บทที่ 7 เมียไม่รัก 7
“อืม มันเป็นเรื่องที่ค้างคามานานมากแล้วแหละ ตอนนี้มันน่าจะหาทางล้างแค้นฉันอยู่ คือว่าฉันเป็นคนทำให้ธุรกิจมันล่มน่ะ แล้วพอหมดอำนาจศัตรูเก่าๆก็เลยตามเช็กบิลไม่หยุด มันก็เลยโทษฉันว่าเป็นคนทำทุกอย่างพัง”
“ใครเหรอคะ?”
“จาวา”
“อืม…คุณจาวาที่เคยเป็นเจ้าของเกาะพาราไดซ์เหรอคะ?”
“เธอรู้จักมันได้ยังไง?”
“ก่อนจะมาอยู่ที่นี่คุณท่านเอาข้อมูลมาให้ค่ะ คนไหนอยู่ในแบล็คลิสฉันจำได้หมดทุกอย่าง อย่างคุณโอมานที่พึ่งจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกก็เป็นหนึ่งในแบล็คลิสเหมือนกัน ส่วนคุณจาวาก็มีประวัติมาพอสมควรเลย”
“เก่งดีนี่ แล้วจำได้ไหมว่ามีกี่คน?”
“สี่คนค่ะที่ต้องระวังเป็นพิเศษ”
“รู้ไหมว่ายิ่งรู้เยอะยิ่งอันตรายนะ ถ้าเกิดอะไรไม่ชอบมาพากลรีบบอกฉันทันที อย่ามีความลับกับฉันเด็ดขาดเพราะว่าชีวิตของเธออาจจะไม่ปลอดภัย”
“ได้ค่ะ”
“ฉันอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับนักฆ่าคนหนึ่ง เป็นผู้หญิง รู้สึกว่าจะสนิทกับพ่อฉันมากพอสมควร อายุประมาณยี่สิบกลางๆผมสีทองคล้ายเธอเลย”
“หายตัวไปแล้วค่ะ หายไปประมาณปีกว่าแล้ว”
“รู้จักใช่ไหม?”
“รู้จักค่ะ”
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรกับพ่อฉัน?” เขาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบและแอบจับผิดเธอโดยไม่ให้รู้ตัว แต่ยัยเด็กนี่กลับทำตาใสแป๋วใส่แล้วยู่ปากนิดๆได้น่าจูบเกินไปอีกแล้ว เธอทำหน้าตาไร้เดียงสาทั้งที่มันไม่ใช่เลยสักนิด
“เป็นคนที่คุณท่านอุปการะเลี้ยงดูค่ะ” เธอตอบชัดเจนเต็มคำแม้ว่าจะไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก เธอคิดว่าเขารู้อยู่แล้วเพียงแค่อยากจะหลอกถามเพื่อความแน่ใจเฉยๆ แต่เรื่องที่เป็นส่วนตัวเธอตอบไม่ได้หรอก
“ช่วยฉันเก็บกระเป๋าหน่อยสิไกอา”
“ค่ะบอส”
ไกอารู้เรื่องที่อันตรายค่อนข้างเยอะมากทั้งที่เธออายุแค่สิบเก้าปีเอง รายละเอียดเกี่ยวกับเขาก็รู้มากพอสมควร มิตรและศัตรูก็รู้จักอีกด้วย เธอรู้ว่าความลับหลายอย่างที่มีเพียงคนสนิทเท่านั้นรู้ได้ แถมเธอยังบอกว่าเคยอยู่กับพ่อมาก่อนนั่นทำให้สงสัย เธอไม่ใช่เมียน้อยหรือลูกเลี้ยงของพ่อใช่ไหม แต่ไม่มั่นใจว่าเคยนอนด้วยกันรึยัง เห็นได้ชัดว่าเธอสนิทกับหลายคนขนาดไหน แล้วเอสก็มาเยี่ยมก็มักจะค้างที่คอนโดเธอแทนที่อื่นคล้ายว่าเป็นการดูแลที่พิเศษมากกว่าเดิม
ไกอาเป็นใครกันแน่
ประวัติของเธอแทบไม่มีเลย
ในระหว่างที่เธอพับผ้าใส่กระเป๋าให้ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ปืนกับแหวนและมีดซ่อนเล่มเล็กวางอยู่ตรงหน้าก็ไม่ได้ทำท่าทีสนใจเหมือนว่ามันไม่สำคัญ เขาแกล้งทำเป็นเล่นโทรศัพท์ก่อนจะเดินออกไปเข้าห้องน้ำเงียบๆ แต่ในจังหวะนั้นเองเด็กตัวเล็กก็หยิบมีดขึ้นมาดูและควงมันอย่างชำนาญมากเกินไป
“ทำอะไรน่ะ?”
“เช็กของไงคะ”
“เมื่อกี้เธอ…”
“อาเอสสอนมาน่ะค่ะ แต่ฉันยังทำได้ไม่เก่งเท่าไรเลย”
“เหรอ?”
“ใช่ค่ะ อาเอสบอกว่าฉันบอบบางเกินไปไม่สามารถจะฆ่าใครได้หรอก อย่างมากก็แค่ป้องกันตัวไม่ให้ตายก่อนจะมีคนไปช่วย ดังนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ให้พยายามดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด ถ้ามีอันตรายจริงๆคุณท่านจะมาช่วยเอง”
“พ่อนี่นะ!”
“อาเอสบอกมาแบบนี้”
“เธอเป็นอะไรกับพ่อฉันกันแน่!?” เขาจ้องมองเด็กที่ทำหน้าซื่อตาใสได้อย่างน่าโมโหที่สุด แล้วนั่งลงบนเตียงหยิบมีดออกจากมือเล็กที่เนียนและนุ่มมากเกินกว่าจะฆ่าใครได้จริงๆทั้งที่น่าจะทำได้แน่ถ้าจำเป็น เมื่อกี้ที่เห็นเธอควงมีดเล่นด้วยปลายนิ้วแสดงว่าไม่ใช่ฝีมือธรรมดาแล้วละ เอสก็ไม่ได้เก่งเรื่องของมีคมขนาดนั้นสักหน่อย บางทีเธออาจจะถูกหลอกในเรื่องฝีมือของตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นอันตรายเกินไป
“เธอลองไปยิงปืนกับฉันไหมไกอา ถ้าเธอยิงเข้าเป้าเกินครึ่งฉันให้ล้านหนึ่งทันที”
“จริงเหรอคะ!?”
“อืม”
“แต่ว่าฉันไม่เคยยิงเข้าเป้าเลยนะ ตอนดวลกับอาเอสหรือคุณท่านก็แพ้ตลอดเลย” เธอเคยลองยิงมาแล้วแต่ก็แพ้ทุกคน คุณท่านกับพี่เอสยิงปืนแม่นมากส่วนเธอยิงได้ไม่เข้าเป้าเลย ทั้งที่เธอฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กแต่ฝีมือกลับไม่ค่อยพัฒนาไปเท่าที่ควร ต่างกับพี่สาวทั้งสองคนที่ทำได้ดีจนน่ากลัวแต่ว่าเป็นนักฆ่าก็ต้องเก่งอยู่แล้ว ส่วนเธอเป็นคนคอยจัดการข้อมูลต่างๆให้จะเก่งเรื่องตัวหนังสือมากกว่าใช้กำลังก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
“บางทีเธออาจจะขาดแค่แรงจูงใจเฉยๆ ไปดวลกันเถอะ”
“ได้ตั้งหนึ่งล้านจะเอาไปทำอะไรดีนะ”
“เก็บไว้ก็ได้ ถ้าอยากได้อะไรก็บอกฉันจะซื้อให้เอง”
“ได้ไงละ!”
