บทที่ 4 หัวใจกระตุก
มาร์คัสออกมาจากบ้านน้องสาวแล้วก็ตรงไปยังผับหรูที่ตัวเองเป็นหุ้นส่วนอยู่ทันที แสงสีเสียงที่สาดส่องออกมาจากผับบ่งบอกถึงความคึกคักและความมีชีวิตชีวา เขาเดินขึ้นไปยังชั้นสองซึ่งเป็นโซนที่เปิดให้เฉพาะสมาชิกวีไอพีเท่านั้นที่จะขึ้นมาได้ บรรยากาศที่นี่แตกต่างจากชั้นล่างอย่างสิ้นเชิง มีความเป็นส่วนตัวและหรูหรากว่ามาก
“ว่าไงมาร์คัส รอบนี้หายไปนานเลย เกือบสองเดือนแล้วมั้ง ฉันจะยึดกิจการอยู่แล้วนะ” ชายไทยรูปร่างสูงโปร่งนามว่าศิลา เดินเข้ามาทักทายมาร์คัสอย่างคุ้นเคย พร้อมกับรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า
“อยากยึดก็ยึดไปเลย แต่ต้องยึดให้ครบทุกร้านนะ” มาร์คัสตอบกลับด้วยน้ำเสียงติดตลก เขารู้ดีว่าศิลาไม่มีทางทำเช่นนั้นได้
“ทุกร้านคงไม่ไหวว่ะ แค่ที่นี่ที่เดียวก็เหนื่อยแล้ว นี่ยังไม่มีใครเอาอะไรมาให้หุ้นส่วนใหญ่ดื่มเลยเหรอ” ศิลาบ่นอุบอิบ เขาเป็นคนขี้บ่นแต่ก็ทำงานเก่ง
“วันนี้แขกเยอะ หุ้นส่วนอย่างฉันรอได้ ว่าแต่นายเถอะ เป็นยังไงบ้าง” มาร์คัสถามกลับด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
“ก็เรื่อยๆ นะ ช่วงนี้มีร้านถูกสั่งปิดไปเยอะเพราะให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้า ร้านของเราก็เลยคึกคักเป็นพิเศษ” ศิลาเล่าสถานการณ์ให้ฟัง เขาดูพอใจกับผลประกอบการของร้านในตอนนี้
“แล้วร้านเราไม่ปล่อยเด็กเข้าแน่นะ ฉันไม่อยากมีปัญหากับตำรวจเท่าไหร่” มาร์คัสถามด้วยความกังวล เขาไม่ต้องการให้ธุรกิจของเขามีปัญหาเรื่องผิดกฎหมาย
“เด็กที่ไหนจะเข้ามาล่ะ ค่าสมาชิกรายเดือนเป็นหมื่น ถ้าจะมีก็มากับพวกเสี่ยกระเป๋าหนัก แล้วเสี่ยพวกนั้นก็คนใหญ่คนโต ตำรวจไม่กล้ายุ่งหรอก” ศิลาตอบด้วยความมั่นใจ เขารู้ดีว่าร้านของเขามีระบบการจัดการที่ดีเยี่ยม
“มันก็จริงนะ” มาร์คัสพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของศิลา
“นายรอฉันก่อนนะ เดี๋ยวจะกลับมาคุยด้วย ขอไปสั่งงานลูกน้องก่อน” ศิลาบอกมาร์คัส ก่อนจะเดินจากไปเพื่อจัดการงานของเขา
“อือ ไปเถอะ” มาร์คัสตอบสั้นๆ
“จอม นายมาที่นี่บ่อยไหม” เขาหันมาถามจอมทัพ ลูกน้องคนสนิทที่นั่งอยู่บนโซฟาอีกตัว
“ไม่บ่อยครับ ที่นี่คุณศิลาเอาอยู่ครับ ไม่ต้องเข้ามาดูบ่อย” จอมทัพตอบด้วยความเคารพ เขารู้ดีว่าศิลาเป็นคนที่มีความสามารถ
มาร์คัสยังมีผับอีกหลายที่ซึ่งเขาจะให้จอมทัพเป็นคนคอยดูแลแทนตัวเอง เขาเชื่อใจในความสามารถของจอมทัพ
“บอสครับ จะว่าอะไรไหมถ้าผมจะขอตัวกลับก่อน” จอมทัพถามด้วยความเกรงใจ
“ไม่ดื่มด้วยกันเหรอ ฉันนั่งดื่มกับแพทริคสองคนเหงาแย่” มาร์คัสชวนด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะเหงาจริงๆ
“ไม่ดีกว่าครับ พรุ่งนี้เช้ามีงานครับ” จอมทัพปฏิเสธอย่างสุภาพ เขามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ
“งั้นก็ตามสบายเลย” มาร์คัสอนุญาต
พอจอมทัพออกไปแล้ว แพทริคก็ขอตัวออกไปโทรศัพท์ ตอนนี้จึงเหลือเพียงมาร์คัสนั่งอยู่ที่ชุดโซฟาเพียงคนเดียว ความเงียบเข้าปกคลุมรอบตัวเขา ทำให้เขามีเวลาคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ
ขณะกำลังนั่งคิดว่าจะช่วยเหลือน้องสาวยังไงก็มีพนักงานสาวสวยคนหนึ่งนำเครื่องดื่มเข้ามาเสิร์ฟ
“คุณศิลาให้ฉันเอาเครื่องดื่มมาให้ค่ะ” พนักงานสาวพูดด้วยน้ำเสียงไพเราะน่าฟังจนทำให้มาร์คัสนึกอยากเห็นหน้าของเธอขึ้นมาทันที เสียงหวานนั้นสะกดให้เขารู้สึกสนใจ
หญิงสาววางถาดเครื่องดื่มลงบนโต๊ะเตี้ยจนครบทุกแก้ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับมาร์คัส
มาร์คัสหัวใจกระตุกวูบเมื่อตาคมกริบของตนสบเข้ากับดวงตากลมโตของผู้หญิงตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นดูสดใสและเป็นประกายดึงดุดเขาเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มจ้องมองเธอเหมือนคนต้องมนตร์สะกด ไม่สามารถละสายตาไปจากเธอได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกำลังก่อตัวขึ้นในใจของเขา
“คุณจะรับอะไรเพิ่มก็บอกได้นะคะ” เสียงหวานใสบอกกับเขาพร้อมส่งรอยยิ้มที่เป็นมิตรมาให้ รอยยิ้มนั้นทำให้โลกของมาร์คัสดูสดใสขึ้นมาทันตาเห็น
“ครับ” มาร์คัสตอบรับสั้นๆ แต่ในใจกลับรู้สึกเสียดายหญิงสาวตรงหน้า เธอทั้งสวย หุ่นดีและมีเสน่ห์ อีกทั้งน้ำเสียงก็ไพเราะน่าฟัง แต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็นคนที่ทำให้น้องสาวของเขาต้องเจ็บปวดและเสียใจถึงเพียงนี้ ความรู้สึกขัดแย้งในใจทำให้เขารู้สึกสับสน
“นั่งลงก่อนสิ ฉันขอคุยด้วยหน่อย” มาร์คัสเอ่ยปากชวนด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น
“ค่ะ” หญิงสาวถอยห่างจากโต๊ะเล็กน้อยแล้วคุกเข่าลงบนพรมหนาอย่างนอบน้อม รอฟังคำสั่งจากแขกวีไอพีที่คุณศิลาบอกให้เธอขึ้นมาบริการเขา เธอไม่รู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าต้องการอะไรจากเธอ
“เธอชื่ออะไร” มาร์คัสถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะควบคุมอารมณ์
“มิรันดาค่ะ เพื่อนๆ เรียกฉันว่ารันค่ะ” มิรันดาตอบด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ
“ชื่อเพราะดีนะ” มาร์คัสชมสั้นๆ
“ขอบคุณค่ะ” มิรันดาตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ
“ทำงานที่นี่มานานหรือยัง” มาร์คัสชวนคุยต่อ เขาต้องการข้อมูลเกี่ยวกับเธอให้มากที่สุด
“ทำได้สองเดือนแล้วค่ะ” มิรันดาตอบตามความจริง
“ถึงว่าฉันเพิ่งเคยเห็น ขอถามได้ไหม ว่าทำไมถึงเลือกมาทำงานที่นี่ล่ะ” มาร์คัสพยักหน้าเข้าใจและถามอย่างที่ตรงประเด็นที่สุด
มิรันดามองหน้าเขาแล้วยิ้มก่อนจะตอบคำถามนั้นไปตามความจริง แววตาของเธอฉายแววเหนื่อยล้าแต่ก็มีความมุ่งมั่น
“ที่นี่เงินดีกว่าที่อื่นค่ะ แขกก็ทิปเยอะค่ะ” เธอตอบอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการเสแสร้ง
“อ้อ ฉันขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะ ไม่อยากอ้อมค้อมให้เสียเวลา” มาร์คัสพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น เขาไม่ต้องการเสียเวลาอีกต่อไป
มิรันดามองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ เธอไม่รู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าต้องการจะพูดเรื่องอะไรกับเธอ เขาและเธอไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่เพราะเกรงใจคุณศิลาถึงได้ยอมนั่งคุยกับเขา
“ในเมื่อเธอก็ได้เงินจากน้องเขยของฉันทุกเดือนอยู่แล้ว จะลำบากออกทำงานที่นี่ทำไม” มาร์คัสถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
“น้องเขยของคุณใครคะ” มิรันดาถามกลับด้วยความสับสน เธอไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มตรงหน้ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร
“สาวน้อย อย่าทำหน้าซื่อตาใสอย่างนั้นสิ ถึงฉันจะชอบมองก็เถอะ แต่ฉันรู้เรื่องของเธอมากเกินกว่าที่จะหลงไปกับท่าทางใสซื่อที่เธอกำลังแสดงอยู่” มาร์คัสพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดูถูก เขาไม่เชื่อในความบริสุทธิ์ของเธอ
