บทที่ 8 เดินอย่างระวัง
บทที่ 8
เดินอย่างระวัง
วันนี้เป็นอีกวันที่หนิงเซียนจัดการเรื่องต่าง ๆ ในวังโมลี่ให้เข้าที่เข้าทาง นางย้ายมาที่นี่เข้าวันที่เจ็ดแล้ว ทุกอย่างเพียบ-
พร้อมจนไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มเติมมาก เพียงต้องจัดวางและนำของเข้าตกแต่งเพิ่ม ด้วยชิ้นเดิมบางอย่างหนิงเซียนให้คนนำออกไป โดยเฉพาะพวกม่านมุกสีแดงสด
เจ้าของร่างคนเดิมอาจจะชอบมันมาก แต่ไม่ใช่กับหนิง-
เซียนคนใหม่ สีแดงนางชอบก็ต่อเมื่อมันเป็นเลือดสด ๆ ที่ไหลออกมาจากร่างของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเหยื่อของนางเท่านั้น
“ท่านหญิง ม่านชุดใหม่ทางร้านส่งมาแล้ว ให้คนเอาขึ้นใช้แทนอันเดิมที่นำลงเลยหรือไม่”
เสียงของจิงฮวาเอ่ยถามเสียงเบามาก
หนิงเซียนที่ปรายตาไปมอง ก่อนพยักหน้า นางกำลังกล่อมบุตรสาวให้หลับ กว่าจะหลับได้ใช้เวลานานพอสมควร จึงไม่อยากทำเสียงดังจนบุตรสาวตื่น
นางลุกขึ้นจากเตียงเบา ๆ แล้วเดินออกไปด้านนอก โดยทิ้งบุตรสาวไว้กับพี่เลี้ยง ให้อีกฝ่ายดูแลต่อ
เมื่อออกมาจากเรือนบุตรสาว สายตาของหนิงเซียนกวาดไปทั่ว นางเปลี่ยนการตกแต่งใหม่แทบจะทั้งหมด ด้วยความชอบที่ไม่เหมือนคนในยุคนี้ หนิงเซียนรู้ว่าถ้าฤดูหนาวที่นี่จะหนาวมาก จึงต้องมีการนำม่านหนามากั้นเอาไว้ต่างหน้าต่าง เพียงแต่ในหน้าร้อนมันจะทำให้ห้องร้อนขึ้นมาก
เป็นแบบนี้หนิงเซียนจึงจัดการใหม่ นางให้คนมาต่อเติมและปิดบางช่องเพื่อเข้ากับความชอบ วังแห่งนี้เขาให้มาแล้ว นางถือว่ามันคือของนาง จึงจะทำอะไรก็ได้
“สีสวยดีอย่างที่ต้องการ ให้พวกเขาติดเถอะ”
หนิงเซียนมองไปที่ผ้าม่านสีขาวมุกสะอาดตา สีขาวให้ความสว่าง ทำให้ห้องดูกว้างมากขึ้น มันเป็นสีที่หนิงเซียนคนใหม่ชอบ แต่สำหรับหนิงเซียนคนเก่าเจ้าของร่างนี้ สีขาวคือสีที่อีกฝ่ายไม่ค่อยชอบสักเท่าไร
“แต่ก่อนท่านไม่ชอบสีขาว บอกว่ามันเปื้อนง่าย มีรอยอะไรก็เห็นชัดเจน”
“ตอนนั้นกับตอนนี้ต่างกัน ข้าโตขึ้นมาก บางครั้งรอยเปื้อนที่ลบไม่ออกก็เป็นเครื่องย้ำเตือนที่ดี ย้ำเตือนเพื่อให้เราไม่หลงลืมเรื่องที่เคยเกิดขึ้น มันอาจจะเด่นชัดหรือเลือนราง แต่เมื่อมองไปแล้วเห็นมันเราจะรู้ทันทีว่ามันเคยเกิดอะไรขึ้น สีขาวเป็นสีที่ให้ความสว่าง แม้มืดมันยังโดดเด่น”
จิงฮวาเข้าใจง่าย นางพอจะรู้ว่ารอยเปื้อนที่ว่าหมายถึงเรื่องอะไร เจ้านายของนางเป็นคนที่กล้าเผชิญหน้ากับปัญหา หากเป็นสตรีอื่นคงได้แต่อดทนเพื่อให้ตัวเองไม่มีใครต่อว่าให้เสียหายแล้ว
“เช่นนั้นข้าจะให้พวกเขาทำออกมาให้สวยที่สุด”
หนิงเซียนยิ้มรับก่อนจะเดินไปตรวจดูอย่างอื่นเพิ่มเผื่อว่าอยากปรับตรงไหนเพิ่มอีก
“ดี…ส่วนหยกสลักรูปแบบต่าง ๆ ที่ข้าให้นำมาตกแต่งเจ้าก็จัดการตามที่สมควร วังโมลี่แม้ขึ้นชื่อว่าวัง แต่ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก เทียบแล้วเท่าจวนขุนนางใหญ่ทั่วไป เพียงแต่ขึ้นชื่อว่าวังเท่านั้น ต่อจากนี้คงมีคนเข้าออกมากหน่อย”
“ท่านหญิงไม่ชอบความวุ่นวายไม่ใช่หรือ หากมีคนไปมาบ่อยเกินไปจะดีจริงหรือ”
หนิงเซียนยิ้ม นางเลื่อนฐานะขนาดนี้ คนพวกนั้นไม่อยู่เฉยแน่ ความสัมพันธ์กับนางคือสิ่งที่ทุกคนต้องการในเวลานี้ ตกแต่งไว้ไม่เสียหาย อนาคตอาจได้ใช้งาน
“วุ่นวายหรือไม่อยู่กับว่าข้าจัดการ การเลื่อนฐานะจากสตรีธรรมดาสู่ตำแหน่งท่านหญิงทำให้ข้าถูกจับตามอง เชื่อว่ายังไงพวกเขาก็คงไม่ให้ข้าอยู่อย่างสงบสุขมากนัก แล้วเรื่องจวนอันมีข่าวอะไรเพิ่มหรือไม่”
หนิงเซียนให้คนตามเรื่องจวนอันเสมอ นางอยากรู้ว่าศัตรูของนางไปถึงไหน ก้าวขากี่ก้าว หันหน้าไปทางไหน ติดต่อใครบ้าง ทุกอย่างของจวนอันต้องรับรู้
ถ้าหนิงเซียนก้าวเร็ว รู้เท่าทันแน่นอนว่านางจะไม่พลาดง่าย ๆ คนของบิดาและพี่ชายที่ให้มาอีกไม่นานคงเดินทางมาถึงแล้ว หากมีพวกเขาที่มีฝีมือ หนิงเซียนจะเบาใจลงกว่านี้ นางเป็นเพียงสตรี ถึงจะเก่งการต่อสู้ แต่ยังห่วงบุตรสาวตัวน้อย คนที่นางคิดว่าคือศัตรูไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป เขาเป็นถึงแม่ทัพ ส่วนนังอสรพิษนั่นก็ชั่วช้าจนทำได้ทุกอย่าง เช่นนั้นหนิงเซียนจึงต้องจัดการทุกอย่างให้ดีและรอบคอบมากที่สุด
“หลังจากที่พวกเขารู้ว่าท่านหญิงมีฐานะจากเดิม ฝ่าบาททรงให้ความสำคัญ พวกเขาก็ไม่ออกจากจวน จะมีเพียงท่าน
แม่ทัพที่ต้องเข้าประชุมทุกวัน”
“ได้ยินว่าเขาถูกฝ่าบาทย้ายมาประจำการที่เมืองหลวง”
“เพคะ เห็นว่าไม่มีกำหนดให้กลับไปประจำที่ชายแดน”
“ก็ดี จะได้จัดการอะไร ๆ ง่ายหน่อย เขาอยู่นี่ จัดการง่ายดี เมืองหลวงต่างจากชายแดนตรงไหนเจ้ารู้หรือไม่ จิงฮวา”
จิงฮวาเงยหน้าก่อนจะส่ายหน้า นางไม่เข้าใจว่านายตนเองกำลังหมายถึงเรื่องอะไร เมืองหลวงในความคิดนางต่างกับเมืองอื่นตรงที่การค้าขายและผู้คนมากกว่า แต่จิงฮวารู้ดีว่านายตนเองไม่ได้หมายถึงเรื่องพวกนั้น
หนิงเซียนยิ้ม นางชี้ไปที่ใจกลางเมือง
“คนเห็นแก่ตัวและแสวงหาอำนาจมากกว่า ในเมืองหลวงมีตระกูลใหญ่ ตระกูลใหญ่มีอำนาจ พวกตระกูลใหญ่จะอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มก้อน พวกเขามักแต่งงานด้วยกันเองเพื่อให้อำนาจไม่ไปไหน ยิ่งเป็นตระกูลเก่าแก่ยิ่งเส้นสายมาก สิ่งที่พวกเขาต้องรักษามากที่สุดต่ออีกฝ่ายคือชื่อเสียง ไม่มีใครชอบสตรีที่มีแต่ตัวแต่ไร้อำนาจ สุดท้ายถึงรักหรือเอ็นดูมากแค่ไหน แต่ถ้ามีทางเลือกอื่น พวกเขาก็ยอมที่จะตัดคนที่ไร้ประโยชน์ออกไป ไม่ว่ายังไง ถ้าอันเกาหมิงยังอยู่ที่นี่ แน่นอนว่าเขาต้องเข้าตาสตรีสักคนที่ต้องการหาสามีที่เพียบพร้อมทั้งหน้าตาและอำนาจให้ตนเอง”
“ท่านหญิงหมายถึงการแต่งงานใหม่ของท่านแม่ทัพ”
หนิงเซียนไม่ได้ยอมรับว่าที่พูดออกมานางหมายถึงเรื่องนั้น นางเพียงชี้ให้เห็นว่าการมีตระกูลใหญ่มากมายในเมืองหลวงมันดียังไง คนพวกนี้จะถือว่าตนเองยืนอยู่เหนือกว่าผู้อื่น เห็นคนอื่นยืนอยู่ใต้เท้าตนเอง อันเกาหมิง อดีตสามีร่างนี้ก็เป็นคนแบบนั้น เขายอมแต่งกับสตรีต่างแคว้นส่วนหนึ่งมาจากอำนาจตระกูลหนิงที่มากมายส่งเสริมเข้าได้
และที่เขายังดูแลบุตรสาวนางหลังนางตายก็เพราะเห็นว่าไม่อยากมีปัญหากับตระกูลหนิงอีก การมีปัญหาตระกูลใหญ่สุดท้ายเขาจะต้องชดใช้มันเอง
ซึ่งคนอย่างอันเกาหมิงไม่มีทางยอมให้ตนเองตกต่ำ เขาจึงเลี้ยงดูอี้เยว่จนโต แค่เลี้ยงดู แต่ไม่ได้ให้ความรักความใส่ใจเท่าที่ควรจะให้ แต่มันก็มากพอแล้วที่จะไม่ให้ตระกูลหนิงยื่นมือเข้ามาจัดการ
“รอพวกเขาเคลื่อนไหวก่อน เราจะได้จัดการถูก”
“ข้าจะให้คนตามดูเจ้าค่ะ”
“อืม ไปทำงานต่อเถอะ”
หนิงเซียนดีดลูกพลางคิดในหัวถึงแผนการต่าง ๆ นางต้องจัดการจูอินให้เด็ดขาด ไม่อยากนั้นถ้าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา อี้เยว่จะต้องตกอยู่ในอันตราย ซึ่งหนิงเซียนไม่ต้องการแบบนั้น
นางจะต้องไม่ให้เกิดเรื่องผิดพลาด ถ้าจะพลาด ขอพลาดเรื่องที่นางคิดไม่ถึงเลยก็แล้วกัน ตอนนี้นางยังคิดทัน ฉะนั้นต้องทำทุกทางกันเอาไว้ก่อน
บนโต๊ะเครื่องแป้งมีเครื่องประดับมากมายที่ผู้เป็นสามีนำมามอบให้ ทำเอาจูอินยิ้มหน้าบาน ดีใจจนตัวลอย นางไม่เคยมีเครื่องประดับงดงามล้ำค่ามากมายเช่นนี้มาก่อน ของพวกนี้ทั้งชีวิตถ้านางไม่มีเขาเป็นสามีก็ไม่มีทางหามาได้แน่
ทั้งไข่มุกที่ประดับบนด้ามปิ่น ทั้งปิ่นกระจกสวยงามหายาก ราคาแพง ทั้งชุดเครื่องประทินโฉมร้านดัง ยังไม่รวมหยกพกที่ทำจากหยกสีขาวนวลอีก
“นายหญิงสวยจริง ๆ นายท่านใส่ใจท่านถึงขนาดหาของล้ำค่ามาให้”
“แน่นอน ท่านพี่ต้องรักข้ามากอยู่แล้ว”
จูอินพูดไปยิ้มไป นางหยิบพวกมันขึ้นมามองแล้วยิ้ม ของพวกนี้สามารถสร้างหน้าตาทางสังคมในเมืองหลวงให้นางได้ ถ้าเดินออกจากจวนอัน แน่นอนว่าทุกคนต้องมองเครื่องประดับของนางแน่ ๆ ได้ยินมาว่าปิ่นกระจกราคาแพงมาก หายาก อยากได้ต้องสั่งจองข้ามปี แล้วจะไม่ให้นางดีใจได้ยังไงกัน ถึงอีกใจหนึ่งจะนึกเคืองสามีก็ตามที
ในใจลึก ๆ จูอินรู้ว่าที่เขาหาของพวกนี้มาให้เพื่อแทนคำขอโทษที่เขาไม่อาจจะทำตามสัญญาที่ให้นางไว้ได้ว่าจะให้นางเป็นฮูหยินรองของตน แต่เท่านี้ก็พอ นางอยากให้เขารู้สึกผิด
มาก ๆ จะได้ทำตามที่นางต้องการและร้องขอทุกอย่าง
“นายหญิง แต่หลายวันแล้วที่ท่านไม่ออกจากจวน ไม่เบื่อบ้างหรือ เรามาที่เมืองหลวงแทนที่จะได้ไปเที่ยวเล่น กลับต้องมาอยู่แต่ในจวนแบบนี้”
สิ่งที่คนสนิทพูดออกมาใช่ว่าจูอินไม่คิดแบบนั้น แต่หลังจากเกิดเรื่องที่นังหนิงเซียนฉีกหน้านาง ทำเอาจูอินแทบไม่กล้าไปไหน ได้แต่รอให้ข่าวเงียบลง
“ไม่นานหรอก ช่วงนี้ต้องทนไปก่อน ข้ายังอายไม่หายที่มันทำให้ข้าถูกต่อว่า ถ้าท่านพี่ไม่เอาหลักฐานที่ข้าวางยาปีนเตียงไปให้มัน ข้าคงไม่ต้องคิดมากขนาดนี้”
“เจ้าค่ะ แต่ตอนนี้นางเป็นถึงท่านหญิง พระธิดาใน
ชินอ๋อง กลัวว่านางจะแก้แค้นเราที่เราทำนางอับอาย”
“นางไม่ทำ เพราะถ้านางจะทำ คนแบบนางทำไปแล้ว ว่าแต่คนของพ่อข้ามาถึงหรือยัง”
“มาถึงแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้นเย็นนี้บ่าวจะเปิดทางให้เขาเข้ามาพบนายหญิง”
“อืม เอาตามเจ้าว่า แล้วดูด้วยว่ามีใครจับตามองเราหรือไม่”
