บทที่ 12 Ep11

“สรุปคือหมอกต้องรอจนกว่าพี่จะสมหวังสินะ” โคตรเห็นแก่ตัว! 

หมอกกร่นด่าคนตัวโตในใจ แต่ก็ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ เธอไม่อยากต่อความยาวให้มันน่ารำคาญไปมากกว่านี้ ยืดเยื้อก็มีแต่จะเสียเวลา 

“งั้นก็แล้วแต่พี่ทัพพ์เถอะค่ะ หมอกไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรอยู่แล้วนี่” 

“ถ้าตัดเรื่องที่พี่พลาดกับหมอกคืนนั้นออกไป พี่แย่ตรงไหน พี่ไม่เหมาะสมกับพี่สาวเธอหรือไง”

“หมอกบอกแล้วไงว่าเรื่องนั้นเชิญพี่ไปคุยกับพี่ม่านเอง ไม่เกี่ยวกับหมอก”

“เกี่ยวสิหมอก ถ้าเธอเชียร์พี่ ม่านจะเลือกพี่ง่ายขึ้น ม่านรักเธอจะตาย ถ้าเธอช่วยพี่ ม่านก็จะยอมแต่งงานกับพี่แน่ๆ”

“ทุกอย่างมันขึ้นอยู่ที่พี่ ถ้าพี่ดีจริงพี่ม่านก็ต้องเลือกพี่อยู่แล้ว” 

“ไม่รู้แหละ ถ้าเธออยากให้เรื่องของเรามันจบจริงๆ เธอต้องช่วยพี่สิ ถ้าเธอไม่ช่วย แปลว่าเธอไม่อยากจบ ตราบใดที่ม่านไม่ยอมแต่ง พี่จะคิดว่าหนึ่งในเหตุผลมันเป็นเพราะเธอ” 

“ประสาท พี่โคตรประสาทเลยพี่ทัพพ์!” ทัพพ์ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตัวเองเบาๆ เมื่อถูกอีกคนต่อว่า หมอกตรงไปตรงมาเสมอ ตรงจนเขาไม่คิดว่าเธอจะตรงได้ขนาดนี้

“เอาเป็นว่าตามนั้น ถ้าพี่ทำอะไรให้หมอกไม่พอใจ พี่ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ ช่วยพี่สักครั้งเถอะ แล้วพี่จะไม่ลืมบุญคุณ” ตอนนี้อะไรยอมได้เขายอมทั้งนั้น เขาไม่ยอมเสี่ยงกับอารมณ์หมอกเด็ดขาด บางครั้งเธอก็อ่านยาก ยากจนไม่เข้าใจว่าเธออยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่ ขืนหงุดหงิดแล้วปากโป้ง ชีวิตเขาจบแน่ ชีวิตเขาอยู่ในเงื้อมมือเธอ

“ถึงยังไงตอนนี้เธอก็ต้องกลับกับพี่ พี่บอกคุณย่าเอาไว้แล้วว่าจะแวะค้างคอนโดไอ้แทน อีกอย่างนะหมอก เราอยู่บ้านหลังเดียวกันมาตลอด ไม่มีใครคิดเรื่องแบบนั้นหรอก”

“หมอกตามใจตัวเองไม่ได้อยู่แล้วนี่ งั้นก็เอาที่พี่สบายใจได้เลย” เอ่ยออกมาก่อนจะเบือนหน้าออกไปอีกทาง ทนอีกนิดเถอะ เธอเรียนจบ เขาแต่งงานกับพี่สาวเธอ ทุกอย่างมันก็จบแค่นั้น มันอีกไม่นานเกินรอแล้วจริงๆ 

@คอนโดมิเนียม

กลับมาถึงห้อง หมอกจะแยกย้ายจากอีกคนเลยแต่เขารั้งเธอไว้ บอกให้คอยเพราะจะหาข้าวให้กิน เธอปฏิเสธแล้ว บอกว่าไม่กิน จะไปนอนเลย แต่ทัพพ์ไม่ยอม เขาขู่ว่าต่อให้เธอจะหนีเข้าห้องเขาก็ตามไปเคาะประตูอยู่ดี สุดท้ายก็ทำได้เพียงนั่งคอตกรออีกคนทำข้าวให้กิน

เมนูข้าวผัดง่ายๆ ทว่าดูน่ากินมากๆ ไม่เคยรู้ว่าทัพพ์ทำอาหารเก่ง เหมือนพี่สาวเธอที่เก่งเรื่องทำอาหารเหมือนกัน 

“ชิมดูว่ารสชาติได้เรื่องไหม พี่พยายามทำอาหารเพราะม่านเลยนะ แต่งงานกันไปพี่จะได้ทำให้เขากิน” ใบหน้าหล่อเหลามีรอยยิ้มจางๆ เมื่อเอ่ยถึงผู้หญิงอีกคนที่ทำอาหารเก่งมาก เก่งทุกอย่าง ทั้งสวยทั้งเก่ง 

“ดีไหมหมอก” ทัพพ์ตวัดสายตามองใบหน้าที่บูดบึ้งของคนที่ได้ชิมฝีมือเขาเป็นคนแรก

“ดีค่ะ พี่ม่านจะได้ไม่ต้องเหนื่อย”

“อยู่แล้ว พี่ไม่ยอมให้เมียพี่เหนื่อยหรอก สบายใจเถอะ พี่ดูแลพี่สาวเธอดีแน่นอน”

“มันก็ต้องเป็นแบบนั้น เพราะถ้าพี่ดูแลไม่ดี หมอกคงไม่ยอมให้พี่ม่านเลือกพี่หรอก” 

“พูดแบบนี้หมายความว่าไง อย่าบอกนะว่าให้โอกาสผู้ชายคนอื่นมาเป็นคู่แข่งพี่อ่ะ”

“ตอนนี้ไม่ แต่ถ้าพี่ออกลายก็ไม่แน่” ทัพพ์ชักสีหน้าใส่คนที่เหมือนจะเหนือกว่าอยู่ตลอดเวลา ควบคุมอะไรคนอย่างหมอกไม่เคยได้เลย

“พี่รักของพี่ คิดเหรอว่าพี่จะยอมให้คนอื่นแย่งเขาไป” คนตัวโตยืนยันออกมาอย่างหนักแน่นก่อนจะหมุนตัวกลับ เขาเดินไปตักข้าวสำหรับตัวเองก่อนจะเดินมาหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามกับเธอ 

“เอาอะไรมามั่นใจว่าคนอื่นจะรักม่านได้เท่าพี่” มือที่กำลังประคองช้อนไปจ่อที่ปากชะงักไปทันที ดวงตากลมโตช้อนมองคนที่บอกรักพี่สาวเธอเต็มปากเต็มคำ คนที่ยืนยันคำเดิมซ้ำๆ ไม่เคยเปลี่ยนใจ

“พี่รักม่านมากกว่าตัวพี่เองซะอีก”

“พี่จะมาบอกหมอกทำไม”

“เผื่อหมอกไม่รู้ไง”

“หมอกไม่ได้อยากรู้เลยพี่ทัพพ์ พี่รู้สึกกับใครพี่ก็ไปบอกคนนั้นเถอะ” 

“หงุดหงิดทำไม” ทัพพ์หรี่ตามองคนตรงหน้าที่ดูจะขัดเขาทุกอย่าง ขัดได้ทุกเรื่อง หมอกกำลังเปลี่ยนไป ไม่มีอะไรที่เหมือนเดิมเลย

“หมอกอิ่มแล้ว ขอตัวนะคะ” หมอกกระชากตัวลุก เดินตัวปลิวถือจานไปล้างให้เรียบร้อย แต่เหมือนอีกคนจะยังวอแวไม่เลิก

“แล้วสรุปพรุ่งนี้กลับบ้านพร้อมกันเลยไหม”

“ไม่กลับ พี่กลับไปได้เลย”

“แต่ม่านบอกให้พี่พาเธอกลับด้วย”

“ถ้าวันไหนว่างหมอกจะกลับเอง”

“พี่ไม่ได้อยากวอแวนะหมอก ถ้าม่านไม่ขอพี่ก็คงไม่มาตื้อเธอหรอก”

“เดี๋ยวหมอกคุยกับพี่ม่านเอง เป็นอันว่าจบนะคะ” ทัพพ์มองคนที่ล้างจานเสร็จก็รีบคว่ำจานแล้วเดินหนีเข้าห้องก่อนจะถอนลมหายใจออกมาเบาๆ เอาจริงๆ ที่ตามตอแยไม่ได้เป็นเพราะว่าม่านขอ แต่เขาแค่อยากมั่นใจว่าหมอกไม่ได้โกรธเขาจนคิดจะหลุดปากเรื่องนั้นออกมา ยอมรับว่ามันเป็นปัญหาใหญ่มาก คนที่เขาพลาดนอนด้วยคือน้องสาวของผู้หญิงที่เขารักมาก ถ้าหมอกหลุดปาก ทุกอย่างก็พัง และเราคงเกี่ยวข้องกันยาวๆ หากเขาลงเอยกับม่านจริงๆ เพราะแบบนั้นเขาเลยไม่อยากให้มีเรื่องไหนมากวนใจ อย่างน้อยๆ ระหว่างที่รอจนกว่าจะได้แต่งงานกับม่าน ขอให้หมอกทำตัวเหมือนเดิมให้ได้ก่อน

วันต่อมา

หมอกพยายามตื่นเช้าให้มากที่สุดเพราะตั้งใจจะออกจากห้องแต่เช้า เลี่ยงการเจอหน้าใครบางคนที่หลับนอนในห้องติดกัน ทั้งที่พยายามแล้ว ทว่าเธอกลับช้ากว่าอีกคนอยู่ดี ทันทีที่ก้าวขาออกมาจากห้องนอนก็พบร่างสูงของอีกคนยืนจิบกาแฟอยู่ก่อนแล้ว

“ตื่นเช้าเหมือนกันนี่” ทัพพ์มองหน้าคนที่ตั้งใจจะหนีเขา ก่อนจะกวาดสายตาลงต่ำมองการแต่งตัวของอีกคนในเช้านี้

“สรุปวันนี้ไม่ได้มีเรียนและไม่ได้มีธุระที่ไหนพี่เข้าใจถูกไหม แล้วนี่จะไปไหน อย่าบอกนะว่ากำลังจะหนีกลับบ้าน” ทันทีที่เอ่ยออกมาแบบนั้น หมอกมองหน้าคนรู้ทันทันที

“แค่กลับบ้าน ทำไมต้องหนี”

“นั่นน่ะสิ แค่กลับบ้านทำไมต้องหนี หรือเธอมีปัญหากับการนั่งรถไปกับพี่ ลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าเมื่อก่อนพี่คือคนที่รับส่งเธอมาตลอด กลับด้วยกันแค่นี้ไม่เห็นเป็นไรเลยหมอก รู้หรือเปล่าว่าเธอกำลังทำตัวมีพิรุธแค่ไหน” 

“หมอกแค่ไม่อยากกลับกับพี่”

“นั่นแหละที่เขาเรียกว่าทำตัวมีพิรุธ ช่วยทำตัวให้เป็นปกติหน่อยสิ ถ้าเธอเอาแต่ทำตัวอยู่แบบนี้คนอื่นจะสงสัยเรื่องของเรา” ทัพพ์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จากนั้นก็รีบเก็บแก้วกาแฟที่อยู่ในมือแล้วเดินไปแย่งกระเป๋าเป้จากบ่าของอีกคน

“พี่ช่วย”

“ไม่ได้บอกว่าจะไปด้วย หมอกจะแวะไปหาเพื่อนก่อนกลับ พี่กลับไปก่อนเลย” คนตัวเล็กขยับตัวหนี เธอไม่อยากอยู่ใกล้เขาไปมากกว่านี้ ยิ่งอยู่ใกล้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นมันก็เอาแต่วนฉายซ้ำอยู่ในหัว ลืมไม่เคยได้เลย

“จะไปหาเพื่อนที่ไหน พี่จะพาไป”

“หมอกไม่กลับกับพี่ไงพี่ทัพพ์”

“ทำไมถึงกลับกับพี่ไม่ได้ พี่บอกแล้วไงว่ายิ่งทำตัวแบบนี้คนอื่นก็ยิ่งสงสัย หรือเธออยากให้คนอื่นรู้เรื่องของเรา” หมอกกลืนน้ำลายเหนียวลงคอด้วยความยากลำบาก เธอเองก็อยากได้คำตอบในบางเรื่องจากเขาเช่นกัน

“แล้วถ้าเกิดว่าวันหนึ่งมีคนรู้เรื่องของเราล่ะ”

“พี่ก็จะบอกทุกคนว่าวันนั้นพี่เมา พี่แค่พลาด พี่แค่เข้าใจว่าคืนนั้นคือม่าน ไม่ใช่หมอก”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป