บทที่ 9 Ep8
“เกลียดหมอกมากเลยเหรอพี่ทัพพ์” หมอกเอ่ยถามพร้อมกับยกยิ้มอย่างเย้ยหยัน แต่ต่อให้เธอจะแสดงออกแบบนั้น ทว่ามันกลับตรงกันข้ามกับความรู้สึกที่แท้จริงโดยสิ้นเชิง
“ทนหน่อยละกันนะคะ แค่ทนเจอหน้ากันแค่ครั้งคราวแหละ หมอกก็ไม่ได้รักพี่เหมือนกัน”
“ให้มันจริงเถอะ อย่าดีแต่พูด”
“เดี๋ยวหมอกรีบมีแฟนนะ เอาให้ดีกว่าพี่แน่นอน” หมอกผลักอกทัพพ์แรงๆ ให้เขาออกไปให้พ้นๆ หน้า เมื่อก่อนก็ไม่ได้ขนาดนี้นะ แต่หลังจากคืนนั้นแหละ คืนที่เขาคิดว่าเธอคือพี่ม่าน ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันเลยแย่มากลงทุกวัน
ก็ไม่ใช่เขาหรอกเหรอที่เป็นคนลากเธอเข้าไปในห้องนั้น ใจคอจะเอาแต่โทษเธออยู่แค่ฝ่ายเดียวหรือไง ถ้ามันจะผิด ไม่ใช่ผิดกันทั้งคู่เหรอ แล้วทำไมเอาแต่โทษเธอ
“ขอให้รีบมีเถอะ อย่าให้ความรักของพี่กับม่านพังเพราะเธอ” ขนาดเธอหันหลังเดินออกมาแล้วแท้ๆ แต่เขาก็ยังอุตส่าห์พูดตามหลัง
หมอกเชิดใบหน้าขึ้นก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา ถ้าจะขนาดนี้ก็พูดคำว่าเกลียดออกมาเลยเถอะ บอกว่าเกลียดเธอตรงๆ เลยก็ได้ เธอคงไม่เจ็บและรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้แล้ว
วันต่อมา
หมอกเดินลงมาจากชั้นสองในตอนหกโมงเช้าด้วยชุดแอร์พอร์ตลุคสีขาว บนบ่าสะพายกระเป๋าเป้สีดำขนาดกลาง ที่มีข้าวของสำคัญที่จำเป็นต้องเอาติดตัวไปด้วย อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะออกจากบ้านตั้งแต่เช้าเลยเพราะไม่อยากเจอใคร สุดท้ายพี่สาวเธอก็ตื่นเช้ามากกว่าอยู่ดี
“จะไปไหนแต่เช้าหมอก ทำไมต้องรีบขนาดนี้”
“ไม่ๆ หมอกบอกทุกคนบนโต๊ะอาหารแล้วไงคะว่าจะไปตอนเช้าเลย” และการที่เธอออกเช้ามากกว่าที่ทุกคนคิด ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอไม่บอกใครเลย เธอบอกคุณย่าแล้ว คุณย่ารับรู้ทุกอย่าง
“แต่หมอกบอกว่าจะไปพร้อมพี่แทนไม่ใช่เหรอ แล้วไหนล่ะพี่แทน ทำไมไม่รอเขา” ม่านมองน้องที่ดูมีพิรุธมาก เอาจริงๆ เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าน้องสาวเธอถึงมีเหตุผลอะไรกันแน่
“มีอะไรหรือเปล่าหมอก เป็นอะไรทำไมถึงไม่ยอมบอกพี่ หรือมีปัญหาอะไรทำไมเราไม่คุยกันดีๆ” ม่านดึงมือหมอกมาจับเอาไว้ สายตาแสดงความห่วงใยออกมาอย่างชัดเจน
“มีอะไรจะบอกพี่ไหม” หมอกส่ายหน้าทันที พยายามฝืนยิ้มและทำตัวให้เป็นปกติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ไม่มีอะไรจริงๆ หมอกก็แค่ออกเช้าเฉยๆ คิดว่าถ้าพี่แทนไปถึงก็ค่อยไปดูคอนโดพร้อมกัน”
“แน่ใจใช่ไหมว่าไม่ได้มีเรื่องไม่สบายใจจริงๆ”
“จริงสิ ถ้ามีหมอกก็บอกพี่แล้ว ไม่ปิดบังหรอก”
“เรามีกันแค่นี้นะหมอก และรู้ไว้เลยว่าหมอกยังมีพี่เสมอ หมอกสำคัญกับพี่เสมอ ไม่ว่าหมอกจะเจอกับปัญหาอะไรอยู่ก็ตาม หมอกต้องบอกพี่นะ”
“รู้แล้ว ไว้มีหมอกจะบอกพี่ม่านนะ หมอกไม่มีปัญหาอะไรจริงๆ พี่ม่านอย่าคิดมากเรื่องหมอกเลย คิดเรื่องพี่กับพี่ทัพพ์เถอะ” หมอกฝืนยิ้มกว้างๆ ให้คนตรงหน้า รู้ว่าคนตรงหน้าเป็นห่วงและรักเธอมาก และเธอเองก็รักพี่สาวคนนี้มากไม่ต่างกัน เธอพร้อมจะไปให้พ้นแค่พี่สาวคนนี้มีความสุขที่สุด แค่พี่สาวเธอรักพี่ทัพพ์เหมือนที่พี่ทัพพ์ก็รักพี่สาวเธอ สาบานว่าเรื่องนั้นจะเป็นความลับไปจนวันตาย
ตอนที่หมอกผละออกมาจากพี่สาวแล้วก้าวออกจากตัวบ้าน จังหวะนั้นเธอสวนทางกับทัพพ์ที่ไปวิ่งออกกำลังกายมาพอดี
ทั้งที่รู้ว่าเป็นเขา แต่หมอกเลือกที่จะไม่มอง ไม่สนใจ ปล่อยผ่านโดยการเดินผ่านหน้าเขาออกมาเลย เลยกลับกลายเป็นทัพพ์ที่หยุดฝ่าเท้าแล้วหันกลับไปมองคนตัวเล็กที่เดินผ่านไป
หมอกลืมเรื่องนั้นได้จริงๆ ก็ดี แต่ถ้าจะให้ดีที่สุด หมอกควรรับเงินจากเขา อย่างน้อยๆ ให้เขาได้ตอบแทนหรือชดเชยให้เธอสักหน่อยเพื่อให้เขามั่นใจว่าจะไม่มีอะไรติดค้างเธอจริงๆ
เพราะมีเรียนในช่วงบ่าย ทันทีที่เข้ามาถึงในตัวจังหวัดหมอกเลยแวะไปหาเพื่อนก่อน อาศัยห้องเพื่อนเพื่อนอนเพราะยังเหลือเวลาอีกตั้งหลายชั่วโมง
ก้อยเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันที่หมอกสนิทด้วยมากที่สุด เธอเลยเลือกมาหาคนนี้ ถึงแม้จะไม่ได้บอกเพื่อนล่วงหน้าแต่สุดท้ายก้อยก็ยังยินดีต้อนรับอยู่ดี
“แกเป็นไรปะเนี่ย หน้าดูเหนื่อยๆ นะ มีเรียนช่วงบ่ายแล้วทำไมถึงมาเร็วนักล่ะ” คนถามยื่นกระป๋องน้ำอัดลมให้ ส่วนไอ้ที่แขนหนีบไว้ข้างลำตัวคือซองขนมที่ต่อมาก้อยก็ทำการฉีกแล้ววางมันต่อหน้าเพื่อน
“ไม่อยากอยู่บ้านอ่ะ เบื่อๆ”
“เบื่อใคร บ้านแกมีแต่คนหล่อๆ เอาอะไรมาเบื่อก่อน พี่ทัพพ์คือดี พี่แทนก็คือได้ ถ้าฉันเป็นแกนะ ฉันจะแต่งตัวสวยๆ ยั่วๆ แล้วอยู่ในดงคนหล่อทุกวันเลย” หมอกคิดตามก่อนจะส่ายหน้ารัวๆ ออกมาในที่สุด
“เพ้อเจ้อ ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วย นี่ตั้งใจจะย้ายออกมาอยู่คอนโดแล้วด้วย ไม่อยากกลับบ้าน จะกลับแค่ช่วง เสาร์-อาทิตย์ พอ” และเหตุผลที่ยอมกลับ เสาร์-อาทิตย์ คือเธออยากกลับไปหาคุณย่าและพี่ม่านเท่านั้นแหละ ไม่อย่างนั้นคงจะหางานทำช่วงวันหยุด เธอจะได้ไม่ต้องกลับไปที่นั่นเลย
“จริงดิ ทำไมอ่ะ แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยคิดจะย้ายออกมาอยู่ข้างนอก ใกล้จะเรียนจบแล้วถึงอยากมาย้าย ตกลงเป็นอะไรป่ะเนี่ยถามจริง”
“เอาจริงๆ ก็คือที่นั่นมันก็ไม่ใช่บ้านฉันไง”
“รู้ แต่แกรักคุณย่าไง และคุณย่าก็รักแกมากๆ ด้วย ยิ่งแกพูดแบบนี้มันยิ่งทำให้ฉันอยากรู้นะว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้แกอยากย้ายออกมาอยู่ที่คอนโด หรือแกมีแฟนวะหมอก”
“ไม่มี ฉันแค่เหนื่อยกับการเดินทางนั่นแหละ” หมอกหลบตาก่อนจะเปิดฝากระป๋องน้ำอัดลมแล้วใช้หลอดดูดดื่ม
“เออนี่ คอนโดนี้ยังมีห้องว่างอยู่ปะ เผื่อย้ายมาอยู่ที่เดียวกับแกเลย”
“แกถามช้าไปแล้วย่ะ ก่อนหน้านี้ญาติฉันก็ให้หาห้องให้ อยากได้ที่นี่เหมือนกันและมันดันเหลือห้องเดียวแล้วญาติฉันก็ย้ายเข้ามาอยู่เรียบร้อยแล้ว”
“อ้าวเหรอ ฉันถามแกช้าไปจริงด้วยอ่ะ” หมอกทำหน้าเสียดาย ลึกๆ แล้วตัวเธอเองก็ไม่ได้อยากรบกวนแทนคุณด้วย นั่นมันเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขา แทนคุณค่อนข้างชอบเที่ยว มีเพื่อนเยอะ บางครั้งเขาก็อาจจะใช้ห้องไม่มากก็น้อย การที่เธอเข้าไปอยู่ที่นั่นมันก็อาจจะเป็นการรบกวนเขาจริงๆ
“มีที่อื่นแนะนำไหม ขอแบบพร้อมย้ายเข้าเลย”
“นี่เอาจริงเหรอ แกดูรีบๆ อ่ะ”
“ก็รีบแหละ ถ้าได้ห้องวันนี้เลยยิ่งดี”
“ถ้าแกเหนื่อยกับการเดินทางแกมานอนกับฉันก่อนก็ได้นะหมอก”
“แล้วแฟนแกล่ะ เวลาพี่เขามาหาแกฉันต้องทำยังไง” ก้อยสบตาเพื่อนก่อนจะยิ้มแห้งๆ
“ก็ถ้าวันไหนแฟนฉันมาหา ฉันก็จะบอกแกล่วงหน้าไง” ก็รู้แหละว่าเพื่อนอยากช่วย แต่เธอก็ไม่อยากทำให้เพื่อนต้องยุ่งยากไปด้วยขนาดนั้น
“ไม่เป็นไรหรอก ถึงยังไงก็ขอบใจแกมากนะก้อย แต่ระหว่างที่ยังไม่ได้ห้อง ฉันไปอาศัยห้องพี่แทนอยู่ก่อนละกัน เห็นเขาบอกว่ามีสองห้องนอนอ่ะ”
“โอ๊ย อิจฉาแกว่ะยัยหมอก ผู้ชายรอบตัวแกคือเริศเลอเพอร์เฟคมาก ถ้าฉันไม่มีแฟน สาบานว่าฉันจะจีบเขา คนใดคนหนึ่งต้องเป็นของฉัน” หมอกคิดตามคำว่าเลิศเลอเพอร์เฟคที่ก้อยใช้กับพี่ทัพพ์และพี่แทน โดยเฉพาะกับพี่ทัพพ์ ผู้ชายคนนั้นอาจจะเลิศเลอเพอร์เฟคในสายตาของผู้หญิงคนอื่น แต่แน่นอนว่าต่อจากนี้มันไม่ใช่กับคนอย่างเธอ
--------------------
ตอนที่เดินสวนกัน วันนี้หมอกอาจจะไม่มองเพราะไม่อยากเห็นหน้า แต่ในอนาคตไม่แน่นะพี่ทัพพ์ หมอกอาจจะไม่มองเพราะเกลียดก็ได้ค่ะ 😊🫶🏼
