บทที่ 12 ว่าที่พี่สะใภ้กู

ตอนที่ 13. ว่าที่พี่สะใภ้กู

“เด็กคนนั้น...”

วินเซนโซ่เอ่ยขึ้นพลางมองไปยังหญิงสาวที่กำลังเดินอยู่ไม่ไกล ก่อนจะหันมามองวายุ

“คนเดียวกับเมื่อคืนหรือเปล่า”

วายุชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะตอบเสียงเรียบ

“พี่อย่ายุ่ง”

วินเซนโซ่เลิกคิ้วนิด ๆ มุมปากยกขึ้นเพียงเล็กน้อย

“หวง?”

“เลิกส่งคนตามผมสักที” วายุสวนกลับทันควัน “น่ารำคาญ”

เขาจ้องหน้าพี่ชายอย่างเอาเรื่อง “ไม่อย่างนั้นผมไม่ช่วยพี่แล้ว”

วินเซนโซ่หัวเราะในลำคอเบา ๆ ไม่ได้ต่อความให้ยืดยาว

“จะไปสมัครก็ไป”

วายุบุ้ยหน้าไปทางอาคารคณะ

“โน่นครับ ทางนั้น”

“ผมไปล่ะ”

เขาหันหลังจะเดิน แต่เสียงทุ้มของพี่ชายก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“เดี๋ยว” วายุหลับตาลงอย่างอดทน ก่อนหันกลับมา

“อะไรอีก”

“เอาโทรศัพท์มา”

“...”

“บันทึกเบอร์นาตาลีไว้”

วายุถอนหายใจแรง ๆ ก่อนล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าส่งให้

“มีอะไรจะได้ติดต่อกัน” วินเซนโซ่รับโทรศัพท์มากดบันทึกหมายเลข ก่อนส่งคืนให้น้องชาย

“ดูแลเธอด้วย”

วายุรับโทรศัพท์กลับมา ก่อนพึมพำเบา ๆ “สั่งเก่งจริงนะ...”

ก่อนจะเดินแยกออกมา

อีกฝั่งหนึ่งของลานเกียร์...

เชอลีนที่เพิ่งเดินเข้ามาในมหาวิทยาลัยยังไม่รู้เลยว่า ตัวเองเพิ่งกลายเป็นประเด็นสนทนาของสองพี่น้องมาเฟียเมื่อครู่

ส่วนวายุเดินตรงมายังกลุ่มเพื่อนที่ยืนรออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่

ทั้งสี่คนรีบกรูเข้ามาทันที

แทนไทเป็นคนเปิดก่อน “เฮ้ย! เมื่อกี้ใช่พี่วินจริง ๆ ใช่ไหมวะ”

“ใช่ดิ” นะโมรีบเสริม “แล้วผู้หญิงคนนั้นใครวะ โคตรสวย”

โซ่มองตามร่างของนาตาลีที่กำลังเดินเข้าตึก

“แล้วมาทำไมถึงมหาลัยมึง”

กระทิงกอดอก “อย่าบอกนะว่าพี่ชายมึงมาตามเฝ้ามึงเรียน”

วายุหลับตา ถอนหายใจยาวเป็นรอบที่ไม่รู้เท่าไรของวัน

“ไม่ใช่”

“งั้นใคร” ทั้งสี่คนถามพร้อมกัน

วายุเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบออกมาอย่างไม่เต็มใจ

“ว่าที่พี่สะใภ้กู”

ทั้งสี่คนถึงกับนิ่ง

“ห๊ะ?” แทนไทอ้าปากค้าง

นะโมหันไปมองโซ่ ก่อนหันกลับมามองวายุอีกครั้ง

“เมื่อกี้มึงว่าอะไรนะ”

วายุเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าหลุดพูดอะไรออกไป เขารีบแก้ทันที

“กูหมายถึง...” แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งอธิบายไม่ถูก

สุดท้ายจึงพูดตัดบท “ช่างมันเถอะ”

แทนไทหัวเราะลั่น “เฮ้ย! นี่มันข่าวใหญ่เลยนะ”

โซ่ยกยิ้ม “แสดงว่าพี่วินมีแฟนแล้ว?”

“ไม่ใช่!” วายุรีบปฏิเสธ

“ยังไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น”

“อ้าว...” นะโมทำหน้างง

“แล้วมึงเรียกว่าที่พี่สะใภ้ทำไม”

วายุถึงกับนิ่ง เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคำนั้นถึงหลุดออกมา

บางที...อาจเป็นเพราะตั้งแต่วินเซนโซ่พานาตาลีมาด้วย พี่ชายของเขาไม่เคยปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว

แม้ปากจะบอกว่าเกลียด แต่การกระทำกลับตรงกันข้ามทุกอย่าง

“สรุปคือใครวะ” กระทิงถามย้ำอีกครั้ง

วายุถอนหายใจ “อาจารย์ใหม่มาสอนที่คณะเรา”

นะโมถึงกับผิวปาก

“โห...สวยขนาดนั้น เดี๋ยวหนุ่ม ๆ ทั้งมหาลัยก็แห่กันลงเรียนหมด”

แทนไทหัวเราะ “รวมถึงมึงด้วยไหมวายุ”

“ฝันไปเถอะ” วายุสวนทันที

โซ่ยิ้มเจ้าเล่ห์ “แต่ถ้าเป็นว่าที่พี่สะใภ้มึง...พวกกูคงต้องเรียกอาจารย์ดี ๆ แล้วล่ะ”

“ใช่เลย” นะโมรีบรับ

“เดี๋ยวโดนพี่วินตามเก็บ” ทั้งสี่คนหัวเราะพร้อมกัน

มีเพียงวายุที่ยกมือกุมขมับ “ขืนพวกมึงพูดคำว่า 'พี่สะใภ้' อีกครั้ง”เขาเงยหน้ามองเพื่อนทั้งสี่คนด้วยสายตานิ่ง ๆ

“กูจะซ้อมให้ฟันร่วงทีละคน” ทั้งสี่คนรีบยกมือปิดปากทันที แต่แววตาแต่ละคนยังเต็มไปด้วยความขบขัน

ขณะที่เสียงหัวเราะยังดังอยู่ในลานเกียร์...ไม่มีใครรู้เลยว่า บนดาดฟ้าของอาคารฝั่งตรงข้าม มีใครบางคนกำลังใช้กล้องส่องทางไกลจับตาดูการเคลื่อนไหวของนาตาลีไม่ห่าง

ชายคนนั้นกดปุ่มบนหูฟังสื่อสาร ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “เป้าหมายเข้าพื้นที่แล้ว”

ปลายสายตอบกลับเพียงสั้น ๆ “จับตาไว้ก่อน...ยังไม่ต้องลงมือ”

นาตาลียืนอยู่หน้าประตูสำนักงานคณะ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนก้มมองแฟ้มเอกสารในมือชื่อบนหน้าปกยังเป็นชื่อของเธอ...แต่ประวัติทั้งหมดกลับไม่ใช่ชีวิตที่เธอเคยมีเธอเงยหน้าขึ้นมองป้ายอาคารอีกครั้ง ก่อนเคาะประตูเบา ๆ

"เชิญค่ะ"

หญิงสาวเปิดประตูเข้าไป ภายในห้องทำงานมีชายวัยห้าสิบกว่าปีนั่งอยู่หลังโต๊ะ เขาเงยหน้าขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มเป็นกันเอง

"อาจารย์นาตาลีใช่ไหม เชิญนั่งก่อน"

"สวัสดีค่ะ" เธอยกมือไหว้อย่างสุภาพ

ชายตรงหน้าคือ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ผู้ที่จะเป็นผู้บังคับบัญชาของเธอในฐานะอาจารย์คนใหม่หลังจากตรวจเอกสารเพียงครู่เดียว เขาก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป