บทที่ 8 รอยรั่วในครอบครัว

โถงรับแขกกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้งหลังจากประดับดาวพาทะเลรุ้งกลับขึ้นไปชั้นบน นปาลิลปัดความวุ่นวายเรื่องสงครามประสาทของคนในบ้านทิ้งไปอย่างรวดเร็ว สำหรับเธอ เรื่องปวดหัวพวกนั้นเอาไว้จัดการทีหลังได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือเวลาที่กำลังนับถอยหลัง

ทนายสาวสะพายกระเป๋าแล็ปท็อปขึ้นบ่า แล้วหันมาสบตากับเจ้าของบ้านหนุ่มทันที

"ห้องทำงานคุณอยู่ตรงไหนคะ"

ภูรวิชมองสีหน้ามุ่งมั่นไร้ความตื่นตระหนกของเธอแล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ชายหนุ่มหมุนตัวเดินนำขึ้นบันไดไม้สักทองไปยังปีกตะวันออกของชั้นสองโดยไม่พูดอะไร เมื่อผลักบานประตูเข้าไป สิ่งที่ปรากฏคือห้องทำงานขนาดใหญ่ที่มองเห็นวิวทะเลอันดามันกว้างไกลสุดสายตา บนผนังประดับด้วยแผนที่สัมปทานเกาะรังนกและกระดานตารางงานที่เต็มไปด้วยตัวเลขและเส้นสายซับซ้อน แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตานปาลิลที่สุดคือตู้เหล็กเก็บเอกสารแบบนิรภัย และแฟ้มงานที่วางกองเป็นระเบียบบนโต๊ะไม้มะค่าตัวยักษ์

"เอกสารสัมปทานย้อนหลังห้าปี แฟ้มมติบอร์ดบริหาร และสัญญาว่าจ้างช่วงทั้งหมด อยู่ในตู้ซ้ายมือ" ภูรวิชเดินไปทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ด้านหลังโต๊ะ ปลดกระดุมข้อมือออกแล้วพับแขนเสื้อเชิ้ตสีดำขึ้นอย่างเคยชิน "รหัสตู้ไม่มี ล็อกไว้ด้วยกุญแจดอกนี้"

เขาโยนพวงกุญแจเหล็กลงบนโต๊ะเสียงดังแกร๊ก

นปาลิลเดินเข้าไปหยิบกุญแจโดยไม่ลังเล เธอไขตู้เอกสาร สายตากวาดมองสันแฟ้มแต่ละเล่มเพื่อคัดแยกหมวดหมู่อย่างรวดเร็ว กลิ่นกระดาษเก่าผสมกลิ่นหมึกพิมพ์ลอยแตะจมูก ทนายสาวหอบแฟ้มหนาเตอะสี่เล่มออกมาวางแผ่ลงบนโต๊ะทำงานฝั่งตรงข้ามเขา

เธอปลดกระดุมเสื้อสูทตัวนอกออกแล้วพาดไว้กับพนักเก้าอี้ เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตเข้ารูปเนื้อดีที่ขับเน้นทรวดทรงระหง นิ้วเรียวหยิบปากกาเน้นข้อความสีเหลือง แว่นสายตากรอบบางถูกหยิบขึ้นมาสวมเข้าที่สันจมูกโด่งรั้น เปลี่ยนลุคจากผู้หญิงสวยเฉียบกลายเป็นนักกฎหมายมาดเนี้ยบในเสี้ยววินาที

นั่นคือวินาทีที่ ‘ปลาดาว’ เข้าสู่โหมดทำงานอย่างเต็มตัว

เวลาผ่านไปพักใหญ่ เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่สาวใช้หน้าแฉล้มคนหนึ่งจะผลักประตูเข้ามาพร้อมถาดเครื่องดื่มและของว่าง เธอค่อยๆ วางแก้วกาแฟดำลงบนโต๊ะของนายหัว และเลื่อนถ้วยชาคาโมมายล์พร้อมคุกกี้เนยไปวางข้างแล็ปท็อปของทนายสาว

นปาลิลเพียงแค่พยักหน้าขอบคุณสั้นๆ โดยที่สายตายังไม่ละจากกองเอกสารตรงหน้า มือข้างหนึ่งควานหาหูแก้วชาขึ้นมาจิบโดยไม่มองด้วยซ้ำ ความเงียบสงบและจริงจังในห้องทำให้สาวใช้ไม่กล้าอยู่นาน เธอรีบค้อมศีรษะแล้วถอยกลับออกไปอย่างรวดเร็ว

พอปิดประตูห้องทำงานลง สาวใช้ก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นทะเลรุ้งยืนกอดอกดักรออยู่ตรงระเบียงทางเดิน

"ไง ข้างในทำอะไรกันบ้าง ผู้หญิงคนนั้นอ่อยพี่พายุหรือเปล่า" เด็กสาวกระซิบถามเสียงเขียว

"ไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะคุณรุ้ง" สาวใช้ส่ายหน้าดิก 

"คุณทนายแกเอาแต่อ่านเอกสารจริงจังมาก ไม่เงยหน้ามองนายหัวเลยสักนิด ส่วนนายหัวก็นั่งเซ็นงานของตัวเองไป บรรยากาศตึงเครียดจนหนูแทบหายใจไม่ออกแน่ะค่ะ"

ทะเลรุ้งขมวดคิ้ว 

"จริงเหรอ ไม่ได้ส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มอะไรแบบนั้นใช่ไหม"

"ไม่มีเลยค่ะคุณรุ้ง หนูรับรอง"

ได้ยินแบบนั้น ท่าทีเกรี้ยวกราดของน้องสาวเจ้าของเกาะก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ทะเลรุ้งพรูลมหายใจออกมายาวๆ ความจริงเธอไม่ได้ตั้งแง่เกลียดชังอะไรผู้หญิงคนนี้นักหนา เธอแค่ระแวงว่าจะเป็นพวกปลิงดูดเลือดเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่พยายามเข้าหาพี่ชาย แต่ถ้ามาเพื่อทำงานจริงๆ เธอเองก็มีเหตุผลและแยกแยะได้พอที่จะไม่ไประรานให้เสียเรื่อง

"ก็ดี ถ้ามาทำงานช่วยหาเงินคืนจริงๆ ฉันก็จะคอยดูไปก่อน" ทะเลรุ้งพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับห้องไปอย่างสงบ ปล่อยให้ผู้ใหญ่สองคนจัดการปัญหาของเกาะต่อไป

เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษสลับกับเสียงเคาะแป้นพิมพ์แล็ปท็อปรัวเร็ว ภูรวิชไม่ได้ลุกไปไหน เขานั่งเซ็นเอกสารส่วนอื่นพลางลอบมองผู้หญิงตรงหน้าเป็นระยะ

แสงแดดยามบ่ายที่ส่องผ่านกระจกบานใหญ่ตกกระทบเสี้ยวหน้าด้านข้างของเธอ นปาลิลเวลาก้มหน้าอ่านเอกสารดูจริงจังและมีเสน่ห์อย่างประหลาด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันน้อยๆ ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นเวลาเจอจุดที่น่าสงสัย เขาเคยเจอผู้หญิงมาหลายรูปแบบ ส่วนใหญ่มักจะพยายามพรีเซนต์ความสวยงามเพื่อดึงดูดความสนใจจากเขา แต่ผู้หญิงคนนี้กลับใช้สมองและความเด็ดขาดกระแทกหน้าเขาสะท้านตั้งแต่ก้าวแรกที่เจอกัน

"นายหัวคะ"

เสียงเรียกราบเรียบทำลายความเงียบขึ้น นปาลิลเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร แววตาหลังกรอบแว่นวาววับเหมือนนักล่าที่เพิ่งตะครุบเหยื่อได้ 

"มาดูตรงนี้สิคะ"

ภูรวิชวางปากกาในมือ เขาลุกจากเก้าอี้แล้วเดินอ้อมโต๊ะไม้มะค่ามาหยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของเธอ ชายหนุ่มโน้มตัวลงมา วางมือข้างหนึ่งค้ำกับขอบโต๊ะ ส่วนอีกข้างท้าวลงบนพนักพิงเก้าอี้ที่เธอนั่ง กักขังร่างบอบบางไว้ในอาณาเขตของเขากลายๆ

ระยะห่างระหว่างทั้งคู่หดสั้นลงจนเหลือไม่ถึงคืบ ไอความร้อนจากเรือนกายกำยำแผ่ซ่านเข้าปกคลุมรอบตัวเธอ ในขณะที่ภูรวิชเองก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้ป่าผสมความสดชื่นจากเรือนผมของคนใต้ร่าง ลมหายใจอุ่นจัดของชายหนุ่มเป่ารดอยู่เหนือลาดไหล่บาง ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและเส้นเลือดปูดโปนแนบชิดกับต้นแขนของเธอจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่ถ่ายเทถึงกัน

นปาลิลรับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดทางเพศที่อันตรายและคุกคาม หัวใจดวงน้อยกระตุกผิดจังหวะไปชั่ววินาที แต่คนอย่างเธอไม่มีทางแสดงอาการหวั่นไหวให้เสียกระบวน ทนายสาวบังคับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด นิ้วเรียวเคาะลงบนหน้ากระดาษที่มีรอยไฮไลต์สีเหลืองขีดเน้นไว้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป