บทที่ 11 ไม่เคยง้อ
เสียงเคาะประตูทำให้หญิงสาวสะดุ้งก่อนจะรีบเดินไปเปิดประตู
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เธอจะอยู่ในห้องทั้งวันไม่ได้หรอกนะเมล่อน ออกมากินข้าวจะได้กินยา”
“ยาเหรอคะ”
“ใช่สิ ฉันให้คนไปซื้อมาแล้ว”
“เมล่อนสบายดี ไม่ต้องกินยาหรอกค่ะ”
“ฉันบอกให้กินก็กินเถอะ”
“ค่ะ” หญิงสาวไม่อยากจะขัดคำสั่งเพราะกลัวว่าออสตินจะไม่พอใจและไปจากที่นี่ เธอนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องครัวซึ่งปกติแล้วจะนั่งทานคนเดียวแต่วันนี้มีเขาอยู่ด้วยวรรษมนก็รู้สึกอบอุ่นใจ วันนี้หญิงสาวเลยทานข้าวได้มากกว่าทุกวัน
“มียาอะไรบ้างคะ” เธอถามพลางมองยาที่เขายื่นมาให้
“ยาแก้อักเสบสีชมพู ส่วนอีกเม็ดเป็นยาคุมฉุกเฉิน”
“เมล่อนขอกินแค่ยาแก้อักเสบนะคะ” เธอหยิบเม็ดสีชมพูขึ้นมาทาน
“ฉันสั่งให้กินก็ต้องกิน เธอก็รู้ว่าเมื่อคืนฉันปล่อยในตัวเธอตั้งไม่รู้กี่ครั้งหรือคิดจะจับฉันด้วยการปล่อยให้ตัวเองท้อง”
คำพูดของเขาทำให้วรรษมนหน้าชา เธอไม่คิดว่าเขาจะมองเธอแบบนั้น หญิงสาวหยิบยามาทานตามที่เขาสั่ง ก่อนจะมองหน้าเขาด้วยแววตาที่มีแต่ความผิดหวัง
“ฉันกินยาแล้วหวังว่าคุณคงพอใจนะคะ แล้วก็ขอบอกไว้เลยว่าฉันไม่เคยคิดจะจับคุณ”
“แต่เธอก็จะไม่ยอมกินยา”
“ก็มันไม่จำเป็นนี่คะ เพราะฉันเพิ่งเป็นประจำเดือนเมื่อเช้า”
“แล้วทำไมถึงไม่บอกฉัน”
“แล้วคุณเคยถามบ้างไหมล่ะ เอะอะก็ออกคำสั่ง ฉันกินยาหมดแล้วขอตัวนะคะ”
“เมล่อน”
“อะไรอีกค่ะ”
“ฉันขอโทษ”
“ฉันไม่ถือโทษโกรธคุณหรอกค่ะ เพราะรู้ว่าคนอย่างคุณมันถนัดออกคำสั่งไม่เคยฟังอะไรอยู่แล้ว”
“ไม่ถือโทษ แต่ไม่แทนตัวเองว่าเมล่อน”
“แล้วยังไงคะ”
“ก็หมายความว่ายังโกรธอยู่ ฉันไม่เคยง้อใครนะ ง้อไม่เป็นด้วย”
“ฉันก็ไม่ต้องการให้ใครง้อเหมือนกัน”
“แต่เราจะพูดกันแบบนี้เหรอ”
“ทำไมคะ ถ้าไม่พอใจก็เชิญกลับไปสิค่ะ ถึงอยู่ที่นี่คุณก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้วนี่ ถ้าอยากจะนอนกับฉันก็รออีก 5 วันค่อยมาก็แล้วกันค่ะ ขอตัวไปนอนพักนะคะ”
“เดี๋ยวสิเมล่อน” ออสตินรีบลุกขึ้นแล้วกอดเธอแน่นแล้วอุ้มมานั่งด้วยกันบนโซฟาโดยให้เธอนั่งอยู่บนตักเขา
“อะไรอีก”
“ขอโทษ ต่อไปจะไม่ใจร้อนจะถามเหตุผลก่อน ยกโทษให้ฉันได้ไหม”
วรรษมนแอบยิ้มแต่ก็ต้องทำหน้านิ่งเพราะอยากจะเห็นเขาง้อมากกว่านี้
“ฉันรับคำขอโทษ”
“เมล่อนรับคำขอโทษ” ออสตินพูดทวน
“ค่ะ เมล่อนก็เมล่อน ที่นี่ปล่อยได้หรือยัง”
“จะรีบไปไหนนั่งคุยกันก่อนได้ไหม”
“คุณจะคุยเรื่องอะไรคะ เมล่อนว่าระหว่างเรามันมีอะไรจะคุยกันเท่าไหร่”
“มีสิ ฉันอยากรู้เรื่องผู้ชายที่ส่งข้อความหาเธอ” เขาหยิบโทรศัพท์ส่งให้หญิงสาว
“พี่โต้ง”
“เขาเป็นใคร” ชายหนุ่มถามเสียงแข็ง
“เขาเป็นรุ่นที่ทำงานค่ะ”
“แล้วทำเขาต้องไปหาที่บ้าน ซื้อก๋วยเตี๋ยวไปให้ที่บ้านด้วยล่ะ เขามาจีบเมล่อนใช่ไหม” ออสตินถามไปตามที่ตนเองอยากจะรู้ เขาไม่อยากให้มีอะไรค้างคา
“ก็เราทำงานด้วยกัน บ้านของเขาอยู่ถัดเข้าไปในซอยเขามีน้ำใจก็เลยซื้อมาให้ ส่วนเรื่องจีบไหม เมล่อนว่าเขาจีบนะคะ”
“ฉันสั่งห้ามคบกับเขา”
“ถ้าเมล่อนจะคบกับเขาก็คงคบนานแล้ว ไม่รอให้ผ่านมาสองปีหรอกค่ะ”
“เธอไม่คิดอะไรกับเขาแน่นะ”
“ตอนแรกไม่คิดค่ะ แต่ตอนนี้เริ่มจะคิดแล้ว”
“ไม่ได้นะ เธอจะคิดอะไรกับใครไม่ได้ทั้งนั้น เพราะตอนนี้เธอยังเป็นคนของฉันอยู่”
“ค่ะ เมล่อนเข้าใจว่าตอนนี้เมล่อนเป็นคนของคุณอยู่ แต่ถ้าวันไหนเมล่อนไม่ใช่คนของคุณเมล่อนก็มีคนอื่นได้ใช่ไหมคะ”
“เธอคิดจะมีคนอื่นทั้งที่เพิ่งนอนกับฉันไปไม่ถึงสิบชั่วโมงเนี่ยนะ”
“เมล่อนพูดถึงอนาคตค่ะไม่ใช่เร็วๆ นี้สักหน่อย”
“ฉันไม่มีทางให้เธอไปเป็นของคนอื่นหรอกเมล่อน” เขาพูดด้วยท่าทางมั่นใจและคำพูดของเขาก็ทำให้คนฟังรู้สึกดี
“เมล่อนก็ไม่อยากเป็นของคนอื่นหรอกค่ะ” เธอพิงศีรษะกับอกเขาอย่างประจบ วรรษมนไม่รู้หรอกว่าเขาจะเขี่ยเธอทิ้งวันไหน แต่อย่างน้อยวันนี้เธอก็ยังมีเขาอยู่ข้างๆ
“เมล่อน”
“คะ”
“ฉันว่าเธอตัวร้อนนะ ไม่สบายหรือเปล่า”
“ไม่ต้องตกใจหรอกค่ะ เมล่อนคงเป็นไข้ทับระดู”
“มันคืออะไร อันตรายไหม”
“ไม่เท่าไหร่ค่ะ แค่กินยาลดไข้แล้วนอนพัก”
“เดี๋ยวฉันเอายาลดไข้ให้นะ เธอไปนอนพักห้องฉันนะ”
“เมล่อนนอนห้องตัวเองก็ได้ค่ะ”
“ไปนอนห้องฉันเถอะเดี๋ยวป้าแม่บ้านจะได้ไปทำความสะอาดห้องของเธอ”
“แต่ปกติเมล่อนทำเอง”
“ก็วันนี้มันไม่ปกติไง เธอไม่สบายอยู่นะอย่าดื้อ”
“เมล่อนกลัวเขารู้ว่าเมื่อคืน...”
“วันนี้เขาไม่รู้สักวันเขาก็รู้ ไปนอนนะเดี๋ยวฉันอุ้มไป” ออสตินวางหญิงสาวลงบนเตียงห่มผ้าให้แล้วกลับอกมาข้างนอกอีกครั้ง
“ป้ารู้ไหมว่าไข้ทับระดูคืออะไรอันตรายมากไหม” ออสตินถามป้าแม่บ้านหลังจากที่พยายามหาข้อมูลแล้วก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
“ไข้ทับระดูไม่อันตรายหรอกค่ะ ก็แค่มีไข้ช่วงที่เป็นประจำเดือน ว่าแต่ใครเป็นเหรอคะ หรือว่าหนูเมล่อน”
“ครับ”
“แล้วเธอปวดท้องด้วยไหม”
“ไม่รู้เหมือนกันครับ ผมเอายาลดไข้ให้เธอแล้ว เห็นเธออยากนอนก็ออกมารอข้างนอก”
“เดี๋ยวป้าไปเตรียมกระเป๋าน้ำร้อนมาให้นะคะ เผื่อเธอจะปวดท้อง แล้วเย็นนี้ป้าจะทำข้าวต้มให้ทาน แล้วคุณออสตินล่ะคะเย็นนี้อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหม”
“ผมเอาข้าวต้มก็ได้ ป้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยทำหลายรอบ”
