บทที่ 4 นัดเดียว
บทที่ 4.นัดเดียว
เสียงปืนที่ดังขึ้นเมื่อครู่ ไม่ได้มาจากใครอื่นมันมาจากวินเซนโซ่ กระสุนพุ่งตรงเป็นเส้นเดียวทะลุหน้าผากชายที่จับนาตาลี
ฉึก เลือดพุ่งกระเซ็นเป็นฝอยแดง ศีรษะสะบัดก่อนร่างจะล้มลงแทบเท้าเธอ ดวงตายังเบิกค้าง
นาตาลีกรีดร้อง เข่าทรุดลงกับพื้นทันที มือสั่นเทา หายใจสะอื้นไม่เป็นจังหวะภาพสมองที่กระจายติดกระจกยังติดตาเสียงปืนด้านนอกเงียบลงแล้ว เหลือเพียงเสียงไซเรนไกล ๆ ที่เริ่มดังใกล้เข้ามา
วินเซนโซ่ลดปืนลงช้า ๆ สีหน้าเขาไม่เปลี่ยนเขาก้าวผ่านศพที่ยังอุ่น
เดินตรงมาหาเธอ
“ลุก” เสียงเขาเรียบ นาตาลีไม่ตอบเธอยังหายใจสะอื้น
มือเขาคว้าข้อมือเธอแล้วกระชากขึ้นเธอเซแทบล้มอีกครั้ง
“เดิน” เธอก้าวได้เพียงก้าวเดียวก่อนจะร้องออกมาเบา ๆ
“โอ๊ย...”
เท้าเปล่าของเธอเต็มไปด้วยเศษแก้ว เลือดไหลซึมเป็นทางแดงบนพื้นหินอ่อน วินเซนโซ่มองลงไป เงียบไปครู่หนึ่งจากนั้นเขาช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มทันที
นาตาลีสะดุ้ง มือเผลอกำเสื้อเขาแน่นโดยไม่รู้ตัวหัวใจเขาเต้นแรงกว่าปกติเล็กน้อย แต่ใบหน้ายังเย็นชา
อองรีกับแม็กซ์เวลเดินเข้ามา
“พื้นที่เคลียร์แล้วครับนาย” แม็กซ์เวลรายงาน
“ตายหมด ไม่มีใครรอด”
วินเซนโซ่พยักหน้า สายตาคมกวาดมองความเสียหาย
เลือด ศพ กระจกแตกสงครามย่อม ๆ ในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีเขาพูดโดยไม่หันกลับมา
“ทำความสะอาดให้เรียบร้อย” น้ำเสียงนิ่งราวกับสั่งเก็บเอกสาร
“จัดการให้หมด อย่าให้หลงเหลือหลักฐานครับนาย”
อองรีรับคำทันที
วินเซนโซ่หันไปทางลิฟต์ส่วนตัว ก่อนประตูลิฟต์จะปิด
เขาสั่งอีกประโยคหนึ่ง
“คืนนี้เราจะกลับไทย” ลูกน้องทั้งสองคนชะงักเล็กน้อย
แต่ไม่ถามเหตุผล เพราะในโลกของเขา คำสั่งคือคำสั่ง
ประตูลิฟต์ปิดลงช้า ๆ ในอ้อมแขนเขานาตาลียังคงตัวสั่นไม่รู้ว่ากำลังกลัวศัตรู หรือกำลังกลัวผู้ชายที่อุ้มเธออยู่ ประตูลิฟต์เปิดออกช้า ๆ วินเซนโซ่อุ้มนาตาลีตรงไปยังห้องนอนหลักของเพนต์เฮาส์โดยไม่ลังเล ไม่ใช่ห้องรับรอง ไม่ใช่ห้องแขก แต่เป็นห้องของเขาเอง
เตียงขนาดคิงไซซ์สีเทาเข้มตั้งตระหง่านกลางห้อง กระจกบานใหญ่เผยให้เห็นแสงไฟของ Hong Kong ที่ยังส่องสว่างราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาวางเธอลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง
เท้าเธอเต็มไปด้วยบาดแผล เศษแก้วเล็ก ๆ ฝังในเนื้อเลือดซึมเปื้อนผ้าปูสีเข้ม วินเซนโซ่หยิบผ้าขนหนูมากดห้ามเลือดชั่วคราว
“อองรี เรียกหมอประจำตัวมา เดี๋ยวนี้”
“ครับนาย” ประตูปิดลง เหลือเพียงความเงียบ
นาตาลีนั่งนิ่ง สองมือกำผ้าปูแน่น ก่อนที่เธอจะปล่อยให้น้ำตาของเธอไหลออกมาช้า ๆ ไม่นานเธอก็สะอื้นไห้ออกมาอย่างไม่อายเขาเลยสักนิด
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ฮือ...อึก” หญิงสาวร่างบางสั่นสะท้านด้วยความตกใจกลัวเป็นอย่างมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น
หลังจากห้ามเลือดแล้ว วินเซนโซ่เขายืนห่างออกไปไม่กี่ก้าว
ปลายนิ้วยังเปื้อนเลือดคนอื่น พูดอะไร มีเพียงเสียงลมหายใจที่ยังไม่ปกติของเธอ
ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอเงยหน้าขึ้นดวงตายังแดงจากการร้องไห้
“ขอบคุณนะ…” แค่นั้นเองคำธรรมดาไม่มีการประชด ไม่มีความกลัวเจือปน วินเซนโซ่ชะงัก
ดวงตาเขาไหววูบเพียงเสี้ยววินาทีเหมือนบางอย่างในอกถูกกระทบแต่เขากลับไปเป็นคนเดิมอย่างรวดเร็ว “อย่าคิดมาก” เสียงเขาเรียบ
“ฉันแค่ไม่ชอบให้ของของฉันพัง”
คำพูดเย็นชา แต่เขาไม่ได้ละสายตาจากบาดแผลของเธอเลย
ไม่นานนัก ประตูก็เปิดอีกครั้ง หมอประจำตัวของเขาเข้ามาพร้อมกระเป๋าเครื่องมือ
“โดนเศษแก้วลึกพอสมควรครับ” หมอพึมพำขณะคีบเศษแก้วออก นาตาลีกัดฟันแน่น ไม่ร้องแม้แต่คำเดียววินเซนโซ่มองทุกขั้นตอน ทุกครั้งที่เธอเผลอสะดุ้งกรามเขาจะขบแน่นขึ้นอีกนิดหลังทำแผลเสร็จ หมอพันผ้าพันแผลหนาแน่นทั้งสองเท้า
“เธอคงเดินไม่ได้ชั่วคราว” หมอสรุป
“อย่างน้อยหนึ่งถึงสองสัปดาห์ อย่าลงน้ำหนัก”
เงียบ คำว่า เดินไม่ได้ ทำให้นาตาลีรู้สึกเหมือนถูกตัดทางหนีอีกครั้งหมอเก็บของแล้วออกไป
ประตูปิดลง เหลือเพียงสองคนในห้องกว้างนาตาลีมองผ้าพันแผลที่เท้า ก่อนจะพูดเบา ๆ
“ฉันคงหนีคุณไม่ได้แล้วสินะ” วินเซนโซ่เดินเข้ามาใกล้เตียง
เงาทาบทับร่างเธอ
“เธอหนีไม่ได้ตั้งแต่แรกต่างหาก”
เสียงเขาไม่ได้ดัง แต่หนักพอจะทำให้หัวใจเธอสั่นเขาหยุดมองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันหลังเดินไปที่โซฟาในห้องเดียวกัน
“คืนนี้เธออยู่ที่นี่”
เขาไม่อธิบายว่าเพราะอะไร แต่เธอรู้คืนนี้มีคนตายหลายศพ และเธอเกือบเป็นหนึ่งในนั้นในความเงียบของห้องนอนมาเฟีย
ห้องนอนกลับมาเงียบอีกครั้งหลังหมอออกไป เสียงประตูระเบียงเปิดเบา ๆ วินเซนโซ่เดินออกไปด้านนอก ลมทะเลยามดึกพัดเข้ามาเบา ๆ พร้อมแสงไฟจากอ่าวของ Hong Kong
เขาหยิบซิการ์ออกจากกล่องไม้สีเข้ม ปลายนิ้วหมุนมันช้า ๆ อย่างเคยชิน ก่อนจะยกไฟแช็กขึ้นมา แกร๊ก ประกายไฟสีส้มสะท้อนดวงตาคม ในจังหวะนั้นเอง เสียงจากด้านในห้องดังขึ้นเบา ๆ
“ฉันแพ้ควันบุหรี่…” น้ำเสียงของนาตาลีแผ่วมากเหมือนลังเลว่าจะพูดดีหรือไม่ แต่ในความเงียบของห้องกว้างเขาได้ยินชัดเจน
มือที่ถือไฟแช็กของวินเซนโซ่ชะงักไปเสี้ยววินาทีลมกลางคืนพัดผ้าม่านไหวเบา ๆ เขาไม่ได้หันกลับไปมองเธอเพียงตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ปัญหาของเธอ…ไม่ใช่ปัญหาของฉัน” ไฟแช็กถูกกดอีกครั้ง แกร๊ก ปลายซิการ์ติดไฟ ควันสีเทาลอยออกมาช้า ๆ วินเซนโซ่พ่นควันออกไปทางท้องฟ้า สายตาเหม่อมองแสงเมืองไกล ๆ
ด้านหลังเขา นาตาลีนอนนิ่งอยู่บนเตียง ผ้าพันแผลหนาที่เท้าทำให้เธอขยับตัวลำบาก กลิ่นควันเริ่มลอยเข้ามาในห้อง เธอหลับตาลงช้า ๆ ไม่ได้พูดอะไรอีก บนระเบียง วินเซนโซ่ยืนสูบซิการ์เงียบ ๆ
แต่หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เขาขยับตัวเล็กน้อย มือเอื้อมไปดึงประตูกระจกให้ปิดสนิทควันทั้งหมดจึงถูกกักไว้ด้านนอก
ในห้อง นาตาลีไม่ได้เห็นสิ่งนั้น เพราะเธอดึงผ้ามาคลุมโปงแล้ว และวินเซนโซ่ก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับมัน ควันซิการ์ยังลอยขึ้นสู่ท้องฟ้ายามดึก เหมือนความคิดของชายที่ไม่เคยยอมรับว่า
ตัวเองกำลังเริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด
