บทที่ 6 4.3 ปภินดา VS ป้าอรทม
ช่วงเช้าของวันใหม่เจ้าของร้านขนมรีบโทรหาป้าปริมป้าผู้เป็นเชพใหญ่ของโรงเรียนด้วยความตื่น เต้น ทันทีที่ป้าของเธอรับสายปภินดาก็เอ่ยทักเสียงใสอย่างรวดเร็ว
"ป้าปริมหนูครีมเองค่ะ"
"น้องครีมเหรอลูก เป็นยังไงบ้าง คิดถึงจังเลยสบายดีใช่ไหมลูก"
"หนูสบายดีค่ะ หนูแค่จะถามว่าช่วงนี้ว่างไหมคะหนูอยากเข้าไปเยี่ยมคุณยายกับป้าปริมค่ะ"
"อาทิตย์นี้ที่โรงเรียนตารางแน่นมาก แต่ถ้า เสาร์อาทิตย์หน้าป้าว่างจ้ะ เข้ามาได้เลย"
"โอเคค่ะงั้นหนูจะไปหาวันเสาร์หน้านะคะ ฝากความคิดถึงไปให้คุณยายด้วยค่ะ แล้วเจอกันค่ะป้าปริม" ปภินดาวางสายโทรศัพท์แล้วฉีกยิ้มอย่างมี ความสุข อย่างน้อยก็เป็นหนึ่งเรื่องของเช้านี้ที่ทำให้เธอยิ้มได้บ้าง
หลังจากที่เมื่อวานทั้งโดนด่าโดนเหยียดหยามโดนตบหน้า วันนี้เธอเลยจะไม่วนกลับไปคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วตั้งหน้าตั้งตาทำงาน หญิงสาวทำงานจนถึงสี่ทุ่ม เมื่อออเดอร์ทุกอย่างจัดเตรียมไว้เรียบร้อยและวัตถุดิบบางส่วนหมูหวานกับหมูหยอง
ก็เป็นคนวิ่งเต้นช่วยสั่งและหาจนชำนาญแล้ว ทำให้เธอเหนื่อยน้อยลง แต่ทว่าตอนที่จะก้าวขาออก จากร้านฝนฟ้าก็เทลงมาอย่างบ้าคลั่งจนเนื้อตัวเปียกปอน
แถมเธอก็เดินผ่าฝนออกมาจากร้านเพื่อมาขึ้นรถเมล์กลับบ้าน ทว่าไอ้รถเมล์บ้าก็ขับผ่านไปโดยไม่สนใจจะจอดให้เธอขึ้นเลยสักนิด วินมอเตอร์ไซค์สักคันก็ไม่มี สงสัยว่าวันนี้เธอคงหนาวสั่นตายคาป้ายรถเมล์แน่ ไหนจะน้ำที่เริ่มเอ่อท่วมขังส่งกลิ่นเหม็นตุ ๆ นี่อีก
เฮ้อ…กรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์ชีวิตไอ้ครีมจบสิ้นแล้ว นี่นะเหรอเมืองหลวงอันสุดแสนศิวิไลซ์ พอฝนตกมาทีไรน้ำเน่าในท่อก็ผุดพรายขึ้นมาทุกที
ถ้าขืนมันตกกระหน่ำแบบนี้ร้านของเธอคงกลายเป็นเกาะกลางน้ำแน่นอน
ตัดพ้อกับชีวิตได้ไม่ทันไร อยู่ดี ๆ รถเก๋งหน้าตาคุ้นเคยก็ทะยานมาจอด กระจกรถลดลงเพื่อให้เห็นใบหน้าของคนขับ
ที่แท้ก็เป็นผู้ชายหลายใจคนนั้นอิตาอธิกะ คนที่ทำให้เธอรู้สึกว่าชีวิตตัวเองนั้นโชคร้ายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปภินดาเดินฝ่าฝนจากไปแต่รถเก๋งของเขาก็ขับตามมา กระทั่งถึงหน้าร้านขนมของเธอเขาถึงได้เปิดประตูลงมาจากรถ เขาเดินตรงผ่าสายฝนที่สาดเทกระหน่ำลงมาหาเธอ
"ครีมไปกับผม"
"ไม่ไปย่ะ"
"ฝนตกฟ้ารั่วขนาดนี้คุณยังจะดื้ออีกจะไปดี ๆ หรือจะให้ผมอุ้มคุณไปฮะคุณแม่ค้าขนม"
ปภินดาไม่อยากให้เขาแตะเนื้อต้องตัวเธออีก เพราะเธอกลัวว่าใจตัวเองจะสปาร์คกับเขาอีกครั้ง แล้วคราวนี้ไม่รู้ว่ามันจะต้านทานเขาได้อีกนานเท่าไหร่ ความปรารถนาทางใจและกายที่เธอโหยหามาตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่เขาหายหัวไป
ถึงปากเธอจะบอกว่าไม่อยากขึ้นรถเข้า แต่ไอ้ขาจอมทรยศคู่นี้มันก็ดันก้าวเข้ามาอยู่ในรถของเขาจนได้ แกนี่มันย้อนแย้งชะมัดยัยครีม
“ฮึ่ย! หนาว” ปากอิ่มซีดเซียวกระทบกันเสียงดังกึกกัก กอดก่ายตัวเองด้วยความหนาวสั่น ดวงตากลมเหลือบมองออกไปข้างหน้าต่างไม่ยอมสบตาพูดจากับคนขบด้านข้างสักคำ
โชเฟอร์สุดหล่อที่เนื้อตัวเปียกโชกไม่ต่างกันเดินลงมาเปิดประตูให้คนที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่ในรถ
ของเขา เพราะจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ยอมปริปากพูดจากับเขา และเขาก็รู้ว่าอะไรคือสาเหตุทำให้เธองอนเขาหนักขนาดนี้ แต่มันก็สมควรแล้วที่เธอจะโกรธ
"คุณอยากให้ผมจับคุณแก้ผ้าตรงนี้เลยไหม ผมทำได้นะ"
"คนบ้า!"
ปภินดาร้องแหวแล้วพรวดพราดลงมาจากรถเดินตามเข้าไปขึ้นลิฟต์
ภายในลิฟต์นั้นเงียบสงัดจนเขาได้ยินเสียงหัวใจที่รัวเป็นกลองของคนด้านข้างกับริมฝีปากอิ่มที่ซีดเซียวนั่นมันกำลังขบเม้มเป็นเส้นตรง
ไรฟันขาวกัดริมฝีปากอิ่มด้านล่างอย่างคนที่กำลังหักห้ามบางสิ่ง และทุกครั้งที่เธอกัดปากแบบนั้นทีไรเขาก็อยากตรึงหน้าสวยนั่นเข้ามาแล้วครอบครองปากกลีบปากคู่นั้นให้จมหายไปในปากของเขา
เพียงแต่เขาไม่สามารถทำได้
ถ้าหากเขาจูบเธอตอนนี้ ปภินดาก็คงจะโกรธและเกลียดเขาและสาบเขามากขึ้น แค่แม่เขาคนเดียวที่ทำกับเธอแบบนั้นมันก็เป็นตราบาปในใจของเขาไปชั่วชีวิตแล้ว
ตอนนี้เขาต้องสงบจิตสงบใจไม่คว้าเธอมากอด ไม่รั้งเอวเธอมาแนบชิด เขาต้องอยู่ให้ห่าง ๆ เธอจนกว่าเธอจะเชื่อในตัวเขาอีกครั้ง
