บทที่ 5 ตอน หน้าที่ของภรรยา
แสงแรกของวันใหม่ เล็ดลอดผ่านเข้ามาในห้อง ศศิชาค่อยๆ ลืมตาขึ้น พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งช้าๆ หันไปมองเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้อง
เมฆายังคงนอนหลับใหลอยู่บนนั้นอย่างสงบ แผ่นหลังกว้างทอดอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ราวกับว่าเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ไม่เคยเกิดขึ้น
ศศิชาจ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกสับสนถาโถมเข้ามา
เธอพยายามทำความเข้าใจสัมผัสร้อนผ่าวบนริมฝีปากที่ยังคงหลงเหลืออยู่
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวาบผ่านเข้ามาในหัว เมฆากระชากตัวเธอไปจูบ เขาบดเคล้าริมฝีปากของเธออย่างดุดันจนทำให้เธอแทบขาดใจ ก่อนจะผละออกแล้วไล่เธอให้ลงมานอนบนพื้นห้อง
“อย่าคิดจะยั่วฉันอีกนะ”
เขากล่าวหาเธอ ทั้งที่เป็นฝ่ายดึงเธอไปจูบก่อนแท้ๆ กลิ่นแอลกอฮอร์จากลมหายใจของเขายังคงติดจมูกเธอ
“คนบ้า ใครอยากจะยั่วคนอย่างคุณกัน”
ศศิชาแอบก่นด่ามาเฟียหนุ่ม แม้จะโล่งใจที่เขาไม่ทำอะไรเกินเลยมากกว่านี้
แต่ก็อดระแวงจนนอนไม่หลับทั้งคืน มางีบหลับในตอนใกล้รุ่งนี่เอง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก !
“คุณผู้หญิง ตื่นหรือยังคะ”
เสียงเคาะประตูและเสียงเรียกจากด้านนอกทำให้ศศิชาสะดุ้ง เธอรีบจัดชุดที่สวมใส่อยู่ให้เข้าที่ ก่อนจะเดินไปเปิดประตู
หญิงรับใช้ร่างท้วมยืนรออยู่พร้อมถาดเสื้อผ้าที่พับไว้อย่างเรียบร้อย
“ตื่นแล้วค่ะ” ศศิชาตอบเสียงเบา
“ดิฉันนำชุดสำหรับวันนี้มาให้ค่ะ และคุณนายพิไลสั่งให้คุณผู้หญิงเตรียมอาหารเช้าให้คุณเมฆาค่ะ”
หญิงรับใช้พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ใบหน้าไร้อารมณ์
ศศิชารับชุดมาถือไว้ในมือเอ่ยถามขึ้นว่า
“อาหารเช้าหรือคะ”
“ใช่ค่ะ ทางเราจัดเตรียมวัตถุดิบไว้ให้แล้วที่ห้องครัว หากมีอะไรสงสัยให้สอบถามป้าสายได้เลยค่ะ”
หญิงรับใช้กล่าวจบก็โค้งคำนับเล็กน้อยแล้วเดินจากไป
ศศิชาปิดประตูลง เธอหันไปมองเมฆาที่ยังหลับอยู่บนเตียง หญิงสาวเดินไปข้างเตียง มือเรียวยื่นออกไปหมายจะแตะแขนเขา
“คุณเมฆาคะ คุณเมฆา”
ศศิชาเรียกเสียงแผ่ว ไม่กล้าแตะต้องตัวเขา
เมฆาขยับกายเล็กน้อย พลิกตัวหันมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมปรือขึ้นช้าๆ แล้วจ้องตรงมาที่ศศิชา แววตาที่เพิ่งตื่นนอนนั้นยังคงแฝงความเย็นชาและไม่พอใจ
“มีอะไร” เขาถามเสียงห้าวต่ำ
“เอ่อ เช้าแล้วค่ะ แล้วฉันต้องเตรียมอาหารเช้าให้คุณ”
ศศิชาตอบเสียงสั่น พยายามรวบรวมความกล้า
เมฆาจ้องมองเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง
“จะไปทำอะไรก็ไปสิ”
เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่ลุกจากเตียง เดินตรงไปยังห้องน้ำโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองเธออีก
ศศิชาได้แต่ยืนนิ่ง หายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบจิตใจ เธอพับเก็บผ้าห่มอย่างเรียบร้อยและจัดเตียง ก่อนจะรีบไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดกี่เพ้าสีฟ้าอ่อนที่หญิงรับใช้นำมาให้ เธอผูกผมขึ้นอย่างลวกๆ แล้วเดินออกจากห้องมุ่งหน้าไปยังห้องครัวด้วยความกังวล
///
ในห้องครัวของคฤหาสน์ตระกูลวสุไกรเลิศ ป้าสายยืนอยู่ตรงกลางห้อง พร้อมกับหญิงรับใช้อีกสองสามคนกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมอาหาร
“คุณผู้หญิงมาแล้วหรือคะ”
ป้าสายเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นศศิชา
“ค่ะ ป้าสายคะ ฉันต้องทำอะไรบ้างคะ”
ศศิชาถามอย่างนอบน้อม
ป้าสายถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ท่าทางรำคาญ
“ทำอาหารเช้าสิคะ หรือว่าที่บ้านไม่เคยสอนให้เข้าครัว”
ศศิชามองวัตถุดิบบนโต๊ะ เธอนึกเมนูแล้วหั่นผัก หั่นเนื้อสัตว์ และผสมเครื่องปรุงตามที่เคยทำตอนอยู่กับมารดา
เมื่อเมฆาเดินเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร ศศิชาก็กำลังตักข้าวต้มหมูใส่ชามวางบนโต๊ะ เขานั่งลงที่หัวโต๊ะ สายตากวาดมองอาหารบนโต๊ะ ก่อนจะเหลือบมองศศิชาที่ยืนอยู่ข้างๆ
“นี่คืออาหารที่เธอทำเหรอ”
เมฆาถามเสียงเรียบ ไม่มีแววประหลาดใจหรือพอใจ
“ค่ะ ฉันคิดว่าตอนเช้าทานข้าวต้มร้อนๆ น่าจะสดชื่นค่ะ”
ศศิชาตอบเสียงเบา รู้สึกประหม่าอย่างมาก
เมฆาใช้ช้อนตักอาหารเข้าปากคำหนึ่ง เคี้ยวช้าๆ แล้วกลืนลงไป สีหน้าของเขาไม่ได้แสดงออกถึงความรู้สึกใดๆ
“รสชาติใช้ได้”
คำพูดสั้นๆ นั้นทำให้ศศิชาแอบโล่งใจเล็กน้อย อย่างน้อยก็ดีกว่าโดนตำหนิ
ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้ถอนหายใจเต็มปอด เสียงเย็นชาของนางพิไลก็ดังขึ้นที่ประตูห้องรับประทานอาหาร
“เมฆา รับอาหารเช้าหรือยังจ๊ะ”
นางพิไลเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับป้าสาย ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ เมื่อมองหลานชาย แต่รอยยิ้มนั้นหายไปทันทีเมื่อสายตาปะทะเข้ากับศศิชา นางเหล่ตามองศศิชาที่ยืนนิ่งอยู่ข้างโต๊ะ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปที่อาหารบนโต๊ะ
“ตายจริง! นี่อาหารเช้าที่เธอทำหรือเนี่ย”
นางพิไลกวาดสายตามอง แล้วส่ายหน้าไปมา
“ปกติเมฆาเขาจะทานอาหารเช้า พวกขนมปังปิ้ง แฮม ไส้กรอกไข่ดาว อะไรพวกนี้ ข้าวต้มหมูแบบบ้านๆ นี่ อย่าทำอีกนะศศิชา”
ศศิชาเม้มปากแน่น ก้มหน้าลง เธอรู้ดีว่านี่คือการจงใจตำหนิและดูถูก
“น้าพิไลผมกินได้ครับ”
เมฆาเอ่ยขึ้นสั้นๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเพียงแค่วางช้อนลงแล้วใช้ผ้าเช็ดปากเช็ดมุมปาก
นางพิไลหันมายิ้มกับเมฆา
“ไม่ต้องฝืนหรอกจ้ะเมฆา”
นางเว้นช่วง ก่อนจะหันมามองศศิชาด้วยแววตาตำหนิปนสมเพช
“ศศิชา เธอยังจะเรียนรู้อะไรอีกเยอะนะ”
“ฉันจะพยายามเรียนรู้ค่ะ นายหญิงใหญ่”
ศศิชาตอบเสียงเรียบ พยายามระงับอารมณ์
“พยายามอย่างเดียวไม่พอหรอก ต้องแสดงให้เห็นด้วย”
นางพิไลพูดเสียงเข้มขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องมองศศิชา
“ผมไปทำงานก่อนนะครับน้าพิไล”
เมฆาลุกขึ้นยืน เขาไม่ได้มองศศิชาเลยแม้แต่น้อย เพียงเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ
ศศิชายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ได้แต่กำมือแน่น พยายามอดทนและเตือนตัวเองถึงเหตุผลที่เธอมาอยู่ที่นี่
///
