บทที่ 10 Ep9
ร่างสูงของแทนคุณที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมลงมาสองสามเม็ดกับกางเกงยีนส์สีซีดแบรนด์เนมดังก้าวลงมาจากรถหรูเมื่อเห็นคนที่นัดหมายกันมาถึงหน้าคอนโดแล้ว
แทนคุณยืนกอดอกพิงรถ ดวงตาคมกริบมองคนที่เปิดกระเป๋าตังค์เพื่อจ่ายเงินให้กับ Grab ที่ขับมอไซค์มาส่ง รอจนกระทั่งคนตัวเล็กเดินมาหยุดตรงหน้าเขา
“พี่แทนรอนานไหม” รอยยิ้มเล็กๆ บนหน้าสวยช่วยความหงุดหงิดได้บ้าง แต่ถึงอย่างนั้นแทนคุณก็ไม่หยุดทำหน้าตึง
“ทำไมหมอกไม่รอพี่”
“คะ?”
“เราตกลงกันว่าจะออกจากบ้านพร้อมกันแล้วทำไมถึงหนีมาก่อนไม่ยอมรอ” ตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ปรากฏว่าหมอกมาแล้ว เจอแบบนั้นคืองงเลย รีบร้อนแค่ไหนก็คุยกันได้เลยไม่เข้าใจว่าเธอจะทำแบบนั้นทำไม
“หมอกรีบอ่ะพี่แทน ขอโทษนะคะ” แทนคุณมองคนที่ยกมือไหว้ลวกๆ พร้อมกับถอนลมหายใจพรืดใหญ่ ต่อให้จะไม่เข้าใจที่เธอหนีมาก่อนสุดท้ายก็ทำได้เพียงคว้าข้อมือเล็กแล้วพาขึ้นไปบนห้องพร้อมกัน
“ปกติพี่จะใช้ห้องนี้ หมอกใช้อีกห้องละกันพี่ให้แม่บ้านมาทำความสะอาดไว้แล้ว” แทนคุณเปิดประตูห้องนอนที่จะให้หมอกใช้พร้อมกับหลีกทางให้ร่างบางเดินเข้าไปสำรวจในห้อง
“โอเคค่ะพี่แทน งั้นหมอกรบกวนพี่ช่วงนี้ก่อน ไว้หาห้องได้หมอกจะย้ายออกนะ”
“ทำไมต้องหาห้องใหม่ แล้วทำไมต้องย้ายออกพี่บอกแล้วไงว่าย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ได้เลยห้องนี้ไม่มีคนใช้”
“แล้วพี่แทนไม่ได้กลับมานอนที่นี่หรอ”
“มาบางครั้ง มาแค่ตอนที่นัดเพื่อนไว้แล้วกลับไม่ไหวแค่นั้นเอง แต่ถึงพี่มาเราก็อยู่กันคนละห้องอยู่แล้ว คุณย่าก็รับรู้เรื่องนี้แล้ว หรือหมอกติดเรื่องอะไร” แทนคุณเลิกคิ้วถาม ปกติก็อยู่บ้านหลังเดียวกันอยู่แล้ว เขาไม่มีปัญหาเรื่องนี้ หรือว่าเป็นหมอกที่มี
“หมอกเกรงใจ เผื่อพี่แทนต้องการความเป็นส่วนตัวไง”
“อยู่เถอะ พี่เต็มใจ แล้วจะย้ายเข้ามาอยู่วันไหน”
“คืนนี้นอนนี่เลยได้ไหม หมอกขี้เกียจกลับอ่ะ”
“หมายถึงอยู่คืนนี้ก่อนแล้วค่อยกลับไปเก็บของวันหลังเหรอ”
“เดี๋ยวหมอกให้พี่ม่านเก็บของให้แล้วฝากพี่แทนเอามาให้วันหลังได้ไหม”
“เป็นอะไรไหมเนี่ย พี่ว่าช่วงนี้หมอกแปลกๆ ไปนะ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจทำไมไม่เล่า หรือไม่ไว้ใจพี่” แทนคุณจ้องคนตรงหน้านิ่งๆ แน่นอนว่าห่วงมากกว่าจับผิดอยู่แล้ว
“ไม่ใช่แบบนั้น อย่างวันนี้หมอกมีเรียนบ่ายแล้วเย็นๆ ก็นัดติวกับเพื่อนไว้ไม่รู้จะเสร็จตอนไหน แล้วอีกอย่างหมอกไม่ได้ขับรถไปกลับเองด้วยนะ หมอกเกรงใจอ่ะพี่แทน”
“ถ้าเป็นเรื่องนั้นก็แล้วไป มีอะไรก็บอกพี่ ไม่ต้องเกรงใจเลยนะเข้าใจไหม คนกันเองนะหมอก” หมอกคลี่ยิ้มแล้วพยักหน้าหงึกหงัก
“รับทราบค่ะ ไว้วันหลังหมอกฝากพี่แทนเอาของมาให้หน่อยนะ” แทนคุณพยักหน้ารับ ทำให้ได้หมดนั่นแหละ พร้อมซัปพอร์ตทุกอย่างเลย
ช่วงเที่ยงแทนคุณสั่งของมาทานที่ห้อง เป็นส้มตำปูปลาร้าที่หมอกโปรดปราณนักหนากับไก่ย่างมันๆ ฉ่ำๆ มีกับข้าวอย่างอื่นติดมาด้วยสองสามอย่าง และเหมือนจะเข้าทาง รู้สึกว่าหมอกจะทานเยอะมากกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย
“ชอบเหรอ หรือร้านนี้อร่อย” แทนคุณมองคนตัวเล็กที่ใช้ตะเกียบคีบเส้นมะละกอเข้าปาก หมอกเป็นคนแรกที่บอกกับเขาว่าเวลากินส้มตำใช้ตะเกียบคีบเส้นมันจะอร่อยกว่าการใช้ส้อม ส่วนไก่ย่างใช้มือฉีกแบ่งชิ้นแล้วทานเลย
“ชอบและอร่อยด้วยค่ะ ไก่ย่างร้อนๆ เลย”
“งั้นก็กินเยอะๆ ไม่อิ่มเดี๋ยวพี่สั่งเพิ่มให้”
“ใจดีนะเนี่ย หล่อแล้วยังใจดีอีกต่างหาก” แทนคุณมองหน้าคนที่เคี้ยวไก่อยู่ในปากจนแก้มป่องก่อนจะยิ้มขำ
“อารมณ์ไหนมาชมพี่”
“ก็จริงๆ หมอกพูดจริงๆ พี่แทนคือที่สุด คือหล่อเลย หล่อกว่าพี่ทัพพ์ร้อยเท่าพันเท่าอ่ะ”
“โห อันนี้คือเวอร์แล้ว โกรธอะไรพี่ทัพพ์มาแหละเลยมาแกล้งชมพี่อ่ะ”
“หมอกพูดจริงๆ คือพี่ทัพพ์ไม่อยู่ในสายตาอ่ะบอกเลย” แทนคุณเงยหน้ามองคนที่เผลอพูดอะไรต่อมิอะไรออกมาแล้วคิดตาม ไม่รู้เหมือนกันว่าการที่หมอกย้ายมาอยู่ด้านนอกมันเป็นเพราะเธอโกรธหรือทะเลาะอะไรกับทัพพ์ไหม แต่เขาจะต้องรู้เรื่องนี้ให้ได้
เกือบหนึ่งสัปดาห์เต็มที่หมอกใจแข็งไม่ยอมกลับบ้านเลย แต่ไม่ใช่ว่าเธอจะหายเงียบไปโดยขาดการติดต่อ หมอกโทรหาคุณย่าทุกวัน เล่าให้ฟังหมดว่าแต่ละวันทำอะไรไปบ้าง คุณย่ารับฟังและเข้าใจทุกอย่าง ไม่ลืมที่จะกำชับว่าพักผ่อนเยอะๆ และอย่าลืมดูแลตัวเองด้วย
เพราะเป็นวันศุกร์ และแทบจะเป็นศุกร์ก่อนวันหยุดครั้งแรกที่หมอกมีเวลาอยู่กับเพื่อน ทุกคนเลยลงความเห็นว่าจะออกไปกินข้าวนอกบ้านกัน
ก้อยเลือกร้านข้าวที่นั่งดื่มนั่งชิวได้ด้วย ในกลุ่มประกอบไปด้วย ก้อย น้ำหวานและหมอก และขณะที่สั่งอาหารไปแล้วและนั่งจิบเครื่องดื่มขณะรอ ก้อยกลับเห็นใครบางคนที่หมอกไม่ได้อยากจะเจอ
“หมอก นั่นพี่ทัพพ์ปะวะ หน้าคุ้นๆ เหมือนจะใช่นะ” ทันทีที่ถูกถาม หมอกหันขวับไปมองทันที
“พี่ทัพพ์มองมาทางนี้ด้วยอ่ะ ไม่รู้ว่าเขาจะเห็นแกไหมนะ”
“อย่ามองๆ ไม่ต้องไปมองเขา เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ” หมอกโบกไม้โบกมือห้ามเพื่อนไม่ให้หันไปมองเขาจากนั้นก็รีบลุกทันที ท่าทางลุกลี้ลุกลนทำให้ก้อยจำต้องถามออกไป
“มีอะไรปะแก แกเดินหนีพี่ทัพพ์เหรอ”
“ไม่ๆ เดี๋ยวฉันมานะ” แล้วหมอกก็รีบลุกเดินออกมาจากตรงนั้นทันที ขอทีเถอะ ขอให้พี่ทัพพ์ไม่เห็นเธอ ขออย่ามีเรื่องอะไรมาทำให้ยุ่งยากวุ่นวายไปมากกว่านี้เลย เธอไม่อยากเจอเขา ไม่อยากเจอเลยแม้แต่นิดเดียว ในเมื่อเธอเดินออกมาแล้วก็ขอให้ทุกอย่างมันจบแค่นั้นเถอะ
หมอกเดินเข้ามาเก็บตัวอยู่ในห้องน้ำเกือบครึ่งชั่วโมง มิหนำซ้ำยังตัดสินใจส่งข้อความไปถามก้อยก่อนว่าคนที่เธอไม่อยากเจอเขายังอยู่ที่เดิมหรือเปล่า จนกระทั่งได้คำตอบว่าพี่ทัพพ์ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้วเธอเลยยอมออกมาจากห้องน้ำ
แต่เหมือนทุกอย่างจะไม่ได้เป็นไปในแบบที่เธอคิด ทันทีที่หมอกก้าวออกมาจากห้องน้ำเธอก็เจอกับทัพพ์ที่เดินมาขวางหน้าเธอไว้ทันที จังหวะมันเหมาะเจาะเหมือนเขาคอยเธออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
“พี่ทัพพ์!”
“แล้วคิดว่าใคร” ทัพพ์ใช้ร่างสูงของตัวเองบังหน้าอีกคนเอาไว้ไม่ยอมให้เดินหนี
“ขอตัวค่ะ หมอกกับเพื่อนจะกลับแล้ว”
“จะกลับทั้งที่เพิ่งมาถึง ยังไม่ได้กินข้าวเลยน่ะนะ” หมอกเงยหน้ามองคนตัวสูง เธอไม่รู้ว่าเขาจะเห็นเธอตั้งแต่แรก และถ้าฟังจากน้ำเสียงประชดประชันต่อให้เธอจะพยายามอธิบายแบบไหนเขาก็คงไม่ได้คิดที่จะสนใจจะฟังอยู่ดี
“ถอยด้วยค่ะหมอกจะเดิน”
“คุณย่าคงไม่รู้สินะว่าเหตุผลที่เธอไม่ยอมกลับบ้านเพราะเธอติดเพื่อน ติดเที่ยวแบบนี้อ่ะ หรือพี่ควรรายงานคุณย่า คุณย่าจะได้รู้ว่าจริงๆ ว่าเธอไม่ได้เป็นเด็กน่ารักแสนดีในสายตาเขาเลย”
“หมอกรายงานคุณย่าทุกอย่าง โทรหาคุณย่าทุกวัน”
“ต่อหน้าก็เรียบร้อย แสนดี ลับหลังเกเรแบบนี้ พี่ว่าท่านคงยังไม่รู้มั้ง”
“แล้วยังไงคะ ก็เลยคิดจะไปฟ้องเหรอคะ ก็เอาสิ เชิญพี่ไปฟ้องได้ตามสบาย หมอกไม่ได้กลัว” ทัพพ์ขบกรามแน่น มองสบตากับยัยเด็กหมอกที่เดี๋ยวนี้เถียงคำไม่ตกฟาก
“เชื่อเถอะว่าถ้าพี่ฟ้อง ชีวิตนี้เธอไม่เหลือใครแน่ คุณย่ารักคุณย่าหลงน่ะดีแล้ว แต่ถ้าเธอยังทำตัวเกเรไม่ยอมกลับบ้านตามที่ตกลงกับคุณย่าเอาไว้พี่ฟ้องแน่ ถึงตอนนั้นเด็กเกเรแบบเธอไม่มีใครรักแน่นอน”
ตบปากพี่ทัพพ์ได้ไหม ยิ่งหนีก็ยิ่งเจอแบบนี้ไม่ไหวเลย แบบนี้เขาไม่เรียกพรหมลิขิตนะคะ เรียกกรรมลิขิตค่ะ 😔
กดไลก์+คอมเมนต์+กดติดตาม
เท่ากับ=กำลังใจงับ 💕🫶🏼
