บทที่ 8 ใครคือคนสำคัญ?

“สองเดือนที่คบกันเป็นยังไงบ้างล่ะ”

“สองเดือนแล้วเหรอคะ”

“นี่อย่าบอกนะว่าเธอไม่ได้นับ”

น้ำเสียง สีหน้า แววตา มินนี่ไม่อยากจะเชื่อ สิตาเป็นผู้หญิงประเภทไหนกัน บางคนนั่งนับนอนนับวันเพื่อจะได้หาวันครบรอบไปดินเนอร์หรือทำอะไรที่มันพิเศษ ยกตัวอย่างเช่น ครบรอบหนึ่งเดือน ครบรอบร้อยวัน อะไรแบบนี้ แต่สิตา...

มินนี่มองสิตาราวกับเห็นสิตาเป็นตัวประหลาด

“เธอนี่มัน....อ่า!” คิดคำพูดไม่ออก

“ฉันก็แค่ไม่ได้นับ”

“OMG! ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น นั่งนับนอนนับแล้วล่ะ”

“ฉันไม่ใช่ผู้หญิงคนอื่นนี่คะ”

“อ้อ...นี่เธอคิดจะทำตัวแปลกแหวกชาวบ้านชาวช่องเขา เพื่อเรียกร้องความสนใจจากพี่วาคิมใช่ไหม”

“พี่มินนี่จะทำตามเหรอคะ”

“เหอะ!! อย่างฉันแค่กระดิกนิ้วเรียกก็พอแล้วย่ะ”

“ค่ะ”

“ค่ะอะไรของเธอ”

“เข้าใจค่ะ”

“กวนประสาทชะมัด”

มินนี่ให้ความสนใจเรื่องความรักของผู้อื่น แต่สิตาคิดว่า เรื่องที่มินนี่จะต้องให้ความสนใจมากที่สุด ควรเป็นเรื่องที่มินนี่พาตัวเองมาใกล้ชิดสิตามากขึ้นทุกวัน ถ้าสิตาคือคนแปลก มินนี่ก็คงเป็นคนที่แปลกมากกว่า

ปากไม่ชอบ แต่การกระทำตรงกันข้าม

อะไรของผู้หญิงคนนี้นะ?

“ตอบมาสิ”

“ตอบ?”

“ก็ฉันถามเธอไง”

“ก็ปกติดีนะคะ”

“เธอเสียตัวให้เขาแล้วใช่ไหมสิตา”

“....” ไม่ได้ตอบด้วยคำพูด แต่แก้มแดงระเรื่อนั่นแหละคือคำตอบ

“ถึงว่าสิ ฉันไม่เห็นพี่วาคิมไปไนต์คลับ”

“อะ...เอ่อ...มันไม่ใช่แบบนั้นนะคะ”

“แล้วมันแบบไหน”

“ทำไมฉันต้องบอกด้วยคะ”

“ไม่บอกฉันก็รู้”

“แต่ฉันยังไม่ได้เสียตัวนะคะ พี่มินนี่กำลังเข้าใจผิด”

“งั้นเธอใช่วิธีไหนมัดใจพี่วาคิมโดยไม่ต้องเสียตัวล่ะ” 

“หมดเวลาสำหรับวันนี้แล้วค่ะ ขอให้พรุ่งนี้สอบผ่านนะคะ ส่วนเรื่องรายงานเจอกันที่ห้องสมุด พี่มินนี่ต้องรู้จักค้นคว้าหาข้อมูลเอง”

“นี่คือวิธีการเอาคืนของเธอเหรอสิตา”

“ฉันกำลังฝึกให้พี่มินนี่ช่วยเหลือตัวเองอยู่ค่ะ จีน่าก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน”

“เชอะ!!”

“ขอตัวนะคะ”

“กลับยังไง”

“พี่วาคิมมารับค่ะ”

Rrrrrrrrrr!! เสียงริงโทนโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นสายเรียกเข้าจากวาคิมนั่นเอง สิตาเก็บข้าวเก็บของใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว ไม่มีการจัดกระเป๋า มินนี่เบ้ปากเชิดหน้าให้สิตา ถามว่าสิตาสนใจไหม? คำตอบคือไม่สนใจ กล่าวลาขอตัวกลับอย่างเร่งรีบ สิตาไม่ได้กลัวมินนี่รั้ง แต่กลัวคนที่มารอรับจะอารมณ์เสีย

มินนี่มองดูหนุ่มสาวจากทางหน้าต่างชั้นสอง

“หรือเรามองคนผิดไปนะ”

“จิ๊!!” มินนี่ทำเสียงไม่พอใจ เพราะเสียงโทรศัพท์ของเธอดังขัดจังหวะ

เดินกระแทกส้นเท้าตึงๆ มองเบอร์ที่โทรเข้า แม้ไม่บันทึกรายชื่อ แต่รู้โดยทันทีว่าใครคือผู้โทรเข้า อารมณ์เสียชะมัด! มินนี่กดรับสาย แว้ดเสียงแหลมใส่ผู้โทรเข้า

“บอกแล้วไงไม่ต้องโทรมาหาฉันอีก มันน่ารำคาญ!!”

“เราควรคุยกันให้เข้าใจนะมินนี่”

“ฉันไม่คุยกับหมาเอาไม่เลือก ไสหัวออกไปจากชีวิตฉันซะ จะไปตายห่าที่ไหนก็เชิญ!!”

โมโหจนตัวสั่น กดวางสาย กำโทรศัพท์แน่น ใบหน้าเธอแดง มินนี่ปาโทรศัพท์ในมือลงบนพื้น กรี๊ดร้องแล้วทุบตีหมอนระบายอารมณ์

ไม่ถึงสิบนาที สาวใช้เคาะประตูเรียก

“คุณมินนี่คะ มีแขกมาขอพบค่ะ”

“ฉันไม่พบใครทั้งนั้น” มินนี่กระชากประตูแรง แต่ด้านหลังสาวใช้มีแขกที่เธอไม่อยากพบยืนทำหน้ายียวนกวนประสาท

“ผู้สาวเจ้าคืองามแท้”

“อยากหัวแตกเหรอถึงโผล่หัวมาที่บ้านของฉัน”

“คงอย่างนั้น”

“ได้!!”

@ @ @ @ @ @ @

“ลีวายส์ไม่มานะ บอกว่าป่วยขอเก็บตัวสักหนึ่งอาทิตย์”

เฌอเบลล์บอกเพื่อนในกลุ่ม วันนี้ว่างหนุ่มๆ ชวนกันมาเตะฟุตบอล มีนักศึกษาผู้ชายหลายคนมาร่วมเตะฟุตบอลด้วย ครบทีมแล้วก็ลงสนาม สิตาเห็นวาคิมและกำลังยืนคุยกับเพื่อน เธอจึงยืนอยู่เงียบๆ ไม่เข้าไปทัก

“เมื่อวานมันยังดีๆ สงสัยจะป่วยการเมืองละมั้ง ไอ้ฝรั่งขี้นกนี่มันสำออยเก่ง สงสัยหาเรื่องไปหลีสาว” ฟาโรห์ผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนและคู่อริของลีวายส์พูด ไม่สามารถคิดไปในทางที่ดีได้

“ฉันคิดว่าหมอนั่นป่วยจริงๆ นะ น้ำเสียงเนือยๆ เพลียๆ ยังไงไม่รู้” เฌอเบลล์เป็นคนโทรไปหาลีวายส์ ตั้งแต่เช้าเพิ่งติดต่อได้ และไม่มีใครรู้ว่าลีวายส์ตอนนี้ไปมุดหัวอยู่ที่ไหน

“เอาล่ะ พวกนายลงสนามได้แล้ว คนอื่นเขารออยู่”

“สิตามาตั้งแต่เมื่อไร” ฟาโรห์ทัก กวักมือเรียกสิตาให้เดินมา

“สวัสดีค่ะ” สิตาทักทายทุกคน เสียงหวาน รอยยิ้มจริงใจ

“มีแฟนมาให้กำลังใจข้างสนาม นายคงมีกำลังใจทำแต้มมากขึ้น” เรนแซว มองวาคิมอย่างล้อเลียน ทางด้านวาคิมรักษาท่าที ตีหน้านิ่งราวกับว่าไม่รู้สึกอะไร แต่ก็ตอบโต้เรนกลับไปด้วยคำสั้นๆ แต่แรง

“เสือก”

“แฟนน้องปากร้ายแบบนี้ ว่างๆ อบรมมันหน่อยนะสิตา”

สิตาไม่รู้จะตอบอะไร แต่เรนพูดกับเธอ ถ้าเธอไม่ตอบก็ดูไร้มารยาท จึงตอบสั้นๆ “ค่ะ”

“นายกำลังหาเรื่องเดือดร้อนให้สิตานะเรน” สายฟ้าพูดบ้าง ดูทรงแล้ววาคิมไม่ใช่พวกกลัวแฟน แถมยังดูมีอำนาจเหนือสิตาอย่างเห็นได้ชัด สิตาเหมือนลูกแมวตัวน้อยนิดอย่างไรอย่างนั้น

“เออจริงด้วย”

“จะเตะหรือไม่เตะ” วาคิมเริ่มหงุดหงิด

“เตะๆ ไปๆ ลงสนามกันพวกเรา”

ผู้หญิงอย่างเฌอเบลล์และสิตาก็ไปนั่งคุยกันข้างสนาม พลางรับชมหนุ่มๆ เตะฟุตบอล ข้างสนามมีสาวๆ มาให้กำลังใจกันประปราย ตอนนี้เป็นเวลาสี่โมงเย็นนักศึกษาส่วนมากกลับบ้าน

ยี่สิบนาทีผ่านไป

วาคิมเปลี่ยนตัวสำรองลง เขาเห็นเฌอเบลล์ลุกขึ้นยืน ส่วนสิตานั่งเงยหน้าคุยกับเฌอเบลล์ ดูเหมือนว่าเฌอเบลล์จะขอตัวกลับ วาคิมสาวเท้าเดินเร็วออกจากสนาม

ขณะเดียวกันลูกฟุตบอลจากในสนามมันพุ่งตรงไปไปยังสองสาว

“เฌอเบลล์ระวัง!!!” เสียงของวาคิมตะโกนดังลั่น เขาวิ่งด้วยความเร็วสูง เฌอเบลล์ไหวตัวทันเบี่ยงตัวหลบลูกฟุตบอล

สิตามึนงง เธอหันมองเฌอเบลล์ไม่เข้าใจว่าเฌอเบลล์หลบอะไร แต่พอเธอหันหน้ากลับ ลูกฟุตบอลปะทะเข้าที่หน้าผากของเธอเต็มๆ

“โอ๊ยยย!!!”

เสียงเชียร์เงียบ สิตาเอามือกุมหน้าผาก ตาเธอปิดอยู่ แต่หูได้ยินเสียงวิ้งๆ และเสียงของวาคิม

“เฌอเบลล์เธอเป็นยังไงบ้าง” น้ำเสียงเขาดูกระวนกระวายเป็นอย่างมาก เขาเป็นห่วงเฌอเบลล์ หากสิตาลืมตาขึ้นมองเธอจะเห็น สีหน้าและแววตาของวาคิมที่แสดงต่อเฌอเบลล์

“ฉันไม่เป็นอะไร”

“แน่ใจนะ”

“นายควรห่วงสิตานะวาคิม” เฌอเบลล์บอก เธอปัดมือวาคิมออกแล้วเดินมาหาสิตา “สิตาเป็นอะไรมากหรือเปล่า เมื่อกี้พี่ไม่ได้ดึงเธอมาด้วย”

“ก็เจ็บอยู่ค่ะ”

“พวกมึงเตะบอลห่าอะไรวะ ไม่ดูคนหรือไง” วาคิมหันไปด่าคนในสนาม เดินเข้ามาหาสิตา ประคองเธอลุกขึ้น

“ใครจะไปรู้ว่าจะโดนคนวะ น้องเป็นอะไรมากไหม” คนที่เป็นคนเตะลูกฟุตบอลดังกล่าวถาม

“เหตุสุดวิสัยค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ เด็กก็หายแล้ว” หน้าผากเธอแดง ดีที่ไม่โดยตาและจมูก สิตาไม่อยากให้เกิดเรื่องทะเลาะวิวาท เธอฝืนยิ้มทั้งที่เจ็บมาก

“แน่นะน้อง”

“แน่ค่ะ”

