บทที่ 5 คนที่พวกมันต้องการ
ตอนที่ 5.คนที่พวกมันต้องการ
กลางดึก ภายในห้องนอนเงียบสนิท แสงไฟจากตึกสูงของ Hong Kong ส่องลอดม่านเข้ามาเป็นเส้นยาวบนพื้นนาตาลีเริ่มขยับตัวไปมา ลมหายใจเธอหอบถี่ภาพเดิมย้อนกลับมาอีกครั้ง
เลือด เสียงปืน ศีรษะของชายคนนั้นที่ระเบิดต่อหน้า
“ไม่…อย่า…” เธอส่ายหน้าในความฝันเสียงปืนดังสะท้อนในหัว
ปัง!
“ไม่!!” นาตาลีสะดุ้งตื่นทันที ร่างสั่นเทา เหงื่อเปียกหน้าผาก
มือกำผ้าปูเตียงแน่น ก่อนที่เธอจะทันตั้งสติมือใหญ่คว้าหัวไหล่เธอไว้
“ตื่น” เสียงทุ้มต่ำดังใกล้หูวินเซนโซ่ยืนอยู่ข้างเตียง
เขาเพิ่งเดินกลับเข้ามาจากระเบียง ดวงตาคมมองเธออย่างประเมิน
“แค่ฝัน” เขาพูดสั้น ๆ
นาตาลียังหายใจแรงสายตามองเขาเหมือนยังแยกไม่ออกว่าอะไรคือความจริง ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไร
ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น วินเซนโซ่หันไปทันที
“เข้ามา”
ประตูเปิด อองรีเดินเข้ามาพร้อมสีหน้าที่ตึงเครียดเป็นอย่างมาก
“เราจัดการเก็บพื้นที่หมดแล้วครับนาย”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ “แต่เรารู้แล้วว่าพวกมันเป็นใคร”
วินเซนโซ่หรี่ตา
“พูดมา”
อองรีสูดหายใจช้า ๆ “พวกมันไม่ใช่ศัตรูของเรา”
คำพูดนั้นทำให้ห้องเงียบลง “พวกมันไม่ได้มาหานาย”
อองรีมองไปทางเตียง มองตรงไปที่นาตาลี
“เป้าหมายของพวกมัน…”
เสียงเขาหนักขึ้น “คือเธอ” นาตาลีชะงัก หัวใจเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ
“อะไรนะ…” เธอพึมพำ
วินเซนโซ่ไม่พูดอะไรทันทีสายตาคมกริบค่อย ๆ หันกลับมามองเธอ
เหมือนกำลังคิดบางอย่างเร็วมาก อองรีพูดต่อ
“เราเช็กศพพวกมันแล้วครับ มีรอยสักของแก๊งนักฆ่ารับจ้างจากยุโรปตะวันออก” เขาวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะภาพถ่ายรอยสักปรากฏขึ้น
“พวกมันถูกจ้างมาโดยเฉพาะ”
เงียบ นาตาลีเริ่มส่ายหัว “ไม่…มันเป็นไปไม่ได้” เธอแทบไม่เคยมีศัตรูเธอเป็นแค่อาจารย์มหาวิทยาลัย แต่ก่อนที่เธอจะพูดต่อ
วินเซนโซ่ก็เอ่ยขึ้นช้า ๆ น้ำเสียงต่ำลงกว่าปกติ
“ดูเหมือนว่า…” เขาจ้องเธอโดยตรง
“เธอจะมีปัญหาใหญ่กว่าที่คิดนะ นาตาลี” แววตาเขาไม่ได้มีแค่ความเย็นชาอีกต่อไป มันมีบางอย่างใหม่บางอย่างที่เหมือนนักล่า เพิ่งพบปริศนาที่น่าสนใจ และในวินาทีนั้นนาตาลีก็เริ่มรู้สึกว่า
บางที…คนที่อันตรายที่สุดในห้องนี้อาจไม่ใช่ศัตรูที่บุกมาเมื่อคืน
แต่คือผู้ชายที่กำลังมองเธออยู่ตอนนี้
เช้านี้ในเพนต์เฮาส์ เพนต์เฮาส์ของวินเซนโซ่เงียบกว่าปกติแสงเช้าส่องผ่านกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน เมืองด้านล่างยังคงวุ่นวาย แต่ภายในห้องกลับเหมือนถูกกดปุ่มหยุดเวลาไว้
นาตาลียังช็อกจากเมื่อคืน
ประตูเปิด อองรีเดินเข้ามา เขาวางแฟ้มบนโต๊ะแล้วพูดกับวินเซนโซ่
“บอส…ผมรู้แล้วว่าพวกมันต้องการอะไร”
วินเซนโซ่เงยหน้าขึ้น อองรีเปิดภาพบนแท็บเล็ตรูปหนึ่งปรากฏขึ้น
“สร้อยคอของคุณนาตาลี” เขาพูด
“พวกมันไม่ได้ต้องการฆ่าเธอพวกมันต้องการสิ่งที่อยู่ในสร้อย”
ทั้งห้องเงียบ นาตาลีจับสร้อยของตัวเอง “นี่…ของที่พ่อให้ก่อนเสียชีวิต” วินเซนโซ่เริ่มรู้แล้วว่านี่คือเรื่องนี้ ใหญ่กว่าที่คิด
ฃนาตาลีนั่งอยู่บนโซฟา มือกำสร้อยคอของตัวเองแน่น
วินเซนโซ่ยืนพิงโต๊ะทำงาน มองเธออย่างเงียบ ๆ อองรีวางกระเป๋าอุปกรณ์ลงบนโต๊ะกระจกกลางห้อง
“ขอผมดูสร้อยเส้นนั้นหน่อยครับ”
นาตาลีลังเลเล็กน้อย ก่อนจะถอดมันออก สร้อยเงินเส้นบาง มีจี้รูปหยดน้ำเล็ก ๆ ดูธรรมดาเกินกว่าจะเป็นเหตุให้คนบุกมาฆ่าเธอกลางดึก
เธอยื่นมันให้ อองรีรับมาอย่างระมัดระวัง เขาหยิบแว่นขยายขนาดเล็กออกมา ตรวจดูพื้นผิวโลหะทุกมุมอย่างละเอียดเงียบไปเกือบนาที
แม็กซ์เวลที่ยืนกอดอกอยู่ข้างกำแพงเริ่มหงุดหงิด
“มันก็แค่สร้อยธรรมดาไม่ใช่เหรอ”
อองรีไม่ตอบ เขาหมุนจี้ไปมา แล้วหยิบเข็มโลหะเล็ก ๆ ออกมาแตะที่ขอบจี้
คลิก เสียงเล็กมาก แต่มันทำให้ทุกคนในห้องหยุดหายใจอองรีค่อยๆ เงยหน้าขึ้น
“อย่างที่คิด” เขากดขอบจี้เบา ๆ จี้รูปหยดน้ำแยกออกเป็นสองชั้น ภายในมีช่องเล็ก ๆ ซ่อนอยู่แม็กซ์เวลเดินเข้ามาใกล้ทันที
“ให้ตาย…” วินเซนโซ่เองก็ขยับเข้ามาดู ในช่องลับนั้นมีบางอย่างเสียบอยู่ แฟลชไดรฟ์ขนาดเล็กมาก นาตาลีมองภาพตรงหน้าเหมือนโลกหยุดหมุน
“พ่อฉัน…” เสียงเธอสั่นเล็กน้อย “ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เขาให้สร้อยเส้นนี้กับฉัน”
เธอกลืนน้ำลาย “เขาบอกแค่ว่า…อย่าถอดมัน”
อองรีหยิบแฟลชไดรฟ์ออกมาอย่างระวังวางลงบนโต๊ะสายตาของวินเซนโซ่เย็นลงทันที เขารู้ดีของแบบนี้ ไม่มีทางเป็นเรื่องเล็ก
แม็กซ์เวลพึมพำ
“ถ้านี่คือสิ่งที่พวกมันต้องการ…แปลว่าข้อมูลในนั้นต้องใหญ่ระดับทำให้คนตายได้เป็นร้อย” อองรีเสียบแฟลชไดรฟ์เข้ากับโน้ตบุ๊ก
หน้าจอสว่างขึ้น ไฟล์จำนวนมากปรากฏขึ้นทันที
โฟลเดอร์ บัญชี เอกสารการเงิน เส้นทางโอนเงินระหว่างประเทศ
อองรีเลื่อนดูเพียงไม่กี่วินาทีสีหน้าของเขาก็เปลี่ยน
“บอส…” วินเซนโซ่ไม่ละสายตาจากหน้าจอ
“พูดมา” อองรีสูดหายใจช้า ๆ ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นลงทันที
“นี่ไม่ใช่แค่ข้อมูลฟอกเงินธรรมดา” เขาเปิดไฟล์หนึ่งขึ้นมาชื่อหนึ่งปรากฏอยู่บนหน้าจอ
