บทที่ 9 ความหวังริบหรี่

20.30 น. มาร์โค่ผับ

บรรยากาศภายในผับเริ่มคึกคัก ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เสียงเพลงดังกระหึ่ม แสงไฟสลัวสาดส่องไปทั่วบริเวณ มิรันดากำลังยืนให้บริการลูกค้าอยู่บริเวณบาร์เครื่องดื่ม แววตาของเธอยังคงเต็มไปด้วยความกังวล

“รันมองหาอะไรอยู่ นัดใครไว้หรือเปล่า” โจ้ เพื่อนร่วมงานผู้ชายถามด้วยความสงสัย

“เปล่าจ้ะ” มิรันดาตอบสั้นๆ

“เปล่าอะไร เราเห็นรันมองไปทางประตูทุกห้านาทีเลยนะ” โจ้แซวอย่างรู้ทัน

“ก็แค่สงสัยว่าทำไมวันนี้ลูกค้าถึงไม่ค่อยเยอะเหมือนทุกวัน” มิรันดาแก้ตัวไปอย่างนั้นเอง

“คืนวันธรรมดาก็อย่างนี้แหละ แต่ก็ดีแล้ว เราจะได้ไม่ต้องเหนื่อยไงมาก” โจ้พูดปลอบใจ

“ไม่เหนื่อยก็จริง แต่ทริปก็จะน้อยตามไปด้วย” น้ำตาล เพื่อนอีกคนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความผิดหวัง

เพราะแขกที่นี่แต่ละคนกระเป๋าหนักกันทั้งนั้น บางครั้งรายได้จากทริปยังมากกว่าเงินเดือนด้วยซ้ำ การได้ทริปเยอะๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพวกเธอ

มิรันดาเพิ่งมาทำงานที่นี่ได้สองเดือน เพราะถ้าเป็นช่วงเปิดเทอมเธอจะไปทำงานเป็นผู้ช่วยครูสอนที่โรงเรียนกวดวิชาชื่อดัง เธอต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายและบางสาวนก็แบ่งให้แม่ครูและเด็กๆ ที่บ้านเด็กกำพร้า

“นั่นสิ เมื่อคืนได้ทริปเยอะมาก เราชักอยากจะทำงานที่นี่ต่อแล้วสิ” มิรันดารู้สึกเสียดายถ้าเปิดเทอมจะต้องเลิกทำงานที่นี่ เธอต้องการเงินจำนวนมากเพื่อช่วยบ้านเด็กกำพร้า

“ลองคุยกับผู้จัดการดูสิ เผื่อเขาจะให้มาทำเฉพาะคืนวันหยุด” น้ำตาลก็อยากให้มิรันดามาทำงานด้วย เพราะเพื่อนร่วมงานคนนี้ทั้งนิสัยดีและขยันทำงาน

“ขอบใจนะน้ำตาลที่แนะนำ เดี๋ยวเราจะหาโอกาสคุยกับเขาดู” มิรันดาตอบด้วยรอยยิ้ม

ถึงแม้จะได้ทริปมากขึ้น ทำงานเยอะขึ้นมากกว่าเดิมมากแค่ไหน หรือจะทำงานยังไง จำนวนเงินที่ได้ก็คงไม่พอที่จะช่วยแม่ครูอยู่ดี ความจริงข้อนี้ทำให้เธอรู้สึกท้อแท้

เมื่อตอนบ่ายเธอปรึกษาเรื่องนี้กับโยศิตาแล้ว ทุกคนก็ลงความเห็นว่าเธอควรรับข้อเสนอของผู้ชายคนนั้น เพราะเงื่อนไขมันไม่ได้ยากอะไรเลย แต่เธอคิดว่าจะบอกความจริงเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับเขมทัตก่อน เธอไม่อยากหลอกลวงใคร

มิรันดาแอบเข้ามาในห้องน้ำ หญิงสาวกดโทรออกไปยังนามบัตรที่ผู้ชายคนนั้นให้ไว้ แต่โทรเท่าไหร่ก็เข้าระบบฝากข้อความ และขณะนี้ก็เป็นเวลาห้าทุ่มแล้ว เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งชั่วโมง ถ้าเธอยังติดต่อเขาไม่ได้ เงิน 30 ล้านบาทก็คงจะหายไปในพริบตา

หญิงสาวเริ่มกังวลว่าสิ่งที่เขาพูดเมื่อคืนอาจจะเป็นแค่เรื่องล้อเล่นเท่านั้น มิรันดาถอนหายใจอีกครั้ง เธอรู้สึกหมดหวังจนแทบไม่มีแรงเดินออกจากห้องน้ำ ความรู้สึกสิ้นหวังถาโถมเข้ามาอย่างหนัก

“น้ำตาลเห็นคุณศิลาไหม” มิรันดาถามเพื่อนร่วมงานด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ

“น่าจะอยู่ในห้องทำงานข้างหลัง” น้ำตาลตอบ

“เราขอไปหาคุณศิลาหน่อยนะ” มิรันดาพูดพลางรีบเดินตรงไปยังห้องทำงานของศิลา

“อือ” น้ำตาลพยักหน้า

มิรันดาเดินมายังหลังร้านที่เป็นห้องทำงานของคุณศิลา ซึ่งเป็นเจ้าของผับแห่งนี้ เธอเคาะประตูห้องทำงาน รอจนเขาอนุญาตจึงเปิดเข้าไป หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความประหม่า

“คุณศิลายุ่งอยู่ไหมคะ” มิรันดาถามด้วยน้ำเสียงที่เกรงใจ

“ไม่นะ มีอะไรหรือเปล่า หรือแขกข้างนอกมีปัญหา” ศิลากำลังทำท่าจะลุก แต่มิรันดาก็รีบห้าม

“เปล่าค่ะ รันอยากรบกวนคุณศิลานิดหน่อยค่ะ” มิรันดาตอบ

“เรื่องอะไร” ศิลาถามด้วยความสงสัย

“คือรันมีธุระจะคุยกับคุณมาร์คัส เขาทิ้งนามบัตรไว้แต่รันโทรไม่ติด คุณพอจะมีเบอร์อื่นไหมคะ” หญิงสาวยื่นนามบัตรสีทองให้กับศิลาดู แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหวัง

“เรื่องด่วนหรือเปล่าล่ะ” ศิลาถามอย่างจริงจัง

“นิดหน่อยค่ะ รันต้องคุยกับเขาก่อนเที่ยงคืน” มิรันดาตอบด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน

“งั้นรอเดี๋ยวนะ” ศิลาพูดพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

ศิลากดโทรออกไปยังเบอร์ของแพทริค พอฝ่ายนั้นรับก็รีบถามถึงเพื่อนของตน จึงได้รู้ว่าตอนนี้ฝ่ายนั้นกำลังทำกิจกรรมเข้าจังหวะอยู่ที่ผับอีกแห่งหนึ่ง ศิลาหันมามองมิรันดาด้วยแววตาที่บอกว่าคงต้องรอกันอีกนาน

“รัน ขอเบอร์คุณหน่อย” ศิลาบอก

มิรันดาบอกเบอร์โทรของตนให้กับศิลาเพื่อให้เขาบอกไปยังคนปลายสายให้ติดต่อเธอหลังจากที่ทำธุระเสร็จ เธอภาวนาให้เขาโทรกลับมาทันเวลา

“เดี๋ยวเขาจะติดต่อมาเอง” ศิลาพูดปลอบใจ

“มันจะเกินเที่ยงคืนไหมคะ” มิรันดาถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล

“ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้ามันเกินฉันจะช่วยพูดให้เองว่าเธอโทรหาเขาก่อนเที่ยงคืนแล้ว” ศิลาพูดด้วยรอยยิ้ม เพื่อคลายความกังวลให้กับมิรันดา

“ขอบคุณนะคะคุณศิลา” มิรันดาตอบด้วยความซาบซึ้งใจ

คุยธุระเสร็จมิรันดาก็ขอตัวออกมาทำงานต่อ ระหว่างนั้นหญิงสาวก็คอยยกโทรศัพท์ของตนเองขึ้นมาดูเรื่อยๆ เพราะกลัวว่าถ้าเขาโทรกลับมาตัวเองจะพลาดรับสายเพราะเปิดเป็นระบบสั่นไว้ เธอไม่อยากพลาดโอกาสนี้ไป

ผู้ชายคนนั้นเป็นความหวังเดียวที่เธอเหลืออยู่ในตอนนี้ ถ้าเขาทำได้อย่างที่พูดจริง เธอจะยอมยกให้เขาเป็นผู้มีพระคุณอันดับสองในชีวิต รองลงมาจากแม่ครูเลยทีเดียว ความหวังอันริบหรี่นี้คือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอมีแรงสู้ต่อ

แต่ดูเหมือนว่าความหวังจะริบหรี่ลงไปอีก เพราะตอนนี้เลยเที่ยงคืนมาแล้ว แต่เขาก็ยังไม่โทรกลับมา ความรู้สึกผิดหวังและสิ้นหวังถาโถมเข้ามาอย่างหนัก เธอไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป