บทที่ 5 ติดใจ

"เชี้ย ลืมใส่ถุงยาง" หลังจากที่เสร็จด้วยกันทั้งคู่ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าลืมใส่ถุงยางอนามัยแถมยังปล่อยในใส่ยัยนี่อีกเลยรีบเอาแก่นกายออกทำให้น้ำรักขาวขุนของผมไหลออกมาจากรูสวาทของเธอและเปอะเปื้อนเต็มขาอ่อนของเธอไปหมด

ป๊อก~

"แล้วฉันจะท้องไหม" เธอเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งเงยหน้ามามองที่ผมด้วยสีหน้ากังวล

"กินยาคุมฉุกเฉินก็ไม่ท้อง" ผมปรับสีหน้าให้ราบเรียบตามเดิมก่อนจะเอ่ยพร้อมกับมองคนตัวเล็กที่นอนซบอกผมเหมือนลูกแมวที่หอบเหนื่อย

"อีกรอบได้ไหม" เธอเอ่ยพร้อมกับมองผมตาปริบๆ

"หึ ติดใจคว_ฉันล่ะสิ" ผมเค้นหัวเราะออกมาจากในลำคอกับคำขอของเธอก่อนจะเอ่ยขึ้นพร้อมกับพลิกตัวเธอลงกลับมานอนราบบนที่นอนเหมือนเดิมพร้อมจับขาเธอให้อ้าอีกรอบและจับท่อนเอ็นร้อนที่ตอนนี้กลับมาแข็งอีกครั้งไปจ่อกับรูสวาทของเธอก่อนจะอัดเข้าไปอย่างสุดลำ

ส๊วบ!

"ซี้ดดด~ ทำไมยังแน่นอยู่วะ" ผมเอ่ยด้วยเสียงกระเส่าเมื่อภายในโพรงสวาทของเธอมันยังคงตอดรัดแก่นกายของผมแน่นเหมือนกับครั้งแรกที่เสียบไปก่อนที่จะเริ่มขยับสะโพกและเริ่มบรรเลงบทรักอีกครั้งและอีกครั้งจนรุ่งสาง

"อ้ะๆๆ ดราก้อน"

ตับ ตับ ตับ

"อ่าา โมเน่"

Dragon End

Monet Part

- เช้าวันรุ่งขึ้น -

"โอ้ย ปวดหัวชะมัด" ฉันเอ่ยออกมาเมื่อรู้สึกได้ถึงแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องใส่หน้าผ่านทางหน้าต่างบานหรูก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น

"เจ็บจัง" ฉันเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกเจ็บแสบบริเวณช่วงล่างเมื่อฉันพยายามขยับตัวจะลุกขึ้นก่อนจะมองไปยังรอบๆ ห้องที่ไม่คุ้นเคยจนไปสะดุดอยู่กับ...

"ยัยโมเน่แกทำอะไรลงไปเนี้ย" ฉันเอ่ยออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นผู้ชายนอนเปลือยเปล่าอยู่ข้างๆ และสภาพเนื้อตัวฉันที่เปลือยเปล่าที่มีแต่น้ำขาวขุ่นและพอฉันลองสังเกตหน้าของเขาดีๆ เขาก็คือบาร์เทรนเดอร์คนเมื่อคืนอยู่ๆ ฉันก็รู้สึกได้ถึงลมที่ตีใส่หน้าพร้อมกับเหตุการณ์เมื่อคืนที่เลือนลางได้ย้อนกลับมาเป็นบางส่วนแต่แค่บางส่วนที่นึกออกก็ทำให้ฉันแทบอยากมุดแผ่นดินหนี

"อืม ว่าแต่นายก็หล่อดีนะหุ่นก็ดี"

"...."

"เท่าไหร่? "

"เธอหมายถึงอะไร? "

"ฉันจะซื้อนายมานอนกับฉันนานคิดเท่าไหร่"

"เธอพูดอะไรของเธอ"

"กรี๊ดด ยัยโมเน่ฉันสัญญากับตัวเองเลยว่าจะไม่กินเหล้าอีกแล้ว! " ฉันเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่ร้อนระอุด้วยความอายก่อนที่จะรีบพยุงตัวเองลุกออกจากเตียงนอน

"โอ้ย แสบชะมัด" ฉันเอ่ยขึ้นอย่างหน้านิ่วเพราะเมื่อขยับตัวก็รู้สึกแสบที่ช่วงล่างเหมือนมันฉีกขาด

ก่อนที่จะพยายามฝืนเดินและรีบเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายมาใส่ก่อนจะรีบออกไปจากที่นี่แต่ก็ไม่ลืมที่จะวางเงินทิ้งไว้ให้เขาที่โต๊ะข้างหัวเตียงจำนวน 300 ดอลล่า

ณ คอนโดหรูของโมเน่

"อีตานั้น ชาติที่แล้วเป็นปลิงรึไงถึงได้ดูดฉันแดงเป็นจั้มทั้งตัวขนาดนี้" ฉันเอ่ยขึ้นหลังจากที่เห็นสภาพตัวเองในกระจกห้องน้ำบานหรูที่ตอนนี้เนื้อตัวของฉันมีแต่รอยดูดแดงไปทั้งตัวรวมไปถึงบริเวณจุดสงวนที่แดงและบวมเปร่งอย่างเห็นได้ชัดว่าผ่านศึกหนักมาก่อนที่จะสลัดความคิดทั้งหมดทิ้งและรีบไปชำละล้างร่างกาย

- 1 ชั่วโมงต่อมา -

หลังจากที่ฉันอาบน้ำเสร็จก็มานั่งเป่าผมอยู่หน้ากระจกพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเพื่อที่จะเล่นโซเชียล

"แบตหมดหรอเนี้ย" ฉันเอ่ยขึ้นก่อนที่จะหยิบสายชาตแบตมาชาตและกดเปิดเครื่อง

ติ๊ง

ติ๊ง

ติ๊ง

สายที่ไม่ได้รับ 50 สาย

"ยัยเวนิสต้องคิดว่าฉันตายแล้วแน่ๆ" ฉันเอ่ยทันทีที่เห็นทั้งข้อความไลน์ที่รัวขึ้นมาถี่ๆ ของเมื่อคืนและสายที่ไม่ได้รับอีก 50 สาย ก่อนจะรีบกดโทรกลับไปหาเธอ

"ฮัลโหล ยัยเวนิ.."

( อีโมเน่มึงหายหัวไปไหนของมึงมา กูคิดว่ามึงตายไปแล้วสะอีกรู้ไหมว่ากูเป็นห่วงมึงขนาดไหน!)

ยังไม่ทันที่ฉันจะเอ่ยจบประโยคยัยเวนิสก็เอ่ยส่วนกับมาเป็นชุดทันทีด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

"มึงใจเย็นๆ ก่อนกูผิดไปแล้วแต่มึงช่วยอะไรกูอย่างได้ไหม"

(อะไร?)

"มึงช่วยซื้อยาคุมฉุกเฉินมาให้กูหน่อยได้ไหม"

(หะ!! อีโมเน่มึง..)

"มึงอย่าพึ่งถามอะไรกูนะเดียวรอมึงมาเดียวกูจะเล่าทุกอย่างที่พอจำได้ให้ฟัง" ยัยไม่ทันที่ยัยเวนิสจะเอ่ยจบฉันก็รีบพูดแทรกขึ้นไปก่อนไม่อย่างนั้นยัยนี้ได้บ่นฉันหูชาแน่

(พอจำได้ หมายความว่าไง?)

"เออหนา มึงอย่างพึ่งถามอะไรมาก"

(เออรอกูแปบ เดียวกูไปเดียวนี้แหละ)

Monet End

บทก่อนหน้า
บทถัดไป