บทที่ 3 คนที่ไม่มีค่า
ตอนที่ 3. คนที่ไม่มีค่า
เที่ยงคืนในเฮาส์เงียบผิดปกติ วิวอ่าววิกตอเรียของ Hong Kong ยังคงสว่างไสวราวกับเมืองไม่เคยหลับ แต่ภายในห้องกลับนิ่งสนิท นาตาลีไม่ได้ร้องไห้ เธอเฝ้าสังเกต ตำแหน่งกล้อง จังหวะยามเปลี่ยนเวร ระบบสแกนนิ้วมือที่ประตู
อาจารย์มหาวิทยาลัย ไม่ได้มีดีแค่บรรยายทฤษฎีเธอเริ่มคำนวณความเสี่ยงเหมือนทำ “ถ้าลิฟต์ล่ะ หรือไม่ก็เหลือบันไดหนีไฟ…”
เธอกระซิบกับตัวเองเบา ๆ คืนนี้วินเซนโซ่ออกไปประชุมนี่คือโอกาสเดียว เธอถอดรองเท้าส้นสูง วางมันเงียบ ๆ เดินไปยังประตูทางเดินด้านใน ระบบไฟฉุกเฉินหรี่ลงตามเวลาที่ตั้งไว้
“ต้องมีทางหนีสิ…” เธอพึมพำ
กล้องวงจรปิดสี่ตัว การ์ดประจำชั้นลิฟต์ส่วนตัวต้องใช้สแกนใบหน้า เธอจำตำแหน่งทุกอย่างได้หมดหัวสมองประมวลผลไม่หยุด
เหมือนกำลังวางแผนหนีออกจากเขาวงกต
ทันใดนั้น
ไฟถนนด้านล่างสะท้อนกับกระจกรถตู้สีดำสามคันที่เลี้ยวเข้ามาจอดผิดจังหวะ นาตาลีชะงัก เพราะคิดว่าพวกเขาคงทำอะไรที่ผิดกฎหมายอีกแน่นอน
ด้านล่างอาคาร
ประตูรถตู้เปิดผาง ชายชุดดำกว่าสิบคนกระโจนลงมา
ปืนกลจู่โจมอยู่ในมือ เสียงแรกดังขึ้นโดยไม่มีการเตือน กระสุนทะลุกระจกล็อบบี้ การ์ดหน้าประตูยังไม่ทันชักปืนก็ถูกยิงเข้าหน้าอก เลือดพุ่งกระฉูดเปื้อนผนังหินอ่อน
“ศัตรูบุก! ศัตรูบุก!” เสียงตะโกนผ่านวิทยุสื่อสารขาดห้วง
ลูกน้องวินเซนโซ่ยิงสวนทันที
ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนสะท้อนก้องอาคารปลอกกระสุนกระเด็นเกลื่อนพื้น ชายคนหนึ่งถูกยิงเข้าที่คอเลือดพุ่งเป็นสาย ร่างทรุดลงชักกระตุก
อีกคนโดนกระสุนเจาะท้อง เขากรีดร้องก่อนจะล้มฟาดพื้นในกองเลือดของตัวเอง นี่ไม่ใช่การข่มขู่ นี่คือการล้างบาง
ชั้นบน
เสียงปืนดังสะเทือนขึ้นมาถึงเพนต์เฮาส์ นาตาลีหยุดเดินทันที
ปัง!! ปัง!!
เสียงกระสุนดังสนั่น ไม่เหมือนปืนพกธรรมดามันคืออาวุธสงคราม
“เกิดอะไรขึ้น…” คำถามมากมายวนเวียนในหัวของนาตาลีในทันที “ไม่สิจะเกิดอะไรก็ช่าง ตอนนี้แหละได้จังหวะที่จะต้องหนีออกจากที่นี่สักทีสินะ”
ไฟในห้องกะพริบตามแรงกระแทกระบบไฟฟ้าเสียงระเบิดดังขึ้นจากชั้นล่าง พื้นสั่น เธอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
บันไดหนีไฟ
ประตูเหล็กถูกเตะเปิด ลูกน้องวินเซนโซ่ตั้งแนวยิง
ชายชุดดำกรูกันขึ้นบันได ยิงแบบไม่สนชีวิต กระสุนเจาะกำแพงปูนแตกเป็นผง เลือดสาดใส่ราวบันไดหนึ่งในลูกน้องโดนยิงเข้าศีรษะ หัวสะบัดแรง สมองกระจายติดผนัง อีกคนถูกยิงพรุนลำตัวร่างกระตุกก่อนทรุดลงทับกองเลือดแต่ฝ่ายวินเซนโซ่ก็ไม่ถอย
“อย่าให้มันถึงชั้นบน!” เสียงคำรามดังลั่น
ระเบิดควันถูกขว้าง เสียงไอสำลักผสมเสียงกรีดร้อง เสียงปืนใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ นาตาลีรู้สึกเหมือนอกจะระเบิด เธอไม่เคยอยู่ใกล้ความตายขนาดนี้ กระจกบานใหญ่ด้านระเบียงสั่นไหวจากแรงกระแทก
แล้ว ปัง!!! กระสุนทะลุกระจกเข้ามาเศษแก้วแตกกระจายเต็มพื้น
ลมทะเลพัดเข้ามาพร้อมกลิ่นควันดินปืน นาตาลีกรีดร้อง
เธอหมอบลงทันที มือสั่นจนควบคุมไม่ได้เสียงฝีเท้าวิ่งใกล้เข้ามาเสียงปืนยังดังต่อเนื่อง ไม่หยุด ไม่พักใครบางคนกำลังไต่ระดับขึ้นมาถึงชั้นนี้
ควันดินปืนลอยคลุ้ง สัญญาณเตือนภัยร้องไม่หยุดนาตาลีหมอบอยู่หลังโซฟา หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก
“ตั้งสติ…ตั้งสติ…”
เธอกัดฟันรวบรวมความกล้า นี่คือความวุ่นวายที่เธอรอถ้าจะหนี ต้องเป็นตอนนี้ เธอวิ่ง เท้าเปล่าเหยียบเศษแก้ว เลือดซึมออกมาทันทีแต่เธอไม่สนใจ มือเอื้อมผลักประตูทางเดินด้านข้าง
ทันใดนั้น แขนแข็งแรงกระชากเธอกลับอย่างแรงปืนกระแทกเข้าที่ขมับ
“ขยับอีกนิดเดียวหัวกระจาย!” กลิ่นเหงื่อกับดินปืนตีขึ้นจมูกชายชุดดำลากเธอถอยไปทางระเบียงแตกใช้ร่างเธอบังแนวกระสุน
ด้านล่าง
ประตูลิฟต์เปิดออก วินเซนโซ่ก้าวออกมาท่ามกลางเสียงปืนสันกรามเขานูนชัด ดวงตาดำสนิทไร้อารมณ์ อองรีอยู่ด้านซ้าย
แม็กซ์เวลคุมด้านขวา “ชั้นบนเหลือสี่!” อองรีตะโกน
วินเซนโซ่ไม่ตอบ เขายกปืนขึ้นยิงโดยไม่เสียจังหวะ
ปัง! ปัง! ปัง!
ชายคนหนึ่งโดนยิงทะลุเบ้าตา เลือดสาดเต็มผนังอีกคนโดนกระสุนเจาะอกจนร่างกระเด็นชนราวบันได
แม็กซ์เวลยิงซ้ำเก็บตัวที่พยายามคลานหนี เสียงกรีดร้องขาดหายกลางคัน ไม่มีคำสั่งถอย มีแต่ล้างบาง ไม่ถึงนาที ศัตรูด้านล่างนอนจมเลือดหมด
“ขึ้นไป” วินเซนโซ่สั่งสั้น ๆ เขาก้าวเข้ามาในห้องที่กระจกแตกกระจาย ภาพแรกที่เห็น ปืนจ่อหัวนาตาลี คนร้ายกดเธอแน่น
นิ้ววางบนไกปืน รอยเลือดที่ไหลจากฝ่าเท้าของเธอ
“ถอยไป!” มันตะโกน “ไม่งั้นอีนี่ตาย!”
อองรีขยับจะยิง วินเซนโซ่ยกมือห้าม เขาก้าวมาข้างหน้าเพียงก้าวเดียว สายตาจ้องตรงไปที่นาตาลี เธอมองเขากลับดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว…และคำถาม
วินเซนโซ่ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบแล้วเขาก็พูดน้ำเสียงเรียบ เย็นชา
“ก็ดี” ทั้งห้องนิ่งสนิท
“ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีค่าอะไร”
