บทที่ 7 ตอน ความลับอันตราย

ศศิชารู้สึกคอแห้งผากจากความเครียดและอากาศที่ค่อนข้างเย็น ตัดสินใจลุกขึ้นเดินออกจากห้องอย่างเงียบเชียบ เพื่อหาน้ำดื่มในห้องครัว

ทางเดินในคฤหาสน์ยามค่ำคืนมืดสลัวกว่าปกติ แสงไฟบางดวงถูกปิดลงเพื่อประหยัดพลังงาน ศศิชาต้องก้าวเดินอย่างระมัดระวังไปตามโถงทางเดินที่กว้างใหญ่ 

เมื่อเดินมาถึงบริเวณใกล้กับห้องครัว จู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงคนคุยกันดังแว่วออกมา 

ศศิชาหยุดชะงักรีบหลบเข้าไปยืนอยู่หลังเสาต้นใหญ่ หวังเพียงว่าอีกฝ่ายจะไม่ทันสังเกตเห็น 

"เพียงเพราะพี่พราวท้องเมฆา คุณมนตรีเขาถึงยกให้เป็นเมียเอก ส่วนฉันต้องอยู่หลังบ้านเป็นเมียน้อยมาตั้งหลายปี"

เสียงของนางพิไลเต็มไปด้วยความไม่พอใจ นางยืนอยู่กับชายคนหนึ่งรูปร่างสูงผอม 

“ตอนนี้ผมก็ทำให้คุณมาแทนที่คุณพราวแล้ว ยังต้องการอะไรอีก”

ชายคนนั้นเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงคล้ายรำคาญ 

“ยังจะมาถามว่าต้องการอะไร แกไม่กลัวเหรอว่า นังนั่นจะเข้ามาทำให้เมฆาคิดขุดคุ้ยเรื่องการตายของแม่เขาขึ้นมา”

“เมฆาเชื่อไปแล้ว ว่าไอ้สินธุสั่งฆ่าแม่ของเขา อย่าลืมสิตอนนั้นคุณก็มีส่วนในการล่อ ให้แม่ของเมฆาออกไปตาย”

ชายคนนั้นยื่นมือมาจับไหล่ของนางพิไล บีบไว้แน่นจนใบหน้างามเหยเกเพราะความเจ็บ แต่พิไลกลับทุบอกตอบโต้เขาไป แล้วเอ่ยเสียงเครียดว่า

“หุบปากเลยนะ มันใช่เรื่องที่จะมาพูดเหรอ เดี๋ยวเกิดใครได้ยินเข้า เราสองคนจะซวย”

ศศิชาใจหายวาบ เธอรู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่างเมื่อได้ยินคำพูดประโยคนั้นของนางพิไล อีกฝ่ายพูดถึงการตายของมารดาของเมฆา 

“จะให้ทำอะไรก็บอกมา” ชายคนนั้นยอมปล่อยมือ

"จัดการนังศศิชาซะ อย่าให้มีข้อผิดพลาด นังนั่นต้องโดนกำจัด"

นางพิไลหัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนจะยกแขนโอบรอบคอชายคนนั้น เปลี่ยนท่าทีกร้าวร้าวเป็นยั่วยวน

“ฉันเชื่อว่าคุณทำได้ ฉันรู้ว่าคุณอยากเป็นเจ้าของตระกูลวสุไกรเลิศ กำจัดนังนั่นซะ แล้วฉันจะช่วยให้คุณสมหวัง”

“หึ เธอนี่มันไร้ยางอายจริงๆ แต่รู้ไหม เพราะเธอเป็นแบบนี้ ฉันถึงได้ชอบเธอ อืม”

ร่างของนางพิไลถูกดึงเข้าไปหา แล้วชายคนนั้นก็เริ่มจูบเธอ ทั้งสองกอดรัดนัวเนียกันอย่างเร่าร้อน 

ศศิชาเบือนหน้าหนีภาพน่าเกลียดนั้น ค่อยๆ พาตัวเองออกจากที่ซ่อนตัวอย่างเงียบๆ รีบหมุนตัวกลับหลัง วิ่งหนีไปอย่างเงียบกริบที่สุดเท่าที่จะทำได้ หัวใจเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก 

ศศิชารีบวิ่งกลับมายังห้องนอนของตัวเองอย่างรวดเร็ว เธอผลักประตูเข้ามา ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวกับความลับที่เพิ่งได้รู้ 

เมฆาเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอน เขากำลังเช็ดผมด้วยผ้าขนหนู มองมาที่ศศิชาด้วย เมื่อเห็นท่าทีที่ตื่นตระหนกของเธอ เมฆาจึงถามเสียงห้วน

“เป็นอะไรของเธอ แล้วนี่ไปไหนมา” 

ศศิชากำมือแน่น เธออยากจะบอกเขาเรื่องที่ได้ยิน แต่คำพูดกลับติดอยู่ในลำคอ 

“ฉัน... ฉันไปหาน้ำดื่มค่ะ”

“ดื่มแล้วก็ไปนอนเสียสิ มายืนทำอะไร” 

เขาพูดอย่างเย็นชา ไม่สนใจไยดี

ศศิชาเม้มปาก เธอตัดสินใจรวบรวมความกล้า 

“คุณเมฆา... ฉันมีเรื่องจะบอก”

เมฆาหยุดเช็ดผม เขามองมาที่เธอด้วยสายตาเจือรอยรำคาญ 

“มีอะไรอีก”

“เรื่อง... เรื่องของแม่ของคุณค่ะ” 

ศศิชาเอ่ยเสียงสั่น พยายามจะอธิบายสิ่งที่ได้ยินมา 

ทันใดนั้นเอง ใบหน้าของเมฆาก็แปรเปลี่ยนเป็นแข็งกระด้าง แววตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ปะทุขึ้นในทันที 

เขาก้าวเข้ามาหาศศิชาอย่างรวดเร็ว คว้าแขนของเธอแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรง

“ใครอนุญาตให้เธอพูดถึงแม่ฉัน!” 

เมฆาคำรามเสียงต่ำ ดวงตาของเขาลุกวาวราวกับเสือร้าย จ้องกัดกินเหยื่อ

“ฉันอยากจะบอกคุณว่า ฉันได้ยินเรื่องของแม่คุณมา”

ศศิชาพยายามอธิบาย แต่เหมือนยิ่งยั่วยุคนฟังให้เกิดโทสะ 

“ลูกสาวของคนที่ฆ่าแม่ฉัน มีสิทธิ์อะไรมาพูดถึงท่าน”

ยามนี้มาเฟียหนุ่มกำลังโกรธจัด เขาจ้องหน้าลูกสาวของศัตรู ด้วยแววตาที่พร้อมจะฆ่าคน ศศิชารับรู้ถึงโทสะของเขา ก็ขยับถอยห่าง

“คุณเมฆา ฉะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่ได้ยินอะไรมา ฉันต้องบอกคุณ อุ๊บ!”

ไม่ทันจะพูดจบ เมฆาก็กระชากร่างงามเข้าหา แล้วแนบริมฝีปากบดขยี้ปากของศศิชาอย่างดุดัน เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความโกรธ ต้องการลงทัณฑ์ 

ศศิชาพยายามดิ้นรนแต่ก็สู้แรงของเขาไม่ได้ รสชาติขมปร่าของความแค้นแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก

หลังจากบดขยี้ริมฝีปากของเธออยู่ครู่หนึ่ง เมฆาก็ได้สติก่อนจะผลักร่างบางของศศิชาออก จนเธอล้มลงกับพื้น 

“ยั่วฉันอีกแล้วนะศศิชา อย่าคิดว่าแผนโง่ๆ นี้จะได้ผล เธอมันแค่ลูกศัตรู อย่าหวังว่าฉันจะมองเธอเป็นอะไรมากกว่านั้น”

เขายืนหอบหายใจเล็กน้อย ดวงตาคมจ้องมองเธอด้วยความเกลียดชัง  มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ราวกับกำลังสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างเอาไว้ ไม่ให้แตะต้องเธออีก เขาเดินกลับไปยังเตียง ทิ้งตัวลงนอนหันหลังให้เธอ

ศศิชานอนนิ่งอยู่บนพื้น น้ำตาเอ่อคลอเบ้า ไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดจากสัมผัสรุนแรง แต่เป็นความเจ็บช้ำและความกลัวที่ทำให้เธอ ไม่กล้าบอกแผนการร้ายของนางพิไลออกไป

หญิงสาวตระหนักได้ว่า เรื่องราวที่ได้ยินมานั้นร้ายแรงเกินกว่าที่จะรับมือเพียงลำพัง และเมฆาเองก็ไม่ยอมรับฟังเธอเลย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป