บทที่ 12 กวางน้อยของเฮียโซ่
กวางน้อยของเฮียโซ่
เช้าวันต่อมา
เจ้าแก้มมาที่มหาวิทยาลัยโดยมีหมอกลูมมาส่ง เพราะว่าเธอกับหมอกราฟงอนกันอยู่นั่นเอง ทำให้เช้านี้ที่บ้านก็ไม่ค่อยจะสดใสนัก เจ้าแก้มแบะหมอกราฟนั้นแทบจะไม่คุยกันเลย นั่นทำให้คนอื่นในบ้านปวดหัวกันเป็นอย่างมาก
“พี่กลูมเป็นอะไรคะ?” เจ้าแก้มหันไปถามพี่ชายที่ขับรถไป และทำท่าทางฮึดฮัดไปด้วย
“เปล่า”
เพียงแต่หมอกลูมปฏิเสธ แม้ว่าอยากจะถามเรื่องผู้ชายที่มาจีบน้องสาวแค่ไหน แต่เขาก็ไม่อยากทะเลาะกับเจ้าแก้มเหมือนกับพี่ชายหรอก เดี๋ยวมาสืบเองก็ได้
รถหรูของคุณหมอสุดฮอตเคลื่อนตัวมาที่ด้านหน้าคณะของเจ้าแก้ม
“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” เจ้าแก้มหันไปยกมือไหว้พี่ชายแล้วเปิดประตูลงรถไปทันที
หมอกลูมยกนาฬิกาขึ้นมาดูและชั่งใจว่าจะลงตามน้องสาวไปดีไหม เพียงแต่วันนี้เขามีงานด่วนที่ต้องทำ จึงไม่ได้ตามไป
แต่คราวหน้าไม่พลาดแน่
“แก้ม ทางนี้” ชิงชิงโบกมือให้กับเพื่อนสนิทของตัวเองพร้อมกับยิ้มให้
“มาแต่เช้ากันจัง?” เจ้าแก้มจึงรีบเดินมาหาเพื่อนสนิททันที
“ก็คลาสนี้สายได้ที่ไหนกัน” หนูดีบ่นขึ้นบ้าง เพราะคลาสเรียนภาคเช้าในวันนี้ เธอไม่สามารถโดดได้เลย
“ก็จริง” ซึ่งเพื่อนอีกสองคนก็พยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นทั้งสามคนก็เดินขึ้นไปรอเข้าเรียนทันที
พักเที่ยง
“โอ้ย วิญญาณฉันจะออกจากร่างแล้วนะ” หนูดีบ่นขึ้นในขณะที่กำลังเดินออกมาจากห้องเรียนในเวลาเที่ยงพอดี
“เวอร์น่า” ชิงชิงจึงอดว่าให้ไม่ได้จริง ๆ
“เวอร์อะไร หรือแกไม่เหนื่อย?” หนูดีจึงหันไปทำหน้ามุ่ยใส่เพื่อนแล้วถามกลับ
“เหนื่อยสิ”
“แล้วนี่กินอะไรกันดี?” เจ้าแก้มที่เหนื่อยไม่แพ้กันจึงถามขึ้น เพราะตอนนี้เธอเริ่มจะหิวแล้ว
“อยากกินสุกี้อ่ะ” หนูดีพูดขึ้นด้วยความตั้งใจ
“ไม่อร่อย!”
ชิงชิงที่นึกถึงร้านสุกี้ในคณะตัวเองแล้วกรอกตามองบนทันที เพราะร้านสุกี้ที่คณะเภสัชนั้นไม่อร่อยเลย รสชาติจืดจนแทบจะกินไม่ได้
“ก็ไม่ได้หมายถึงที่คณะเราซะหน่อย” หนูดีเองพอนึกถึงอาหารที่คณะตัวเองก็ขยาดเช่นกัน
“แล้วที่ไหน ออกไปข้างนอกเหรอ?” เจ้าแก้มจึงหันไปถามด้วยความสงสัย
“แต่ต้องกลับมารับน้องนะ” ชิงชิงเองก็แย้งขึ้นเช่นกัน เพราะช่วงบ่ายต้องกลับมารับน้องอีก เธอไม่อยากไป ๆ มา ๆ เลย
“ก็ไม่ได้จะชวนออกไปข้างนอกเสียหน่อย” หนูดียิ้มแล้วพูดขึ้นด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“แล้วไปไหน?” นั่นทำให้เพื่อนทั้งสองหันไปมองเธอเป็นตาเดียว
“เขาว่ากันว่าก๋วยเตี๋ยวไก่กับสุกี้ที่วิศวะงานดี เอ๊ย อร่อย”
“วิศวะเลยเหรอ?”
เจ้าแก้มขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ เพราะคณะวิศวะไม่ได้ใกล้กับคณะของพวกเธอเลย จะกินข้าวต้องไปถึงที่นั่นเลยเหรอ
“ไกลไปไหมวะนั่น” ชิงชิงเองก็บ่นขึ้นเช่นกัน
“ก็ขับรถไปเองสิ” หนูดีจึงเสนอทางเลือกให้เพื่อน
“จะไปไหม?” แล้วถามอย่างกดดัน
“ไปสิ เบื่ออาหารที่คณะจะแย่ล่ะ”
ชิงชิงก็ตอบกลับไปในทันที เมื่อครู่ก็แค่จะเล่นตัวนิดหน่อยเพียงเท่านั้น ใจเธอน่ะอยากไปตั้งนานแล้ว
“เจ้าแก้ม?” นั่นทำให้หนูดีหันไปจ้องเจ้าแก้มเพื่อกดดันอีกคน
“อื้ม ไปสิ”
เจ้าแก้มรู้ว่าปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว จึงพยักหน้ารับแต่โดยดี
โรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์
สามสาวขับรถมาถึงบริเวณคณะวิศวะก็หาที่จอดแล้วเดินไปที่โรงอาหารทันที
เมื่อเดินมาถึงก็ค่อนข้างจะตกใจ เพราะมีคนมากมายเลยทีเดียวในโรงอาหารแห่งนี้
“คนเยอะเหมือนกันนะ”
“เออ มีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น” ชิงชิงพยักหน้าแล้วมองสาว ๆ ที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าไม่ใช่คนของคณะนี้แน่ ๆ
“แสดงว่าอาหารที่นี่ต้องอร่อยมากแน่ ๆ” เจ้าแก้มพูดแล้วยิ้มจนตาหยี คนมากินเยอะขนาดแสดงว่าอาหารต้องอร่อยมากแน่ ๆ
ซึ่งนั่นทำให้เพื่อนทั้งสองหันไปมองหน้ากันอย่างเอือมระอา
ใช่ที่ไหนกันเล่า?
สาว ๆ พวกนี้คงจะมาส่องผู้ชายวิศวะกันมากกว่า
“ไปหาโต๊ะนั่งกันเถอะ” หนูดีกรอกตามองบนแล้วชวนเพื่อนไปหาโต๊ะนั่ง
“เจ้าแก้มจะกินอะไร?” พอได้โต๊ะแล้วหนูดีก็หันไปถามเจ้าแก้มที่ยังคงมองสำรวจไปรอบ ๆ อยู่
“อยากกินข้าว ชิงชิงกับหนูดีไปเถอะ เดี๋ยวเจ้าแก้มขอเดินไปหาร้านข้าวเอง” เจ้าแก้มทำหน้าครุ่นคิดสักหน่อย จากนั้นก็พูดขึ้น
“แน่ใจนะ?”
“แน่สิ ไม่ต้องห่วง” เจ้าแก้มว่าแล้วก็เดินไปหาร้านข้าวทันที
เพื่อนทั้งสองจึงหันไปมองหน้ากันอย่างปลง ๆ จากนั้นก็เดินไปหาร้านสุกี้กัน
ภาพของสาวน้อย น่ารักที่เดินคนเดียวแล้วมองร้านอาหารที่เรียงแถวกันอยู่ ไม่สนใจสายตาของคนที่มองมาด้วยความสนใจสักนิด
“ใครแม่งปล่อยให้กวางน้อยมาเดินอยู่กลางดงเสือแบบนี้ว่ะ?” เสียงดังขึ้นจากกลุ่มปีสองของคณะวิศวะ
“อะไรของมึง?” ทำให้เพื่อนที่เหลือหันไปมองเขาทันที
“ก็นั่นไง น่ารักชิบ” คนที่พูดจึงชี้ไปที่เจ้าแก้มที่กำลังเดินผ่านหน้าไป
“เออ น่ารักจริง แต่คุ้น ๆ ว่ะ”
มีคนหนึ่งที่พูดเสริมขึ้นอย่างเห็นด้วย แต่ก็ต้องขมวดคิ้วสงสัย เพราะรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาสาวน้อยที่เดินผ่านไป
“น่ารักแบบนี้มึงอาจจะเคยส่องก็ได้”
ซึ่งคนที่เหลือก็พูดขึ้นติดตลก เพราะสาวสวยแบบนี้ เพจมหา’ลัยยังไงก็ต้องเคยเอามาลงอยู่แล้ว คนที่ส่องประจำอย่างพวกเขาคงจะเคยเห็น เพียงแต่จำไม่ได้
ซึ่งเพื่อนคนอื่น ๆ ก็เห็นด้วย
“คณะไหนว่ะ?”
แต่คนแรกที่ทักขึ้นนั้นก็ยังละสายตาไปจากร่างบางสักนิด จนเธอไปหยุดอยู่ที่หน้าร้านอาหารร้านหนึ่ง
“เภสัช” เสียงที่ตอบทำให้คนอื่น ๆ ในกลุ่มชะงักไป ยกเว้นก็เพียงแต่คนที่ถาม
เพื่อนในกลุ่มของเขาค่อย ๆ หันไปมอง พอเห็นว่าเป็นใครก็กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“โหหหห สวย น่ารัก เรียนเก่งอีกต่างหาก สเป็กกูเลย”
มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงไม่รู้เรื่อง
และทุกถ้อยคำของเขาทำให้คนที่มาใหม่ดวงตาวาวโรจน์ขึ้นมาทันที
“เหรอ?” โซ่ถามขึ้นเสียงนิ่ง
“มะ มึง” ทำให้เพื่อนที่เหลือรีบสะกิดคนที่พูดทันที
“อะไรว่ะ? ฮะ เฮีย โซ่” พอหันกลับมาแล้วเห็นเฮดว้ากสุดโหดของคณะจ้องมาที่เขาเขม็ง ก็รับรู้ได้ถึงหายนะ
“อื้ม กูเอง” โซ่พยักหน้าแล้วเดินหนีไป
ทำให้คนกลุ่มนั้นได้แต่มองตามหลังไปอย่างงง ๆ
“กูว่าแล้ว” คนที่ทักว่าคุ้นหน้าเจ้าแก้มก็นึกขึ้นได้ในทันที
“คืออะไร?” ทำให้คนที่เหลือหันขวับไปมองเขาอย่างตั้งคำถาม
“ที่กูบอกว่าคุ้น ๆ น่ะ นั่นเด็กเฮียโซ่”
“ฮะ!!!” และคำตอบที่ออกจากปากเพื่อนทำให้ทุกคนแทบช็อก
ก่อนหน้านั้น กลุ่มของโซ่เดินเข้ามาในบริเวณโรงอาหารก็ตกเป็นเป้าสายตาทันที แต่เหมือนว่าพวกเขาจะชินกับมันเสียแล้วจึงไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมากนัก เพียงแต่เดินไปหาโต๊ะนั่งกันเงียบ ๆ
ไลอ้อนกวาดสายตาไปมองหาสาว ๆ สวย ๆ แล้วไปสะดุดอยู่ที่สามคนที่กำลังยืนคุยกันอยู่
“ไอ้โซ่” เขาจึงหันไปเรียกเพื่อนสนิททันที
“???” โซ่และคนอื่นในกลุ่มจึงหันไปมองหน้าไลอ้อนอย่างตั้งคำถาม
“นู้น” ไลอ้อนจึงพยักเพยิดหน้าไปที่กลุ่มของสามสาว
พอทุกคนหันไปมองก็เข้าใจทันที
“อื้ม” โซ่มองไปยังร่างบางแล้วดวงตาอ่อนแสงลง เขาพูดขึ้นในลำคอแล้วเดินตามเจ้าแก้มที่เดินแยกออกไปจากลุ่มเพื่อนทันที
แต่ในขณะที่กำลังผ่านกลุ่มรุ่นน้องกลับได้ยินสิ่งที่พวกนั้นพูดกันจึงหยุดชะงัก แม้จะไม่ได้ยินที่พวกนั้นพูดกันก่อนหน้า
แต่ก็รับรู้ได้ว่าพูดถึงใคร เขารู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากและจำหน้าคนที่มองเจ้าแก้มเอาไว้ หมายหัวเรียบร้อยแล้วเขาก็เดินไปหาเธอที่ร้านอาหารทันที