“นายพาสิตาไปหาหมอเถอะวาคิม” ฟาโรห์บอก

“แฟนฉัน ฉันรู้ว่าต้องจัดการยังไง” วาคิมพูดเสียงเข้ม จับแขนสิตา อีกมือก็ถือกระเป๋าให้แล้วพาเดินไปขึ้นรถเพื่อพาสิตาไปหาหมอ

ขณะเดียวกันคนที่นั่งเท้าคางดูหนุ่มๆ เตะฟุตบอลอย่างมินนี่ เธอผู้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ได้คำยืนยันจากเหตุการณ์ดังกล่าว

“เกือบไขว้เขวแล้วเชียว”  

@ @ @ @ @ @ @

หลังจากได้รับบาดเจ็บจากฟุตบอลทำให้หน้าผากนูนช้ำ ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์หน้าผากของสิตาหายดีเป็นปกติ วาคิมมารับไปหาหมอทุกวัน เขาดูแลเธอเป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้น สิตาก็ยังติดใจการกระทำของวาคิมในวันเกิดเหตุอยู่ดี

สิตาเลือกที่จะไม่พูดออกมา ค้างคาใจ....เฝ้ามองอย่างเงียบเชียบ

“แฟนเธออยู่สนามเทนนิส”

“ค่ะ วันนี้พี่เฌอเบลล์แข่งเทนนิส”

“เขาไม่มาที่นี่แน่”

“ค่ะ”

“ฉันเวทนาเธอฉันก็เลยมาดูเธอแข่ง แต่ถึงยังไงเธอก็เป็นหน้าเป็นตาให้คณะพาณิชย์ฯ ดูสิ....คนพวกนั้นเห็นความสำคัญของเธอขึ้นมาแล้ว ถือป้ายไฟเชียร์เธอเป็นการเป็นงานเชียว”

“ฉันมีความสำคัญแค่ตอนพวกเขาไร้รับผลประโยชน์มั้งคะ”

“ถ้าเธอแพ้พวกนั้นกินหัวเธอแน่”

“เงินรางวัลสามแสนฉันไม่กล้าแพ้หรอกค่ะ”

มหาวิทยาลัยคนรวย สปอนเซอร์เยอะมาก สำหรับทายาทมหาเศรษฐี เงินรางวัลไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ศักดิ์ศรีต่างหากที่เป็นเรื่องใหญ่ ส่วนสิตา....สำหรับเธอแล้วเงินคือเรื่องใหญ่ เทอมที่แล้วเธอแข่งชนะ เทอมนี้เธอหวังให้เป็นอย่างเทอมที่แล้ว

กฎกติกาไม่มีอะไรมาก เอานักกีฬาว่ายน้ำทุกคณะมาแข่งรวมกันให้หมดในรอบเดียว ไม่ต้องคัดเลือกมากมาย แต่กระนั้นชายหญิงแยกกันชัดเจน

เสียงโห่เชียร์ เสียงกรี๊ดเชียร์ดังลั่นสนาม

“บางทีแฟนเธอเขาอาจจะมาก็ได้นะ”

“ขอตัวก่อนนะคะ”

“ยังไงเธอก็เป็นคนติวหนังสือให้ฉันและสอนพิเศษให้จีน่า ถ้าเธอแพ้ฉันเอาเธอตายแน่”

นี่คือการให้กำลังใจหรือข่มขู่กันแน่นะ? สิตาไม่มีเวลาคิด ต้องวอร์มร่างกายเตรียมลงแข่ง หญิงสาวก้าวดุ่มๆ ไปประจำที่ ยืนเส้นยืดสาย มีนักศึกษาทุนลงแข่งบ้าง แต่ข้างกายสิตาดันเป็นลูกคนรวย เธอจึงโดนเขม่น....

“เพิ่งหายป่วย ไม่มีเวลาซ้อม เธอชนะได้แค่เทอมเดียวเท่านั้นแหละ”

“คิกๆ เธอพูดถูกนะ แถมกำลังใจสำคัญก็ไม่มาดู โธ่ๆ ช่างน่าสมเพช”

สิตาไม่ตอบอะไร ไม่อยากมีปัญหาจึงเงียบ เธอเป็นคนความอดทนสูง คำดูถูกดูแคลนพวกนี้....ยังเล็กน้อย มากกว่านี้สิตาก็โดนมาแล้ว

ถือซะว่าเป็นคำอวยพรขอให้เธอ ‘โชคดีมีชัย’ ก็แล้วกัน

“ชุดเชยมาก”

ยัง....ยัง....ยังไม่หยุดอีก สิตาเลือกชุดที่เชยแต่ง่ายต่อการเคลื่อนไหว โดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ขณะที่ผู้ดูถูกชุดของเธอ แต่งชุดว่ายน้ำแฟชั่นมา คล้ายว่าไม่ได้มาแข่งแต่มาเพื่ออย่างอื่นมากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถประมาทคู่ต่อสู้ได้ พวกเธอว่ายน้ำเก่ง ผู้ลงแข่งผ่านการคัดเลือกมาอย่างดี เพื่อไม่ให้นักศึกษาในคณะเสียหน้า จึงไม่สามารถเอาใครมาลงแข่งก็ได้

“หยิ่งชะมัด”

“ตอนนี้มีพี่วาคิมถือหางน่ะสิ”

“ถือหางอะไรกัน มโนไปเองหรือเปล่า”

“ขอความกรุณานักศึกษาทุกคนเงียบ เพื่อฟังกฎกติกา.....” พิธีกรภาคสนามกล่าว สิตารู้สึกขอบคุณมาก เธอยืนฟังรายละเอียดของกฎกติกาและรางวัลสำหรับผู้ชนะอย่างตั้งอกตั้งใจ

ปี๊ดดดดดด!!!!

ทันทีที่เสียงนกหวีดดัง สัญญาณการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น สิตาไม่คิดถึงสิ่งอื่นใด เธอมีสมาธิกับการแข่งขัน มุ่งมั่นตั้งใจ เธอเหมือนนางเงือก เคลื่อนไหวเร็ว งดงาม ราวกับว่าน้ำคือจิตวิญญาณของเธอ

จนในที่สุด....

“สิตาคนสวยยยย!!!”

“สิตาคนเก่งงงงงง!!!”

“สิตาแม่ทูนหัวววว!!!”

โผล่หัวพ้นน้ำ เสียงนี้บอกให้เธอรู้ว่า ‘ชัยชนะเป็นของเธอ’ สิตายิ้มกว้าง เธอหันหลังกลับไปมอง สองสาวที่ถากถางเธอ ยังว่ายน้ำมาไม่ถึงเส้นชัย ว่ายน้ำไปกลับสองรอบ รวมระยะทาง100เมตร สิตารวดเร็วมาก ทำลายสถิติเดิม ที่สองเพิ่งมาถึงเส้นชัย ที่สามตามมาติดๆ ส่วนที่เหลือสิตาไม่สนใจ ขึ้นจากสระว่ายน้ำ

สิตาขึ้นรับเหรียญทองและถ้วยรางวัล ของสองสิ่งนี้เป็นของคณะพาณิชย์ฯ ส่วนเงินรางวัลเป็นของสิตาคนเดียว และสิตาจะต้องเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยอัลวาร์ตไปแข่งกับมหาวิทยาลัยอื่นด้วย

ผู้คนเริ่มทยอยกันออกจากสนามเพื่อไปดูการแข่งขันกีฬาอื่นต่อ

“พี่วาคิม” สิตาคลี่ยิ้ม แม้เธอยิ้มกว้างแต่รู้สึกว่าตนเองยิ้มไม่สุด

“ขอโทษนะ มาไม่ทันดูเธอแข่ง”

“ไม่เป็นไรค่ะ” ก็ไม่รู้...เธอพูดปลอบเขาหรือปลอบตัวเองกันแน่

“ชนะหรือเปล่า”

“ชนะค่ะ รุ่นพี่ที่คณะเอาเหรียญและถ้วยไปแล้ว” นั่นจึงทำให้เขาไม่เห็นชัยชนะและต้องถามผลแพ้ชนะจากเธอ

“เธอตั้งใจฝึกซ้อมมานาน สมควรแล้วที่ชนะ”

แค่นี้เหรอ?

มีอะไรมากกว่านี้หรือเปล่า?

พูดออกมาสิ....หญิงสาวรอด้วยความหวัง สิ่งที่เธออยากได้ยิน ไม่ใช่คำขอโทษ อยากให้เขาชวนเธอไปเลี้ยงฉลอง ไม่ต้องจัดปาร์ตี้เลิศหรู แค่มื้ออาหารดีๆ สักมื้อที่มีเขาอยู่ด้วย ขอแค่นี้....ไม่ต้องมากมาย

แต่เขาล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง มองดูเวลาบนหน้าโทรศัพท์

เธอรู้....รู้ความหมายการกระทำนั้น

“พี่วาคิมมีธุระเหรอคะ”

“อืม”

“งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ ต้องรีบไปเปลี่ยนชุด เดี๋ยวไปรายงานตัวรับเงินรางวัลไม่ทัน”

“เจอกันพรุ่งนี้”

“ค่ะ”

ร่างสูงหมุนตัวเดินกลับ ช่วงขายาวก้าวอย่างเร่งรีบ สิตามองตามแผ่นหลังนั้น ดวงตาหม่นหมอง ข้างในอกรู้สึกโหวงเหวง สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ควบคุมสติอารมณ์

เสียงมินนี่ดังขึ้น ก่อนที่ร่างเพรียวจะปรากฏตัว

“ฉันคิดเอาไว้แล้ว วันนี้ยังไงเขาต้องไม่ว่าง”

“ค่ะ”

“เธออยากรู้ไหมทำไมเขาถึงไม่ว่าง”

“พี่เฌอเบลล์”

“เริ่มฉลาดขึ้นมาแล้วนี่ เฌอเบลล์แข่งเทนนิสแพ้ คงพากันไปเลี้ยงปลอบใจ”

“ระหว่างแฟนที่เพิ่งคบกันสองเดือน เพื่อนที่คบกันมานาน ก็ต้องเลือกเพื่อนอยู่แล้ว ความรู้สึกของพี่เฌอเบลล์คงแย่มาก จึงต้องการปลอบโยน”

“เธอกำลังพูดปลอบใจตัวเองอยู่เหรอสิตา”

“ถ้าหากเขาลืมแฟนเก่าไม่ได้ แต่การที่เขาเริ่มต้นใหม่ นั่นแสดงว่าเขาต้องการลืมแฟนเก่าไม่ใช่เหรอคะ”

“กรรมของเธอแท้ๆ มีแฟนคนแรกก็ดันได้ผู้ชายที่ลืมแฟนเก่าไม่ได้ หล่อน่ากินแต่ร้ายก็ไม่ไหวนะ”

“ฉันต้องไปแล้ว”

ความจริงไม่มีเรื่องเร่งด่วน แต่สิตาไม่อยากคุยเรื่องวาคิมและเฌอเบลล์ คำพูดฟังดูดีมีเหตุผล ลึกๆ แล้ว....เธอมีความงี่เง่าที่ต้องสะกดเอาไว้

“ฉันจะไปส่งเธอที่บ้าน”

“ไม่เป็นไร”

“เธอไม่มีเพื่อนฉลองไม่ใช่เหรอ ฉลองกับแม่คงไม่สนุก เงียบเหงาจะตาย”

“พี่มินนี่ไม่ต้องลดตัวลงมาฉลองกับฉันก็ได้นะคะ”

“เธอควรซาบซึ้งใจที่ฉันเวทนาเธอ รีบไปเก็บของเปลี่ยนชุดสิ ต้องรายงานตัวรับเงินรางวัลไม่ใช่เหรอ”

ปฏิเสธไปไม่มีประโยชน์ มินนี่เอาแต่ใจมาก ลูกคนรวยที่ถูกเลี้ยงตามใจมากมักเอาแต่ใจ ส่วนมากที่เจอเป็นแบบนั้น สิตาจำต้องเร่งฝีเท้าไปเก็บของเปลี่ยนเสื้อผ้า

@ @ @ @ @ @ @

“วาคิมทำไมนายไม่ชวนสิตามาด้วย”

“ฉันอยากให้มีแต่เพื่อน เธอเองก็ไม่ได้ชวนแฟนเธอมาด้วยไม่ใช่เหรอ”

“แฟนสุดที่รักฉัน ไม่ว่าง แต่ความจริงแล้วเขามีเซอร์ไพรส์ปลอบใจฉัน”

“วันนี้สิตาแข่งว่ายน้ำ” ฟาโรห์พูดขึ้น ปรายตามองไปยังวาคิม ซึ่งวาคิมจ้องหน้าเขาอยู่ก่อนแล้ว แววตาแข็งกระด้าง ฟาโรห์หยักไหล่ เบะปากไม่แยแส เขาไม่กลัวหรอก

“จริงเหรอฟาโรห์ ทำไมฉันไม่รู้เลยล่ะ เสียดายจัง ฉันไม่ได้ไปดู”

“แข่งเวลาเดียวกันพอดี คงได้ไปดูหรอกนะ”

“อ้าว...วาคิมนายไม่ได้ไปดูเหรอ” เฌอเบลล์มองวาคิมราวกับนักโทษทำความผิด

“ก็ดูเธอแข่ง แยกร่างไปได้คงทำแล้ว” น้ำเสียงราบเรียบ

“นายมันไม่ได้เรื่อง”

“เธออย่าเดือดร้อนเลยน่าเฌอเบลล์ แฟนฉันยังไม่เห็นพูดอะไร”

“ไม่พูดไม่ใช่ไม่รู้สึกนะ ใครก็อยากได้รับการเอาใจใส่จากแฟนทั้งนั้น”

“ทะเลาะอะไรกัน” ลีวายส์ทำหน้างง ไม่เข้าใจสถานการณ์ เขามาถึงร้านอาหารทีหลัง ที่นี่สามารถพูดคุยกันอิสระและเสียงดังได้ เนื่องจากมีห้องอาหารรับรองแขกที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

ลีวายส์นั่งลงเก้าอี้ว่างข้างวาคิม ล้วงโทรศัพท์ออกมาเช็กสื่อโซเชียลปากขยับพูด

“ถ้าจะวางมวยกันก็บอกก่อนนะ แผลที่หัวเพิ่งหาย” เย็บไปหกเข้ม ทำให้ผมแหว่งกระจุกหนึ่ง ลีวายส์ใส่หมวกตลอดเวลา ไม่ใช่แฟชั่น แต่ปกปิดร่องรอยบาดแผล

“มีแต่เด็กเท่านั้นแหละที่ชอบใช้ความรุนแรง”

“อันนี้ฉันเห็นด้วย” ลีวายส์เห็นด้วยกับวาคิม ลืมไปแล้วว่าเขาก็แสดงพฤติกรรมเด็กเวลาทะเลาะกับฟาโรห์ “น่ารักจริงๆ แต่หน้าคุ้นชะมัดเหมือนเคยเห็นที่ไหน” ลีวายส์พึมพำ

“อะไรของมึง หัวแตกจนเพี้ยนไปแล้วหรือไง”

“บักฝรั่งนี่ จั๊กบาดซะบ๊อ?”

“มึงพูดภาษาที่กูฟังรู้เรื่องได้ไหมลีวายส์”

“มึงดูถูกภาษาแม่กูเหรอ”

“ไอ้ฝรั่งขี้นก” ฟาโรห์ด่า

“เหอะ! อย่างกูเรียกฝรั่งอินเตอร์เนชันแนลโว้ย” ลีวายส์หันไปพูดกับวาคิมต่อ “แมวนายนี่สีอะไรเหรอวาคิม”

“นุ่มนิ่มกับพยัคฆ์เหรอ”

“ใช่ๆ”

“ขาวส้ม น้ำตาลลายโค้ง”

“ขามันสั้นๆ ใช่ปะ”

“อืม”

“นายมีรูปไหม”

“อยากเลี้ยงแมวเหรอ”

“แค่สนใจ”

วาคิมเอาเปิดรูปพยัคฆ์และนุ่มนิ่มให้ลีวายส์ดู ลีวายส์พยักหน้าทำท่าเข้าใจ แต่ไม่นานคิ้วย่นขมวดเป็นปม กระจ่างแต่ไม่กระจ่าง ลีวายส์จึงถามต่อ

“สิตามีเพื่อนคบหรือเปล่า”

“ไม่มี”

จากนั้นทุกคนในกลุ่มต่างพากันรุมประณามวาคิม ที่วาคิมไม่ยอมไปดูสิตาแข่ง ไม่แสดงความยินดีกับสิตาอย่างที่คนเป็นแฟนกันควรทำ วาคิมนั่งนิ่งรับฟัง ไม่สะทกสะท้านใดๆ ทั้งสิ้น

@ @ @ @ @ @ @ @

บทก่อนหน้า
บทถัดไป