บทที่ 9 ผู้หญิงที่ต่างออกไป
"ตรงไหน" ภูรวิชถามเสียงพร่าต่ำชิดริมหู สายตาคมกริบไม่ได้มองกระดาษในทีแรก แต่กลับเผลอมองเสี้ยวคอขาวผ่องที่โผล่พ้นปกเสื้อเชิ้ตแทน
"หน้าสิบสี่ วรรคที่สามค่ะ" นปาลิลชี้ให้ดู ไม่ยอมเบี่ยงตัวหลบสัมผัสเฉียดกรายของเขา
"ข้อสัญญาเรื่องการรับผิดชอบกรณีส่งมอบรังนกไม่ได้ตามกำหนด ปกติแล้วสัญญาทางธุรกิจระดับนี้จะต้องมีระยะเวลาผ่อนผัน หรือที่เรียกว่า Grace Period อย่างน้อยสามสิบวันเผื่อเหตุสุดวิสัย"
ภูรวิชดึงสายตากลับมาโฟกัสที่ตัวอักษรบนหน้ากระดาษ ความเป็นนักธุรกิจทำให้เขาสังเกตเห็นความผิดปกติทันที
"แต่ในนี้ระบุว่า ถ้าผมผิดนัดส่งมอบเพียงแค่ครั้งเดียว บอร์ดบริหารมีสิทธิ์ลงมติปลดผมออกจากการเป็นผู้ถือสัมปทานได้ทันที โดยไม่ต้องรอการเจรจา"
"ถูกต้องค่ะ" นปาลิลหันหน้ามาหาเขา ทำให้ปลายจมูกรั้นเฉียดกับสันกรามแกร่งของชายหนุ่มไปเพียงนิดเดียว ทั้งคู่สบตากันในระยะประชิด นัยน์ตาของภูรวิชเข้มลึกขึ้นเมื่อเห็นริมฝีปากอิ่มสีนู้ดขยับพูดต่อ
"และที่ร้ายกาจกว่านั้น ลองดูข้อสัญญาแนบท้ายหน้ายี่สิบสิคะ สิทธิ์ในการบริหารจะถูกโอนไปให้ ‘บริษัทผู้ค้ำประกัน’ ทันที ซึ่งบริษัทที่ว่านั่น"
"คือบริษัทนอมินีของอาเกิง" ภูรวิชต่อประโยคให้จบ น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบลงจนน่าขนลุก สันกรามบดเข้าหากันแน่นเมื่อจิ๊กซอว์ทุกอย่างต่อกันสนิท
เงินวางประกันร้อยแปดสิบเจ็ดล้านถูกขโมยไปในจังหวะที่ต้องจ่ายพอดี ทำให้เขาตกอยู่ในสภาวะผิดนัดชำระ และเมื่อเขาผิดนัด สัญญาฉบับนี้ก็จะทำงานทันทีเพื่อเตะเขาออกจากเกาะ แล้วยกทุกอย่างใส่พานไปให้ญาติผู้ใหญ่จอมละโมบ
"สัญญานี้ไม่ได้ร่างขึ้นเพื่อปกป้องเกาะแก้วมุกดา แต่ร่างขึ้นเพื่อเปิดทางให้นายหัวดำเกิงฮุบสัมปทานต่างหาก" นปาลิลสรุปความด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
เธอไม่ได้แค่เก่งเรื่องการท่องจำกฎหมาย แต่เธอเข้าใจวิธีที่พวกนักธุรกิจกังฉินใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือฆ่าคน ความเฉียบขาดในการวิเคราะห์เอกสารนับพันหน้าให้แตกฉานภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ภูรวิชมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
จากที่เคยมองว่าเป็นเพียงผู้หญิงใจกล้าที่มาเสนอตัวเป็นตัวประกันขัดดอก ตอนนี้เขาตระหนักแล้วว่าไพ่ที่เธอกำไว้ในมือคือ ‘มันสมอง’ ที่ประเมินค่าไม่ได้ ความสามารถของเธอไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และเธอคือพาร์ทเนอร์ที่เขาพึ่งพาเพื่อพลิกกระดานธุรกิจนี้ได้อย่างแท้จริง
ภูรวิชมองนิ้วเรียวที่เคาะลงบนจุดบกพร่องของสัญญา สลับกับดวงตากลมโตที่จ้องมองมาอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจใดๆ มุมปากของนายหัวหนุ่มหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงพอใจอย่างหาดูได้ยาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความนัยและแรงปรารถนาลึกซึ้งที่เริ่มก่อตัว
"งั้นก็รื้อมันให้หมดเลยคุณทนาย" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู นัยน์ตาดุดันฉายแววอันตรายที่พร้อมจะเผาผลาญศัตรูให้เป็นจุณ
"ผมจะรอดูว่าคุณจะสับอาเกิงให้ผมดูยังไง"
"ฉันไม่สับเขามั่วซั่วหรอกค่ะ มันเปื้อนมือเปล่าๆ" นปาลิลตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนริมฝีปากอิ่ม หญิงสาวดุนเก้าอี้ถอยหลังเล็กน้อยเพื่อรักษาระยะห่าง ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ
"สัญญานี้มีผลผูกพันทางปกครอง ถ้าเราสู้ตามเกมของนายหัวดำเกิง เราจะแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม สิ่งที่เราต้องทำคือล้มกระดานนี้ทิ้งซะ"
ภูรวิชเลิกคิ้ว ขยับตัวไปนั่งพิงขอบโต๊ะไม้มะค่า กอดอกมองทนายสาวที่กำลังฉายแววความร้ายกาจออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"ล้มกระดาน?"
"ฉันจะให้ทีมที่กรุงเทพฯ ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองฉุกเฉินในเช้าวันพรุ่งนี้ อ้างเหตุผลเรื่องความไม่ชอบมาพากลของสัญญาและขอคุ้มครองชั่วคราว" นปาลิลอธิบายแผนการอย่างฉะฉาน
"เมื่อศาลรับฟ้องและมีคำสั่งคุ้มครอง กระบวนการริบสัมปทานทั้งหมดจะต้องหยุดชะงักทันทีตามกฎหมาย อำนาจของบอร์ดบริหารจะถูกแช่แข็ง เราจะได้เวลาหายใจเพิ่มอีกอย่างน้อยสามสิบวัน ซึ่งมากพอให้คุณหมุนเงินมาวางประกันใหม่ และมากพอให้ฉันลากคอธัชกิจจ์มารับโทษ"
ชายหนุ่มฟังแผนการที่เฉียบขาดนั้นแล้วแค่นหัวเราะในลำคออย่างถูกใจ ผู้หญิงคนนี้รู้จังหวะรุกและรับอย่างสมบูรณ์แบบ เธอไม่ได้ใช้แค่อารมณ์ แต่ใช้ข้อกฎหมายเป็นอาวุธฟาดฟันศัตรูได้อย่างหมดจด
"จัดการตามที่คุณเห็นสมควรได้เลยคุณทนาย"
ภูรวิชอนุมัติแผนการทันที ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรูบนข้อมือแกร่ง เข็มนาฬิกาบอกเวลาเกือบสองทุ่มตรง
"แต่ตอนนี้พักก่อน คุณนั่งจ้องจอมาสี่ชั่วโมงรวดแล้ว"
"ฉันขอเวลาดราฟต์คำร้องอีกยี่สิบนาทีค่ะ ต้องส่งให้ผู้ช่วยไปจัดการต่อพรุ่งนี้เช้า" นปาลิลปฏิเสธโดยไม่เงยหน้า นิ้วเรียวยังคงรัวแป้นพิมพ์อย่างบ้าคลั่ง
ห้องทำงานบนชั้นสองของคฤหาสน์ยังคงสว่างไสวแม้เวลาจะล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ เสียงคลื่นจากทะเลอันดามันกระทบหน้าผาดังแว่วมาเป็นระยะ แข่งกับเสียงเคาะแป้นพิมพ์แล็ปท็อปรัวเร็วที่ไม่ยอมหยุดพักมาหลายชั่วโมง
นปาลิลนั่งหลังตรง สายตาจดจ่ออยู่กับหน้าจอเพื่อร่างคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวให้รัดกุมที่สุด ทุกถ้อยคำทางกฎหมายถูกกลั่นกรองออกมาอย่างเฉียบขาดเพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้ศัตรูพลิกเกมได้
