บทที่ 5 ทำความรู้จัก

และมันก็ไม่ได้นานอย่างที่เขาบอกไว้จริง ๆ มนลดาเพิ่งจะไลน์บอกเอมมี่และผ่อนคลายความตื่นเต้นด้วยการเปิดสมาร์ตโฟนไถฟีดโซเชียลมีเดียไปได้ไม่ถึงห้านาที เสียงประตูห้องน้ำก็เปิดออก พร้อมกับกลิ่นอายความหอมสดชื่นและไอความร้อนที่แผ่ซ่านออกมา

เมื่อเงยหน้าขึ้น หัวใจของเด็กสาวก็แทบจะหยุดเต้น ร่างกายกำยำล่ำสันอุดมไปด้วยมัดกล้าม มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวเท่านั้นที่พันอยู่รอบเอวสอบ เผยให้เห็นแผงอกกว้างตึงแน่นน่าหลงใหล ซิกซ์แพ็กเรียงตัวสวย และหยดน้ำเกาะพราวตามผิวเนื้อสีขาว มนลดารู้สึกหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม ความร้อนรุ่มแล่นริ้วจากปลายเท้าขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ จนเธอต้องลอบกลืนน้ำลาย

เดวิดเดินไปหยิบผ้าขนหนูอีกผืนมาเช็ดเรือนผมที่เปียกชื้นจนยุ่งเหยิง นัยน์ตาสีฟ้าครามคู่นั้นทอดมองตรงมายังเธอ มันดูเร่าร้อนราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาให้มอดไหม้คาตา

“เห็นเอมมี่บอกว่าเธอยังไม่เคย มันใช่อย่างนั้นจริง ๆ ใช่มั้ย นี่ฉันไม่ได้ถามเพราะจะดูถูกเธอหรอกนะ” เขาเอ่ยคำถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำตะกุกตะกักเล็กน้อยขณะพยายามเรียบเรียงภาษาไทยให้ถูกต้อง

“ค่ะ...” เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ใบหน้าร้อนผ่าวจนคิดว่ามันคงแดงก่ำไปถึงใบหู

“ที่ผ่านมาเธอไม่เคยมีแฟนเลยเหรอ” เดวิดยิงคำถามต่อไป ดวงตาคมกริบสีฟ้าครามจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริง

“คะ เคย เคยค่ะ เคยมีแฟน...แต่เราไม่ได้คบกันจนถึงขั้นนั้น...” เธอตอบตะกุกตะกัก เรือนกายเปลือยเปล่าท่อนบนที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามที่อยู่ในระยะประชิดทำให้เธอใจสั่นจนพูดผิดพูดถูก อุณหภูมิในร่างกายของมนลดาพุ่งสูงจนแทบทะลุปรอท

การสนทนาระหว่างมาเฟียหนุ่มกับเด็กสาวในเพนต์เฮาส์กำลังดำเนินไปอย่างช้า ๆ บรรยากาศอบอวลไปด้วยมวลความร้อนทั้งที่แอร์ในห้องเย็นฉ่ำ แต่ก็ไม่ได้มีความอึดอัดอย่างที่มนลดาหวาดหวั่นในตอนแรก เดวิดไม่ได้แสดงท่าทีคุกคามหรือหื่นกามอย่างที่เธอจินตนาการไว้ในหัว ท่ามกลางสายตาอันร้อนแรง เขายังคงแฝงความสุภาพและให้เกียรติเธออยู่ไม่น้อย ซึ่งมันก็ทำให้เธอคลายความประหม่าและลดความกดดันของตัวเองลงมาได้

“เธออายุเท่าไหร่” เขาถามพลางขยับมานั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกับเธอ

“19 ย่าง 20 ค่ะ”

“เรียนหรือทำงานอยู่ล่ะ”

“ทั้งสองอย่างค่ะ”

“เรียนอยู่ชั้นไหนแล้ว”

“มหาวิทยาลัยแล้วค่ะ”

“อ้อ...คณะอะไรเหรอ”

“มนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษค่ะ”

“อื้มมม!!...” เดวิดอุทานเสียงแผ่วในลำคอ พร้อมกับจุดรอยยิ้มที่มุมปากอย่างพึงพอใจ

“แสดงว่าพูดภาษาอังกฤษได้ ฟังเข้าใจ”

“พอพูดได้ค่ะ แต่ก็ไม่เก่งขนาดเจ้าของภาษาอย่างคุณ”

“แล้วเวลาฉันพูดภาษาไทยกับเธอ มันพอฟังเข้าใจใช่มั้ย”

“ก็ชัดเจนดีค่ะ แล้วฟังออกค่ะ เหมือนพูดกับคนไทยเลย” มนลดากล่าวชมเพื่อลดทอนความประหม่า พร้อมกับหลุดหัวเสียงใสแผ่วเบา

“พอดีฉันมีแม่เลี้ยงเป็นคนไทยน่ะ พอคุณแม่แท้ ๆ เสีย คุณพ่อก็แต่งงานใหม่หญิงสาวคนไทย ปัจจุบันนี้ท่านก็เสียไปแล้วล่ะ”

เขาเปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวอย่างไม่ปิดบัง จากนั้นบทสนทนาก็ค่อย ๆ พาดำดิ่งลงสู่เรื่องราวในอดีตทีละน้อย เดวิดถ่ายทอดทั้งความโดดเดี่ยวในวัยเยาว์ และความกดดันที่เขาต้องเผชิญในโลกธุรกิจสีเทาจากการรับช่วงต่อจากบิดามารดาที่ล่วงลับ มนลดารับฟังด้วยความรู้สึกเห็นใจ สายตาที่มองเขาเริ่มแปรเปลี่ยนไปทีละน้อย ความหวาดกลัวในตอนแรกได้ลดลง

แม้เดวิดจะเติบโตในต่างแดน แต่สำเนียงภาษาไทยของเขากลับฟังดูคล่องแคล่วกว่าที่เธอคาดไว้มาก ทุกถ้อยคำที่เปล่งออกมานั้นค่อนข้างชัดเจน และไร้ซึ่งความติดขัดหรือลังเล จะมีเพียงแค่บางถ้อยคำเท่านั้นที่เขาอาจจะนึกไม่ออก จึงเลือกใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษสอดแทรกเข้ามาแทน แต่ด้วยที่เขารู้ว่ามนลดาเรียนเอกภาษาอยู่แล้ว เขาจึงใช้ไทยปนอังกฤษอยู่บ้าง ซึ่งเธอก็สามารถเข้าใจทุกสิ่งที่เขาต้องการสื่อสารได้เป็นอย่างดี

และบางครั้งเดวิดก็สื่อสารกับเธอด้วยภาษาอังกฤษบ้าง น้ำเสียงภาษาอังกฤษของเขาฟังดูทุ้มต่ำและหนักแน่น มนลดาแอบคิดในใจว่าเนื้อเสียงของเดวิดนั้นมีเสน่ห์เหลือเกิน มันแฝงไว้ด้วยสำเนียงของเจ้าของภาษาที่นุ่มลึกชวนให้หลงใหล ไม่ใช่สำเนียงแข็งกระด้างของชาวต่างชาติทั่วไป แต่เป็นสำเนียงที่ผ่านการฝึกฝนและขัดเกลามาอย่างดีจนแทบจะกลืนไปกับภาษาได้อย่างสมบูรณ์

ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังนุ่มนวลชวนฝันและมีความโรแมนติกขึ้นมา เดวิดกลับพลิกเกมสบตาเธอแน่นิ่ง ราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง ก่อนจะเอ่ยถามประเด็นที่ยังคาอยู่ในใจ

“แล้วตอนที่คบกับแฟน...เธอไม่เคยคิดที่จะมีอะไรกับเขาเลยเหรอ ขอโทษนะที่ต้องถาม” เขาย้อนกลับมาถามคำถามชวนจี้ใจดำอีกครั้ง

มนลดาชะงักงันและเงียบเสียงไปทันที เธอไม่รู้จะจัดการกับคำถามที่ตรงไปตรงมานี้อย่างไรดี ความรู้สึกหลากหลายรูปแบบกำลังถาโถมเข้าใส่จนสมองตื้อตัน ทั้งความกลัว ความเหนียมอายของสาวแรกรุ่น และความต้องการลึกลับบางอย่างที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต

ทำไมเขาถึงอยากรู้เรื่องนี้นักนะ มันสำคัญขนาดนั้นเลยหรือไง... มนลดาได้แต่ตัดพ้อในใจ เดวิดอ่านปฏิกิริยาของคนตรงหน้าออกอย่างทะลุปรุโปร่ง เขารู้ดีว่าเธอไม่อยากตอบเพราะความขัดเขิน แต่มาเฟียหนุ่มก็ไม่ได้คิดจะเร่งเร้า

นัยน์ตาคมกริบสีฟ้าครามค่อย ๆ ไล่สำรวจเรือนร่างอวบอิ่มของเด็กสาวอย่างพึงพอใจตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า เธอสวยสะดุดตาตั้งแต่ตอนที่เขาเห็นเพียงแค่รูปถ่าย แต่พอเมื่อได้มาเห็นตัวจริงในระยะประชิด ความไร้เดียงสาที่แผ่ซ่านออกมาคือสิ่งเติมเต็มความปรารถนาส่วนลึกที่เขาโหยหามาตลอด และเขาจะใช้ความนุ่มนวลและความชำนาญที่มี ละลายพฤติกรรมเพื่อให้เธอสมยอมตกเป็นของเขาด้วยความเต็มใจ

“หนูก็เคยอยากจะทำแบบนั้นค่ะ” มนลดาเค้นเสียงแผ่ว พยายามคุมไม่ให้สั่น

“แต่มันก็ยังไม่มีโอกาส เพราะตอนนั้นคุณพ่อหนูท่านหวงลูกสาวมาก จนสุดท้ายหนูก็เลิกรากับแฟนคนนั้นไปเสียก่อน” คำตอบอันซื่อตรงแฝงความประหม่านั้น ทำให้อากาศภายในเพนต์เฮาส์หรูคล้ายจะหลอมละลายลงทีละน้อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป