บทที่ 3 ตัวอันตรายในอนาคต

บทที่ 3

ตัวอันตรายในอนาคต

การหักหน้าสามีเก่าของหนิงเซียนทำให้วันต่อมาในเมืองหลวงเกิดข่าวลือ หาว่าแม่ทัพใหญ่ของแคว้นหลงสตรีจนทิ้งภรรยา ให้ฐานะสตรีชั้นต่ำที่วางยาตัวเองขึ้นมาเป็นฮูหยินรอง

ข่าวนี้มีคนพูดกันมาก ทั้งยังเป็นเรื่องจริง ทำให้ทั้งตลาดพูดถึงหนาหู

แม่ทัพอันเกาหมิงเอ่ยปากเองว่าเป็นจริง ทั้งอดีตฮูหยินยังมีหลักฐานทำให้ทุกคนมองจูอินเปลี่ยนไปจากเดิม จากที่สงสารเห็นใจอีกฝ่าย ว่าตลอดมาหลายปีต้องหลบซ่อนอยู่ชายแดน กลายเป็นรังเกียจไม่อยากเข้าใกล้

“มีคนพูดงั้นหรือ”

หนิงเซียนจิบชาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ข่าวนี้เป็นจิงฮวาที่เอามาบอกเล่าแถมยังเล่นเสียงให้ฟังได้ไม่เบื่อ

“เจ้าค่ะ ขนาดบ่าวในจวนอันยังพูดกันสนุกปาก เห็นว่าเมื่อฮูหยินผู้เฒ่ารู้เรื่องนี้ก็เรียกฮูหยินรองจูอินเข้าพบแต่เช้ามืด มีบ่าวหลายคนได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าด่านางไปหลายคำทีเดียว”

“จวนอันมีสีสันมากจริง ๆ”

“อย่างไรเรื่องนี้ก็ทำลายชื่อเสียงท่านแม่ทัพ ทำให้ท่านแม่ทัพถูกมองไม่ดี ตระกูลอันเสื่อมเสียชื่อเสียงครั้งแรก ฮูหยินผู้เฒ่าไม่มีทางปล่อยผ่านแน่เจ้าค่ะ”

“นั่นสินะ ฮูหยินผู้เฒ่าจวนอันนางรักหน้าตา ขนาดข้าที่เป็นสะใภ้ยังต้องเชื่อฟังนางมากกว่าสามีเสียอีก เพราะนางกลัวข้าทำชื่อเสียงตระกูลอันเสียหาย วันนี้ลูกสะใภ้อีกคนที่นางเอ็นดูทำเรื่องใหญ่ คงยากจะให้อภัย”

“แต่ข้ากลัวว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะกล่าวโทษนายหญิงด้วย”

หนิงเซียนส่ายหน้า นางยิ้มมุมปาก มองดอกไม้ในแจกันที่เหี่ยวเฉาลง

“นางทำอะไรข้าไม่ได้ แม้ที่นี่จะไม่ใช่แคว้นเหยา แต่อย่าลืมว่าข้ามีฐานะใดที่นั่น เป็นแค่คนแก่ก็ควรอยู่ส่วนคนแก่ ถ้านางไม่ยุ่งกับข้า ข้าจะไม่ยุ่งกับนางเช่นกัน”

“แล้วนายหญิงจะกลับแคว้นเหยาเลยหรือไม่เจ้าคะ”

หนิงเซียนนิ่งเงียบไป นางยังไม่คิดเรื่องนั้นเลย

การแต่งงานของนางและอันเกาหมิงไม่ได้เกี่ยวข้องกับแคว้นโดยตรง เพราะทั้งสองคือแคว้นพันธมิตรกัน หนิงเซียนจะไปหรืออยู่ที่นี่ย่อมได้ ไม่มีใครมากดดันนาง ถึงเกี่ยวก็ไม่มีใครกล้ายุ่งกับนางอยู่ดี อำนาจตระกูลหนิงใช่ว่าจะมีผลที่แคว้นเหยาบ้านเกิดอย่างเดียวเสียหน่อย

“ข้ายังอยากอยู่สะสางความแค้นเสียก่อน เราจะกลับเมื่อคนที่ทำเราเจ็บมันทรมานมากพอ”

ไม่ทันที่จิงฮวาจะพูดอะไรออกมาอีก เสียงวิ่งของฝีเท้าน้อย ๆ ก็เข้ามาในเรือน

“ท่านแม่เจ้าขา”

เสียงของบุตรสาวตัวน้อยที่เดินเข้ามาหาทำให้หนิงเซียนที่ใบหน้าราบเรียบยิ้มแย้มให้บุตรสาว หนิงเซียนอุ้มนางขึ้นมาไว้บนตัก

“ว่าอย่างไรคนเก่งของแม่”

หนิงเซียนบีบจมูกบุตรสาวที่ยื่นดอกไม้สีขาวมาตรงหน้า มันคือเหลียนฮวาสีขาวที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ

“ให้แม่หรือ”

“เจ้าค่ะ ข้าไปเก็บมาให้ท่านแม่”

“งดงามจริง ๆ กลิ่นหอมอีกด้วย”

“ดอกไม้นี้สวยเหมือนท่านแม่ มันหอมด้วย กลิ่นเหมือนท่านแม่จริง ๆ นะเจ้าคะ งดงามโดดเด่นไม่เป็นรองดอกไม้อื่นในสวนเลย”

หนิงเซียนยิ่งเอ็นดูบุตรสาวเมื่อได้ยิน ดูสิ น่ารักขนาดนี้ ใสซื่อขนาดนี้ทำไมคนพวกนั้นถึงยังทำได้ลง ทำให้เด็กสาว

น่ารัก ๆ คนหนึ่งกลายเป็นสตรีร้ายกาจ โหยหาความรัก

“แม่ชอบมันมาก เพราะบุตรสาวแม่เป็นคนไปเก็บมันมาให้”

“ท่านแม่ ทำไมข้าไม่เห็นท่านพ่อเลย ไหนว่าท่านพ่อกลับมาจากชายแดนแล้ว”

หนิงเซียนยิ้มกว้างมากขึ้น บุตรสาวนางรู้จักบิดาแต่ไม่ผูกพัน นั่นเพราะตั้งแต่ที่อี้เยว่เกิด คนที่ได้ชื่อว่าบิดาของนางไม่เคยอยู่กับนางเลย เขาอยู่ชายแดนเป็นส่วนใหญ่ กลับมาก็เอาแต่ทำงาน ขนาดนางที่เป็นภรรยายังเจอหน้าน้อยครั้ง ยิ่งบุตรสาวยิ่งน้อย

ขนาดไม่มีสงครามเขายังไปชายแดน นั่นเพราะเขาซ่อนสตรีอีกนางไว้ที่นั่น คำว่ารักบ้านเมืองมันคือข้ออ้างที่เขาใช้ เขาไม่เคยใส่ใจนางและบุตรสาวอย่างแท้จริง

บุรุษเฮงซวย

“บิดาเจ้ามีงานต้องทำน่ะลูกรัก”

“ทำงานอีกแล้วหรือเจ้าคะ ไยถึงบ่อยนัก ข้าอยากเจอท่านพ่อบ้าง”

หนิงเซียนลูบหัวบุตรสาวด้วยความเอ็นดูในคำพูดที่ออกมา ช่างไร้เดียงสาสมกับเป็นเด็ก ยิ่งได้ยินเช่นนี้หนิงเซียนยิ่งรู้สึกอยากจะเอาคืนคนที่ทำให้เด็กที่แสนดีแปดเปื้อน

“ไม่มีท่านพ่อเจ้า เราสองแม่ลูกก็อยู่ได้ หรืออี้เยว่อยากอยู่กับพ่อมากกว่าแม่”

“ข้าอยู่กับท่านแม่เจ้าค่ะ ไม่เอาท่านพ่อก็ได้”

อี้เยว่พูดออกมาอย่างเร่งรีบ ใบหน้าเล็ก ๆ เหมือนจะร้องไห้เมื่อนางคิดว่าตนเองจะไม่ได้อยู่กับมารดา แม้อยากเจอแต่ก็ไม่ได้อยากอยู่ด้วยเสียหน่อย บิดาชอบทำหน้าตาเคร่งเครียด

อี้เยว่ไม่ชอบ

“แม่ไม่ไปไหน แม่จะอยู่กับเจ้า แต่ตอนนี้ไปเล่นข้างนอกก่อน เดี๋ยวแม่ตามออกไป”

“เจ้าค่ะ”

อี้เยว่ลงจากตักมารดา วิ่งออกไปด้านนอกพร้อมกับเด็กสาวที่อายุมากกว่าเพียงสองปี คนผู้นั้นคือยี่อัน เป็นเด็กที่หนิง-

เซียนเก็บมาเลี้ยง เด็กที่หน้าตาน่ารัก ดูเชื่อฟัง ที่ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อโตขึ้นจะกลายเป็นหอกแหลมที่แทงทะลุอกบุตรสาวนาง ตัวแค่นี้เพียงสิบขวบก็กลั่นแกล้งบุตรสาวนางลับหลังเพราะริษยาในชาติกำเนิด อีกสามวันเด็กคนนี้จะผลักบุตรสาวนางตกน้ำจนอาการปางตาย

“จิงฮวา”

“เจ้าคะนายหญิง”

“เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนดีหรือไม่”

“นายหญิงเป็นคนดีเจ้าค่ะ นายหญิงมากเมตตากับข้ารับใช้ทุกคนเสมอ”

หนิงเซียนยิ้มเย็น ใช่…เจ้าของร่างตัวจริงที่ตายไปเป็นคนเช่นนั้น แต่ไม่ใช่นางคนนี้ นางไม่ได้มีเมตตาและอ่อนโยน

“ข้าไม่ใช่คนดี”

จิงฮวาเงยหน้ามองนายตัวเอง ดวงตามีความสับสนและสงสัย อะไรคือไม่ใช่คนดี หากนายของนางไม่ใช่คนดี คนอื่นก็เลวทรามหมดแล้ว

“นายหญิง…”

“เจ้าพร้อมจะติดตามข้าหรือไม่”

“บ่าวไม่คิดออกห่างจากนายหญิงทั้งทางกายและใจเจ้าค่ะ บ่าวพร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้นายหญิงมีความสุข และยอมตายหากว่านายหญิงสั่ง”

“เจ้าไม่จำเป็นต้องตาย”

หนิงเซียนเป่าชาร้อนในถ้วย สายตาของนางเย็นชามากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ รอยยิ้มงดงามแย้มยิ้มหวาน

“นายหญิงต้องการให้บ่าวทำอะไรเจ้าคะ”

“ยี่อัน เด็กคนนั้นเอาไว้ไม่ได้ แต่ข้าก็ไม่คิดฆ่านางหรอกนะ เพียงต้องการมั่นใจว่าต่อจากนี้ไปนางจะยุ่งเกี่ยวกับอี้เยว่ไม่ได้อีก ส่งนางไปยังแคว้นเหยาเสีย ข้าจะแนบจดหมายไปกับนางเพื่อฝากทางนั้นดูแล อี้เยว่จะได้ไม่ต้องมีคนสนิทที่พร้อมหักหลังตนเองได้”

“เจ้าค่ะ บ่าวจะให้คนเตรียมการ”

หนิงเซียนพยักหน้าขอบใจ จิงฮวาถือว่าเป็นคนสนิทที่หัวไว เข้าใจความหมายที่หนิงเซียนต้องการสื่อ การฆ่าที่จริงมันคือสิ่งที่นางต้องการทำ แต่เห็นว่ายังเด็กมากนัก อายุเพียงสิบขวบน่าจะยังสั่งสอนได้ เช่นนั้นหนิงเซียนจะลองให้โอกาสเด็กคนนี้สักครั้ง ให้โอกาสได้เติบโตในสายตาของนางทุกฝีก้าว

แม้จะอยู่ไกลสายตา แต่ในอนาคตยี่อันคือคนที่ทำให้บุตรสาวของนางกลายเป็นคนเสียสติ ยี่อันมักจะเอาข่าวลือ

ปลอม ๆ มาเล่าให้บุตรสาวนางฟัง รับสินบนคนอื่นอย่างจูอินและบุตรสาวอีกฝ่ายมาทำลาย แม้แต่ยาพิษยังผสมในน้ำชาทุกถ้วย

ตัวอันตรายเช่นนี้ถึงให้รอดไปก็ยังต้องจับตามอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป