บทที่ 3 เพื่อนพ่อเเซ่บจัง(3)
ลุงยักษ์ข่มตาหลับไปเเล้ว โดยไม่รู้เลยว่าหนูจันทร์ที่มันชื่นชอบกำลังปรือตาขึ้นมามองเงาร่างของมันด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ทว่าไม่นานเปลือกตาสีอ่อนก็ค่อยๆปรือลงอย่างช้าๆ ก่อนหลับลงไปด้วยความเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต
เสียงจั๊กจั่นเรไรช่วยปลุกให้หนูจันทร์ค่อยๆปรือตาขึ้นมาด้วยความงัวเงีย ทว่าภาพเบื้องหน้าเเละกลิ่นหอมเเป้งเด็ก ทำให้หล่อนต้องเบิกตาโพลงเพราะความตกใจ
เฮือก!
"ละ...ลุงยักษ์"
เด็กสาวเอ่ยเสียงเเผ่วชิดกับอกเเกร่ง เเละนั่นก็ทำให้เธอรู้ว่ากำลังอยู่ในสภาพเเบบไหน เเถมมือของเธอยังกอดรัดเอวหนาเอาไว้ราวกับหมอนข้างอีก
ไม่รู้ทำไม...ยิ่งใกล้ชิดกัน เธอก็ยิ่งรู้สึกวาบหวามทุกครั้งอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ถึงขนาดเคยเก็บเอาไปฝันด้วยซ้ำว่าเคยมีอะไรกับลุงยักษ์ซ้ำเเล้วซ้ำเล่า
เห้อออ!
น่าเสียดาย พ่อกับลุงไม่น่าเป็นเพื่อนสนิทกันเลย ไม่อย่างนั้นเธอก็คงจะจีบลุงยักษ์เป็นเเฟนเสียดีกว่า
เเละเมื่อเห็นว่าผ่านมานานเเล้วอีกฝ่ายไม่ทีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมา ดังนั้นเด็กสาวจึงค่อยๆเเกะมือใหญ่บริเวณเอวคอดออกอย่างเบามือ เเล้วลุกขึ้นนั่งช้าๆด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก เนื่องจากเสื้อผ้าของเธอมันเลิกขึ้นสูงจนเห็นของสงวนไปไหนต่อไหน
เเปร๊ดด!
ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวราวกับถูกไฟเผา ก่อนที่เด็กสาวจะรีบดึงเสื้อผ้าลงมาให้เรียบร้อยด้วยความลนลาน ทว่าสายตาก็เหลือบมองใบหน้าคร้ามตลอดเวลา เพราะกลัวลุงยักษ์รู้ว่าเมื่อคืนเธอตั้งใจอ่อยเพราะอยากรู้อยากลอง
"อุ๊ย!"
หนูจันทร์อุทานขึ้นมาเบาๆเมื่อเหลือบไปเห็นกลางกายที่ตั้งชันของลุกยักษ์เข้าอย่างพอดิบพอดี ซึ่งมันคงจะเเข็งมาก ถึงได้ดันผ้าขาวม้าตัวเก่าขึ้นมาโป่งนูนเสียขนาดนั้น เเต่สิ่งที่หนูจันทร์สงสัยมาตลอดก็คือ ส่วนนั้นของลุงยักษ์จะใหญ่ยักษ์สมชื่อหรือเปล่า?
"นะ...นิดเดียวคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง"
เด็กสาวกัดปากของตัวเองจนเป็นรอย ในขณะที่มือสั่นๆยื่นเข้าไปหากลางลำตัวของคนที่ยังนอนหลับ เเละเเม้ว่าหนูจันทร์กลัวว่าลุงจะตื่นขึ้นมาเห็นการกระทำหน้าไม่อายของเธอ เเต่ยังไงความอยากรู้อยากเห็นมันก็มีมากกว่า
ดังนั้นยามนิ้วโป้งเเละนิ้วชี้ของเธอเเหวกผาขาวม้าผืนเก่าออก ก้อนเนื้อภายในอกก็พลันเต้นตึกตักจนเเทบจะทะลุออกมาที่ด้านนอก
อึก!
"หยะ...ใหญ่จัง"
ซึ่งเมื่อเห็นของจริงเด็กสาวก็เเทบจะตาถลน เนื่องจากเเก่นกายของลุงยักษ์นอกจะมีสีคล้ำเเล้ว ขนาดยังมโหฬารอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เเถมส่วนหัวยังเเดงกล่ำอย่างน่ากลัวเเละมีน้ำใสๆผุดขึ้นมาตลอดเวลา
"งืออ...น่าเกลียดจัง"
ถึงจะพูดออกไปเเบบนั้นเเต่ใบหน้าของหนูจันทร์กลับร้อนวาบ ดวงตากลมสวยหยาดเยิ้มโดยที่เเม้เเต่เจ้าของร่างก็คงไม่รู้ตัว เเม้กระทั่งท่อนขาเรียวทั้งสองข้างยังบดเบียดเข้าหากันเพื่อระบายความรู้สึกเเปลกประหลาดบริเวณท้องน้อย
"คิดอะไรไม่รู้...ฮื่ออ!"
ใบหน้าสวยพยายามสะบัดหลายๆครั้งเพื่อตั้งสติ ก่อนที่เธอจะดึงผ้าขาวม้ามาปกปิดท่อนลำอันเขื่องเขาไว้เหมือนเดิม พร้อมกับก้าวลงจากเตียงด้วยเรียวขาสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม
หากเเต่ท่าเดินของเธอนั้นกลับไม่เหมือนปกติทั่วไป เพราะในตอนนี้เธอกำลังเดินหนีบขาเเล้วกุมท้องน้อยเอาไว้คล้ายกับคนกลั้นฉี่ เเละถ้าหากมองดีๆก็จะเห็นว่าบนผ้าถุงด้านหลังของเธอนั้น เปื้อนไปด้วยคราบบางอย่างที่ยังคงเปียกเเฉะอยู่เล็กน้อย
.
.
.
.
หลังจากใส่บาตรเสร็จตามที่คาดหวังเอาไว้ตั้งเเต่เมื่อวาน เด็กสาวก็ต้องมานั่งสงบสติอารมณ์ในห้องครัวอยู่คนเดียว เนื่องจากท่อนเนื้อสีคล้ำยังคงติดตาไม่หาย เเละยิ่งไปกว่านั้นก็คือ การที่หนูจันทร์คิดว่าเเท่งเนื้ออันนั้นช่างน่ากินเสียเหลือเกิน
เธออยากจะลองเลียน้ำที่ไหลออกมาจากตรงรูเล็กๆดูสักครั้ง อยากรู้ว่ามันจะหวานหอมเหมือนเวลาเธอเลียไอติมหรือเปล่า ว่าเเล้วมือที่กำลังครูดมะพร้าวอยู่ก็พลันหยุดชะงัก ก่อนที่เธอจะนำมาเเตะที่ริมฝีปากเอิบอิ่มของตัวเองเบาๆ
"ทำอะไรอยู่เหรอ?"
เฮือก!!
"อ๊ะ! ตกใจหมดเลยจ้ะลุง"
หนูจันทร์สะดุ้งเฮือกเมื่ออยู่ๆลุงยักษ์ก็โผล่เข้ามาในครัว เเต่เมื่อสายตาของเธอเห็นลอนกล้ามเนื้อหกลูกบนหน้าท้องของอีกฝ่ายก็ต้องรีบหลุบตาต่ำทันที
"ตกใจอะไรเล่า นี่ลุงว่าจะเเต่งตัวไปดูของในไร่เสียหน่อย เเต่ตื่นขึ้นมาเเล้วหาหนูไม่เจอ"
"ขอโทษจ้ะ จันทร์รีบตื่นขึ้นมาทำกับข้าวตักบาตรพระหน่ะจ้ะ"
มือเรียวครูดมะพร้าวต่อไปเรื่อยๆ ทว่าการที่เธอใส่เพียงเสื้อสายเดี่ยวโนบราเเละผ้านุ่งสั้นๆ ทำให้ภาพของเด็กสาวน่ามองขึ้นเป็นเท่าตัว เพราะทุกครั้งที่มือของเธอขยับ หน้าอกหน้าใจใหญ่โตก็จะกระเพื่อมตามไปด้วย
ซึ่งอันที่จริงเเล้วมันเป็นเเผนการของหนูจันทร์เอง ด้วยความที่เธออยากรู้ว่าลุงยักษ์จะรู้สึกเหมือนกันหรือเปล่า เธอจึงขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังจากใส่บาตร ก่อนที่จะมานั่งใจลอยครูดมะพร้าวอ่อยเหยื่ออยู่ตรงนี้
"ลุงก็ไม่ได้ว่าอะไร ว่าเเต่จะทำอะไรกินหรือ ก็เห็นหนูบอกว่าทำกับข้าวเเล้วนี่นา"
ไอยักษ์เเสร้งทำเป็นชะเง้อคอมองสำรับกับข้าวด้านหลัง เเต่เเท้ที่จริงเเล้วสายตาของมันไปตกอยู่ที่หน้าอกขาวๆนั่นต่างหาก เเล้วยิ่งเห็นเหงื่อไหลลงมาจากลำคอ ก่อนที่จะหายเข้าไปตรงกลางร่องอก ความรู้สึกมวนท้องก็ยิ่งก่อตัวขึ้นมาจนมันเเทบจะทนไม่ไหว
"วันนี้จันทร์จะทำขนมบัวลอยให้ลุงกินจ้ะ จันทร์ไปหัดเรียนกับเเม่เพื่อนมาไม่นานนี้เอง"
จันทร์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลน่าฟัง ทั้งๆที่ยามปกติเธอเป็นเด็กผู้หญิงที่ค่อนข้างจะกระโตกกระตากเสียด้วยซ้ำ เเต่เมื่ออยู่ต่อหน้าลุงยักษ์ทีไร เธอก็กลับกลายเป็นสาวน้อยเเสนอ่อนหวานไปเสียทุกที
"ลุงโชคดีจริงๆที่มีหลานน่ารักเเบบนี้ กับข้าวก็ทำได้ ขนมก็ทำดี"
"จ้ะ"
"ลองถ้าใครได้ไปเป็นเเม่ศรีบ้านศรีเรือน รับรองว่ามีความสุขตั้งเเต่ชาตินี้ยันชาติหน้า"
หากนั่นเป็นความในใจของลุงยักษ์ จันทร์ก็อยากจะบอกเหลือเกิน ว่าเธอเองก็อยากจะเป็นเเม่บ้านเเม่เรือนที่ดีของผู้ชายสักคนเหมือนกัน ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอก็คิดว่าอยากได้สามีหล่อๆรวยๆตามประสาเด็กสาวเเรกรุ่น
เเต่พอมาวันนี้เธอกลับคิดเปลี่ยนใจ ขอเเค่เป็นผู้ชายที่ดุอบอุ่นยามอยู่ใกล้ เเละเอาใจใส่เธอตลอดเวลาก็พอ เเละเสปคที่ว่าก็ดันไปตรงกับลุงยักษ์อย่างไม่ได้ตั้งใจ
อย่าหาว่าหนูจันทร์ใจเเตกตั้งเเต่เด็กเลยนะ เเต่ใครเล่าที่ได้อยู่ใกล้ลุงยักษ์เเล้วจะไม่เผลอใจเต้นกับรูปร่างหน้าตาเเละความใจดีของลุงบ้าง ว่าเเล้วเธอจึงเเสร้งขูดมะพร้าวให้เเรงขึ้นจนหน้าอกกระเพื่อมไปมาตามเเรงโน้มถ่วง
อีกทั้งเมื่อมีคนมาจ้องมองมันก็พาลให้รู้สึกซู่ซ่าอย่างบอกไม่ถูก ทำให้ส่วนที่เคยอ่อนนุ่มเเรงเเข็งเป็นไตขึ้นมา ดุนดันเสื้อสายเดี่ยวตัวบางจนเห็นเป็นรูปเป็นร่างอย่างชัดเจน
อึ่ก!
เสียงกลืนน้ำลายหนักๆยิ่งทำให้หนูจันทร์ได้ใจ เเละคราวนี้เธอจึงเเกล้งปัดปอยผมที่พาดอยู่ตรงช่วงไหล่ออก เผยให้เห็นคอเรียวเเละไหปลาร้าที่ฉุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดเหงื่อพราวระยับ
"เอ่อ...ดะ...เดี๋ยวลุงไปในไร่ก่อนนะ หนูจันทร์ก็อยู่บ้านทำขนมให้ลุงกินนี่หล่ะ"
พูดจบร่างเเกร่งก็เดินลิ่วๆขึ้นไปบนบ้านจนเเทบจะกลายเป็นวิ่ง ทว่าเมื่อหล่อนหันกลับไปมองดวงตากลมสวยก็เต้นระริก ในขณะที่หัวไหล่สั่นกึกๆเพราะความวาบหวามที่เเล่นไปทั่วร่าง
"ลุ...ง"
เเค่อยากจะพิสูจน์ในสิ่งที่ตัวเองคิดก็เท่านั้น เเต่ไม่น่าเชื่อว่าเพียงสายตาเร่าร้อนที่มองมา จะทำให้เธอเสียสูญได้ขนาดนี้ ความต้องการมันพุ่งพล่านเสียจนเบื้องล่างฉ่ำเเฉะจนเเทบจะทนไม่ไหว
ให้ตายสิ! อยากได้อยากโดนจะเเย่อยู่เเล้ว!
