหร่ที่กลับไปนะ ผมจะไม่ปล่อยให้เกือบสองเดือนของผมไร้ค่าเลยคอยดู ถึงจะท้องก็เถอะ
น้ำใส
“แม่ขอให้ลูกทั้งสองครองคู่กันไปจนแก่เฒ่า หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กันนะลูก...”
“ส่วนเรา เป็นหัวหน้าครอบครัวแล้ว ดูแลลูกเมียของเราให้ดีนะลูก” แม่ของคุณโจฮานพูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอวยพรให้ฉันกับเขาอย่างยินดีไม่น้อย
“ครับ”
“ค่ะ” พวกเราสองคนไหว้รับคำอวยพรนั้นมาด้วยความยินดี
“พ่อขอให้ลูกทั้งสองมีความสุข ยังไงพ่อก็ฝากลูกสาวพ่อด้วยนะ น้ำอาจจะดื้อไปบ้างก็ให้อภัยกันนะลูก” ตามด้วยพ่อของฉันที่ฝากฝังฉันคุณโจฮาน
“แม่เองก็เหมือนกัน ฝากลูกสาวของแม่ด้วยนะลูก ส่วนเราเป็นเมียพี่เขาแล้วก็ดูแลผัวและลูกให้ดี อย่าดื้อกับพี่เขาให้มากนะ” แม่ฉันเองก็ไม่วายพูดกำชับขึ้นด้วยรอยยิ้มยินดีไม่น้อย
“ครับ”
“ค่ะ” ฉันกับคุณโจฮานรับคำก่อนจะก้มกราบเท้าพ่อแม่ของเราทั้งสองฝ่าย
“งั้นเราไปกันเถอะค่ะ ให้บ่าวสาวได้พักผ่อน” แม่คุณโจฮานพูดก่อนจะพวกท่านจะพากันลุกออกจากห้องไป
ไม่ต้องแปลกใจหรอกค่ะ เพราะว่าตอนนี้ฉันกับคุณโจฮานแต่งงานกันแล้ว งานแต่งถูกจัดขึ้นแบบเรียบง่ายแบบไทยๆ เพราะว่าเป็นงานฤกษ์สะดวกนั่นเอง ทางคุณโจฮานเองก็ไม่ได้มีเวลาว่างมาก หลังจากเขารู้เรื่องที่ฉันท้องได้สามสี่วัน เขาก็กลับมาไทยและได้เดินทางไปเพื่อทำการสู่ขอที่บ้านของฉันที่ต่างจังหวัดนั่นเอง
ส่วนพ่อกับแม่ฉันท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร ถึงแม้ว่าตอนแรกพ่อจะตกใจไป แต่ในเมื่อคุณโจฮานรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ ไม่ได้หนีไปไหนท่านก็ยินดีที่จะต้อนรับ ฉันขอไม่ให้เขาพูดเรื่องครั้งแรกของเราว่าเกิดขึ้นยังไง ฉันกลัวว่าเรื่องมันแย่ไป
“อาบน้ำก่อนไหม” คุณโจฮานถามขึ้นเมื่ออยู่กันสองคน
“ค่ะ” ฉันไม่ได้ปฏิเสธอะไรเพราะว่าฉันเองก็เหนื่อยเหมือนกัน ถึงแม้ว่างานไม่ได้ใหญ่โตมากมาย แต่ก็ไม่ได้เล็กไปทีเดียว ยังไงคุณแม่ก็ถือว่าเป็นคนมีหน้ามีตาในไทย แขกเหรื่อที่มางานเลยถือว่าค่อนข้างเยอะ
“เดี๋ยวฉันช่วยนะ” แล้วเสียงของร่างสูงดังขึ้นอย่างเสนอตัวทันที พร้อมกับเขาที่เดินมาซ้อนหลังฉัน
“เดี๋ยวฉันทำเองก็ได้ค่ะ” ฉันเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยหลังจากเขายกมือขึ้นมาเพื่อช่วยปลดชุดให้ รู้ทันได้อย่างง่ายดายทันทีว่าเขากำลังต้องการอะไร
“ทำเองจะสะดวกอะไรล่ะ” เขาพูดขึ้นอย่างดื้อดึงไม่ยอมปล่อยง่ายๆ ก่อนจะจับฉันหันหลังให้เขาแล้วช่วยปลดชุดให้ฉันอย่างที่ฉันไม่สามารถขัดขืนได้
“.....” ฉันไม่ได้เล่นตัวหรืออะไรหรอก แต่ฉันกับเขาก็ไม่ได้ใกล้ชิดกันแบบนี้สักพักได้แล้วตั้งแต่เขากลับไปต่างประเทศ พอกลับมาแล้วคุยเรื่องตกเรื่องแต่งเราก็ถูกจับแยกกันอยู่จนถึงวันนี้นั่นแหละ
“เหนื่อยไหม” แล้วเขาก็ถามขึ้นระหว่างถอดชุดให้ฉัน น้ำเสียงดูดีกว่าที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด ราวกับเป็นผู้ชายอบอุ่นใส่ใจคนหนึ่ง
“นิดหน่อยค่ะ” ฉันตอบกลับปัดๆ ทั้งที่จริงๆ ฉันนี่ง่วงมากเลยแหละ แต่ก็ต้องฝืนไม่ให้ตัวเองเผลอสับผงกระหว่างพิธี
“ให้ฉันอาบน้ำให้ไหม” เมื่อได้ยินแบบนั้นคนตรงหน้าก็เสนอตัวเองอีกครั้ง แล้วแน่นอนว่าน้ำเสียงที่ฉันสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนไปของเขาก็ดังขึ้นข้างหู
“อะ...อะไรคะ” ฉันเบี่ยงหน้ากลับไปถามเขาอย่างไม่ไว้ใจ มองสบตากับคนเจ้าเล่ห์ที่ไม่ปกปิดความต้องการของตัวเองเลยสักนิด
แล้วลมหายใจร้อนๆ เป่ารดหน้าฉัน พร้อมกับมือหนายกขึ้นมากอดเอวฉันไว้ไม่ให้ฉันขยับหนีไปไหนได้
“การเข้าหอที่สมบูรณ์แบบมันต้องมีเรื่องบนเตียงด้วยนะ” เขาจับฉันหันหน้าเข้าหาเขาแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เริ่มพร่าเบากว่าเดิม
แล้วฉันคิดผิดที่ไหนล่ะ ฟังจากน้ำเสียงของเขาก็รู้ได้อย่างง่ายดายแล้วว่าต้องการอะไร
“เดี๋ยวก็ต้องขึ้นไปนอนอยู่แล้วนี่คะ” ฉันแกล้งเฉไฉไม่รู้ไม่ชี้ไปกับเขา
“ฉันไม่ได้แค่อยากขึ้นไปนอนอย่างเดียว แต่ฉันอยากขึ้นนอนบนเธอ” แล้วคำพูดแสนห่ามตรงไปตรงมาของคนตรงหน้าก็ดังขึ้น เล่นเอาฉันเบิกตากว้างหลังจากได้ยินสิ่งที่เขาพูดขึ้น
ก็รู้อยู่หรอกว่าเขานะค่อนข้างหื่น(จากประสบการณ์คืนนั้น) แต่ไม่คิดว่าจะไม่เลือกเวลาแบบนี้
“ไม่ได้ค่ะ ตอนนี้ฉันท้องอยู่” ฉันปฏิเสธออกไปอย่างไม่สบายใจเท่าไหร่เพราะก็พึ่งท้องอ่อนๆ เอง ถ้าเกิดทำเรื่องแบบนั้นมันจะอันตรายไปหรือเปล่า
“แค่ทำให้ถูกวิธีไม่อันตรายหรอก เชื่อฉัน” เขาแย้งขึ้นเหมือนศึกษาหาข้อมูลมาอย่างดีแล้ว น้ำเสียงที่เริ่มแหบพร่าเรื่อยๆ พร้อมกับหน้าที่พยายามขยับเข้าหาฉันมากขึ้น
“แต่ยังไงฉันก็ว่ามันเสี่ยงอยู่ค่ะ” ฉันย่นคอหนีจากปากร้ายแล้วพูดออกไปอย่างไม่ไว้ใจเท่าไหร่ เพราะคนอย่างเขามันหื่นกามและกินนานมากด้วย ถ้าหักโหมมันจะอันตรายเอาได้
“ไม่เชื่อเธอลองหาข้อมูลในเน็ตดูก็ได้” เขาพูดขึ้นเหมือนกับมีแหล่งอ้างอิงเพื่อเอาชนะความกังวลของฉัน แต่นี่จะต้อนฉันทุกมุมเลยหรือไงนะ
“แต่...” ฉันกำลังจะปฏิเสธอย่างไม่สบายใจเท่าไหร่ แต่คนร้ายกาจอย่างเขาไม่รอให้ฉันพูดจบ เขาก็แทรกขึ้นทันที
“ไม่มีแต่แล้ว ฉันคิดถึงเธอมากไม่รู้หรือไง ยังไงคืนนี้ฉันก็ไม่ยอม” เขาพูดรวบรัดถึงความรู้สึกของตัวเองให้ฉันได้รับรู้ และพอพูดจบและก็ช้อนฉันขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวทันที
“คุณโจฮาน!”
