บทที่ 3 ไม่ได้ตั้งใจ(3)
"ไม่เป็นไรนะฝัน ไม่เป็นไร... มันเป็นอุบัติเหตุลูก ไม่มีใครอยากให้เกิดหรอก ใจเย็นๆ ก่อนนะลูก"
“แต่คุณตรีตายแล้ว ฮือ ๆ หนูฆ่าคนตาย ฮึก ... หนูเป็นฆาตกร”
"หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะทอฝัน! แกไม่ได้ตั้งใจ มันคืออุบัติเหตุ! แกตั้งสติสิ!" โสภาพรรณดุเสียงเข้ม ก่อนจะหันไปสั่งทนายความส่วนตัวที่ยืนอยู่ด้านหลัง
"คุณทนายคะ จัดการเรื่องประกันตัวลูกสาวฉันเดี๋ยวนี้เลยค่ะ ต้องใช้เงินสดหรือหลักทรัพย์เท่าไหร่ก็ว่ามา ฉันต้องการพาตัวลูกสาวฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้"
“ครับคุณผู้หญิง” ทนายความรับคำก่อนจะหันไปเจรจากับร้อยเวร
"ผู้กองครับ ทางเราขอประกันตัวผู้ต้องหาครับ ไม่ทราบว่าต้องใช้หลักทรัพย์เท่าไหร่"
"โชคดีนะครับที่ผลเป่าแอลกอฮอล์ของน้องเขาออกมาเป็นศูนย์ ไม่เข้าข่ายเมาแล้วขับ ศาลเลยอนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราวได้ วางหลักทรัพย์ไว้ห้าแสนบาทครับ" ร้อยเวรตอบ
“เห็นไหมฝัน แกไม่ได้เมา มันเป็นอุบัติเหตุ” โสภาพรรณหันมาลูบหลังลูกสาว
“แต่ทางเราก็ส่งตัวผู้ต้องหาไปเจาะเลือดที่โรงพยาบาล เพื่อตรวจหาแอลกอฮอล์อย่างละเอียดแล้วนะครับ ผลน่าจะออกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ถ้าผลเลือดออกมาว่ามีแอลกอฮอล์เกินกำหนด ข้อหาก็จะเปลี่ยนไปนะครับ" ตำรวจอธิบายเพิ่ม
"ค่ะ ทราบแล้วค่ะ ยังไงฉันก็ยืนยันว่าลูกสาวฉันไม่ได้ดื่ม! คุณทนาย รีบไปจัดการเรื่องเงินประกันซะ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่นาน ๆ" โสภาพรรณเร่งเร้า
หลังจากการดำเนินเรื่องประกันตัวเสร็จสิ้น กุญแจมือที่ถูกสวมอยู่ก็ถูกไขออก โสภาพรรณประคองร่างอวบที่เดินเหม่อลอยไร้เรี่ยวแรงออกมายังลานจอดรถด้านหน้าโรงพัก
"เดินดี ๆ สิฝัน รีบไปขึ้นรถ จะได้รีบกลับ"
“แม่คะจะทำยังไงดี ลูกสามีแม่ ไม่สิ คุณอคิระเขาโกรธมากเลยนะ โกรธจนบีบคอฝันเกือบ...”
“ช่างหัวมันประไร มันจะโกรธก็เรื่องของมัน แกอย่าไปสนใจ รีบขึ้นรถ!"
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง อคิระที่เพิ่งจัดการเรื่องศพของตรีกุลที่โรงพยาบาลเสร็จสิ้น เดินทางมาถึงโรงพักเพื่อตามเรื่องคดีความและเอาเรื่องคู่กรณีให้ถึงที่สุด ร่างสูงชะงักฝีเท้าทันทีเมื่อเห็นแผ่นหลังคุ้นตาของผู้หญิงสองคนกำลังยืนคุยกันอยู่ที่ลานจอดรถ
'โสภาพรรณ? มาทำอะไรที่นี่’
พอเหลือบสายตาไปมองผู้หญิงอีกคนก็เห็นว่าเป็นคู่กรณีที่ขบรถชนตรีกุลตาย ความสงสัยผุดขึ้นในหัว อคิระกำลังจะก้าวขาเข้าไปหา แต่ประโยคถัดมาที่หลุดออกจากปากของหญิงสาวร่างอวบก็ทำเอาเขาต้องรีบชักเท้ากลับ แล้วเบี่ยงตัวหลบเข้าหลังเสาต้นใหญ่ทันที
“แม่คะ หนูขอโทษที่ทำให้แม่ต้องเดือดร้อน”
‘แม่?’อคิระขมวดคิ้วชนกัน หูผึ่งพยายามฟังบทสนทนาของทั้งคู่อย่างตั้งใจ
“เออ! รู้ตัวก็ดี ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาหาฉันที่บ้าน ถ้าแกไม่ดันทุรังไปหาฉัน เรื่องบ้า ๆ พวกนี้ก็คงไม่เกิด แล้วนี่ดันมาขับรถชนแฟนของไอ้อคิระตายอีก แกอยากให้ฉันหัวใจวายตายหรือไง!" โสภาพรรณตวาดเสียงแหลม
"ฝันแค่อยากไปขอร้องให้แม่เลิกกับคุณอัศวิทย์ ฝันไม่อยากให้คุณท่านต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องแม่กับคุณอคิระอีก."
"หุบปากของแกเดี๋ยวนี้เลยนะนังฝัน! ฉันไม่มีวันเลิกกับเขา ฉันกำลังเสวยสุข มีเงินทองใช้สอยไม่ขาดมือ แกจะให้ฉันกลับไปกัดก้อนเกลือกินหรือไง!"
“แต่แม่คะ...”
“ไม่ต้องมาแต่ และแกจำใส่หัวเอาไว้เลยะน ว่าห้ามปากสว่างเรื่องที่แกเป็นลูกสาวฉันให้ใครรู้เด็ดขาดโดยเฉพาะไอ้อคิระกับพ่อของมัน! ถ้าตาแก่อัศวิทย์รู้ความจริงว่าฉันเคยมีผัวมีลูกติดอย่างแกมาก่อน มีหวังฉันโดนเฉดหัวออกจากบ้านแน่ อุตส่าห์สร้างภาพหลอกมันว่าเป็นสาวบริสุทธิ์มาได้ตั้งนาน อย่าให้ความลับแตกรู้ไหม!" โสภาพรรณชี้หน้าคาดโทษลูกสาว
“ค่ะแม่ หนูจะไม่บอกใคร” ทอฝันก้ามหน้ารับคำทั้งน้ำตา ทั้งที่ไม่อยากจะทำแบบนี้เลยสักนิด
"ดี รีบขึ้นรถไปได้แล้ว ฉันจะให้คนขับรถไปส่งแกที่คอนโด แล้วช่วงนี้ก็อย่าโผล่หน้าไปให้ฉันเห็นอีก เข้าใจไหม!"
บทสนทนาทุกคำ ทุกประโยค ดังก้องชัดเจนในโสตประสาทของชายหนุ่มที่แอบฟังอยู่หลังเสา อคิระกำหมักแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ มือหนาสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นที่พุ่งมาถึงจุดเดือด
“โสภาพรรณ ที่แท้เธอก็หลอกพ่อมาตลอด แล้วพ่อฉันก็หน้ามืดตามัวเชื่อผู้หญิงอย่างเธอ”
ดวงตาคมกริบเต็มไปด้วยความแค้น ภาพของแม่แท้ๆ ที่ต้องตรอมใจผูกคอตายเพราะผู้หญิงหน้าไหว้หลังหลอกคนนี้ ลอยซ้อนทับขึ้นมากับภาพของตรีกุลที่นอนจมกองเลือดเพราะลูกสาวของมัน
'สายเลือดชั้นต่ำ! แม่แย่งผัวคนอื่นจนเมียหลวงฆ่าตัวตาย ส่วนลูกก็เมาแล้วขับจนขับรถแฟนคนอื่นตาย พวกเธอสองคนแม่ลูกคือตัวกาลกิณีดี ๆ นี่เอง’
ร่างสูงยืนกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน สียงลมหายใจหอบถี่ด้วยความโกรธเกรี้ยว อคิระมองตามท้ายรถหรูของโสภาพรรณที่แล่นออกไปจากโรงพักด้วยสายตาอาฆาต จากเดิมที่ตั้งใจจะให้กฎหมายจักการและดเนินคดีให้ถึงที่สุด แต่ตอนนี้ความคิดเหล่านั้นเปลี่ยนไปแล้ว กฎหมายมันปรานีเกินไปสำหรับคนพวกนี้ ติดคุกไม่กี่ปีก็คงออกมาเสวยสุขเหมือนเดิม
“ในเมื่อพวกแกอยากปิดเป็นความลับ ฉันก็จะปิดให้...”
มุมปากหยักยิ้มขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาดุกร้าวที่ทอประกายออกมานั้นบ่งบอกถึงความอันตรายที่จะป้อนไปให้ถึงที่เลย อยู่ในคุกมันลำบากร่างกายแต่สบายใจ อยู่ข้างนอกนี่แหละ ฉันจะทำให้เธอกับแม่ทุกข์ทั้งกายและใจเอง
