บทที่ 7 ทะเลรุ้ง จันทร์ ประดับดาว

"พี่พายุ! นี่มันเรื่องอะไรกันคะ ทำไมพาผู้หญิงคนนี้เข้ามาในบ้าน"

ทะเลรุ้ง หญิงสาววัยยี่สิบเอ็ดปี น้องสาวแท้ๆ ของภูรวิชพุ่งตัวลงมายืนขวางหน้าพี่ชาย ใบหน้าที่ถอดเค้าโครงความหน้าตาดีมาจากสายเลือดเดียวกันบูดบึ้ง ดวงตากลมโตจ้องเขม็งมาที่นปาลิลราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

ภูรวิชขมวดคิ้ว 

"รุ้ง อย่าเสียมารยาท นี่คุณนปาลิล ทนายความที่จะมาดูแลเรื่องสัญญาสัมปทานให้เรา"

"ทนายความ หรือพวกหิวเงินกันแน่คะ" ทะเลรุ้งเชิดหน้าขึ้น ชี้มือมาทางนปาลิลอย่างไม่ลดละ 

"รุ้งได้ยินที่พวกพี่เท่งคุยกันหมดแล้ว ผู้หญิงคนนี้เป็นหุ้นส่วนของไอ้เลวที่ขโมยเงินเราไปเกือบสองร้อยล้าน พี่พายุพาโจรเข้าบ้านทำไมคะ หรือว่าโดนผู้หญิงเมืองกรุงหน้าตาแบบนี้มารยาใส่ รุ้งไม่ยอมนะ ไล่มันออกไปเดี๋ยวนี้ พวกปลิงดูดเลือด"

บรรยากาศในโถงรับแขกตึงเครียดขึ้นมาทันที ป้าจันทร์ลอบเหยียดยิ้มสะใจ ขณะที่ภูรวิชหน้าตึงเตรียมจะอ้าปากปราบน้องสาวที่ก้าวร้าวล้ำเส้น แต่ว่าคนที่เร็วกว่าคือเป้าหมายของการโจมตี

นปาลิลขยับตัวก้าวขึ้นมาขนาบข้างภูรวิช ทรงตัวอย่างสง่างามบนส้นสูงสามนิ้ว เธอไม่ได้หน้าซีด ไม่ได้โกรธเกรี้ยว และไม่ได้ทำตัวเป็นนางเอกเจ้าน้ำตาที่หันไปมองหาความช่วยเหลือจากผู้ชาย สิ่งที่เธอทำคือการกอดอก แล้วปรายตามองเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาของคนที่ยืนอยู่เหนือกว่า

"ก่อนจะด่าใคร รบกวนเช็กข้อเท็จจริงด้วยนะคะคุณทะเลรุ้ง" นปาลิลเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ดังกังวาน 

"ข้อแรก ฉันเป็นผู้เสียหายที่ถูกขโมยข้อมูลไปใช้กระทำความผิด ไม่ใช่ผู้สมรู้ร่วมคิด ข้อสอง ถ้าคุณมีความรู้เรื่องการเงินสักนิด คุณจะรู้ว่าเงินร้อยแปดสิบเจ็ดล้าน ไม่ใช่เศษเงินที่จะโอนหนีไปได้โดยไม่มีคนในเกาะนี้คอยชี้เป้า"

ทะเลรุ้งชะงักไปนิดนึงเมื่อเจอสวนกลับด้วยตรรกะที่แข็งกร้าว แต่ด้วยความเอาแต่ใจ เธอจึงแหวขึ้นมาอีก 

"อย่ามาอวดดีบนเกาะของฉันนะ ยังไงเธอก็คือตัวซวยที่ทำให้เงินบ้านฉันหาย"

"และข้อสาม..." นปาลิลขัดขึ้นมากลางปล้อง น้ำเสียงเย็นเยียบและเชือดเฉือนจนคนฟังรู้สึกชาไปถึงกระดูก

"ถ้าฉันเป็นปลิง ฉันคงสูบเลือดเกาะนี้จนหมดตัวไปแล้ว ไม่มายืนให้คุณด่าฟรีๆ หรอกค่ะ สิ่งที่ฉันกำลังทำ คือการเอาชีวิตตัวเองมาค้ำประกัน เพื่อลากคอคนที่ขโมยเงินของพี่ชายคุณกลับมาลงโทษ ถ้าคุณไม่ช่วย ก็กรุณาอย่ายืนขวางทางคนทำงานค่ะ"

คำพูดที่ฟาดกลับด้วยสถิติและข้อเท็จจริงแบบหน้าตานิ่งๆ ทำเอาทะเลรุ้งถึงกับอ้าปากค้าง เต้นเร่าอยู่กับที่แต่เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว

ภูรวิชที่ยืนอยู่ด้านข้างลอบมองเสี้ยวหน้าของทนายสาว ความหงุดหงิดที่น้องสาวมาโวยวายหายวับไป กลายเป็นความถูกอกถูกใจที่ปิดไม่มิด ผู้หญิงคนนี้ไม่ต้องรอให้เขาออกโรงปกป้อง เธอสร้างอาณาเขตของตัวเองและฟาดฟันศัตรูได้อย่างหมดจดงดงาม

"พี่พายุ! ดูผู้หญิงคนนี้สิคะ มันกล้าด่ารุ้งในบ้านของเรานะ" ทะเลรุ้งหันไปฟ้องพี่ชาย กระทืบเท้าเร่าๆ

"พอได้แล้วรุ้ง ไปพักผ่อนซะ พี่มีงานต้องคุยกับคุณปลาดาวต่อ" ภูรวิชตัดบทเสียงเฉียบขาด สรรพนามที่เปลี่ยนจากการเรียกชื่อจริงมาเป็นชื่อเล่น ทำให้คนฟังทั้งโถงชะงัก

ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะปะทุขึ้นอีกรอบ เสียงหวานใสของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาพร้อมกับร่างบอบบางที่ก้าวเข้ามาในวงสนทนา

"รุ้ง ไม่เอาน่า อย่าไปกวนพี่พายุเลย พี่เขากำลังเครียดเรื่องงานอยู่นะ"

ประดับดาว หญิงสาววัยยี่สิบห้าปี ลูกพี่ลูกน้องที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์เดินเข้ามาหาทะเลรุ้ง เธอสวมชุดเดรสสีอ่อน ท่าทางนุ่มนวลและดูเป็นมิตร รอยยิ้มละมุนละไมถูกส่งมาให้นปาลิลอย่างเผื่อแผ่

"ต้องขอโทษแทนรุ้งด้วยนะคะคุณทนาย รุ้งแกก็แค่หวงพี่ชายตามประสาเด็ก อย่าถือสาเลยนะคะ" ประดับดาวเอ่ยเสียงอ่อนหวาน ก่อนจะหันไปลูบต้นแขนของเด็กสาวที่กำลังหน้าหงิกงอ

"ไปเถอะรุ้ง พี่ปลาดาวเพิ่งเดินทางมาเหนื่อยๆ อย่าเพิ่งกวนเลยนะ ปล่อยให้พี่เขาพักผ่อนก่อนดีกว่า"

ทะเลรุ้งสะบัดหน้าพรืด เดินปึงปังกลับขึ้นชั้นสองไปทันที ประดับดาวยิ้มเจื่อนๆ ส่งให้ภูรวิชและนปาลิลอีกครั้ง ก่อนจะขอตัวเดินตามไปดูน้องสาวด้วยความเป็นห่วง ทิ้งให้โถงรับแขกกลับมาสงบสุขอีกครั้ง

นปาลิลมองตามแผ่นหลังบอบบางของหญิงสาวผู้แสนดีประจำบ้าน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงเล็กน้อย

ในฐานะทนายความที่ผ่านการซักค้านพยานบนศาลมานับคดีไม่ถ้วน เธอถูกฝึกให้อ่านภาษากายของมนุษย์ ทะเลรุ้งอาจจะปากร้ายและแสดงความเกลียดชังอย่างเปิดเผย แต่นั่นคือการโจมตีซึ่งหน้าของเด็กที่ถูกตามใจจนเสียคน

ประดับดาว... จังหวะการก้าวเข้ามาห้ามทัพนั้นช่างสมบูรณ์แบบเกินไป คำพูดที่ดูเหมือนจะปกป้องเธอ แต่กลับแฝงการตอกย้ำสถานะ 'คนนอก' ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และรอยยิ้มไร้ที่ตินั้น... มันไปไม่ถึงดวงตา

ทนายสาวรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในหัวเงียบๆ ท่ามกลางสมรภูมิธุรกิจที่ดุเดือดข้างนอก เธอกำลังตระหนักได้ว่ากรงขังทองคำแห่งนี้ก็ไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด

สัญชาตญาณทนายของเธอร้องเตือนอย่างหนักว่า... ภัยร้ายตัวจริงบนเกาะแห่งนี้ ไม่ได้เป็นพวกชอบส่งเสียงดัง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป