บทที่ 4 ศัตรูหน้ายิ้ม(1)
ร่างอวบอ้วนใส่ชุดเดรสสีดำ ค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้ามาในศาลาที่จัดพิธีงานศพของตรีกุล ผู้คนต่างค่อย ๆ เริ่มเข้ามาจุดธูปลา ทอฝันไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาใคร เพราะรู้สึกกลัวต่อสายตาผู้คนที่มองมา และคิดว่าเธอเป็นฆาตกรทำให้ลูกหลานอนาคตแอร์โฮสเตสต้องดับลงอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ทอฝันกำมือแน่น พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อข่มความกลัวและความรู้สึกผิดที่เกาะกุมหัวใจ ทว่าเพิ่งจะก้าวพ้นธรณีประตูศาลาไปได้เพียงไม่กี่ก้าว แรงกระชากมหาศาลจากฝ่ามือหนาก็บีบเข้าที่ต้นแขนของเธออย่างรุนแรงจนร่างอวบถลาไปตามแรงดึง
“โอ๊ย!”
“เธอมาทำไม ใครเชิญเธอมา”
เสียงทุ้มตวาดลั่นศาลา อคิระกระชากแขนทอฝันอย่างแรงจนร่างของเธอปลิวตามแรงมือของเขา ชายหนุ่มกึ่งลากกึ่งเหวี่ยงร่างอวบให้ออกมาพ้นบริเวณหน้าศาลา ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน
“คุณอคิระ ปล่อยฉันแถอะค่ะ ฉันเจ็บ...”ทอฝันพยายามแกะมือหนาออก แขนของเธอแทบจะหลุดออกจากบ่า
“เจ็บเหรอ! แค่นี้เธอก็เจ็บเหรอ แล้วแฟนฉันที่ต้องตายเพราะเธอล่ะ เขาเจ็บกว่าเธอกี่ร้อยกี่พันเท่า”
อคิระตะคอกใส่หน้า ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยไฟแค้น ก่อนจะออกแรงผลักร่างของทอฝันอย่างเต็มแรง
ตุบ!
"อ๊ะ! โอ๊ย!"
ร่างอวบเสียหลักล้มกระแทกพื้นปูนอย่างแรงจนหัวเข่าถลอก เลือดซิบออกมา ทอฝันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่นั่นยังไม่เท่ากับความเจ็บปวดที่ก้อนเนื้ออกข้างซ้าย โสภาพรรณที่มาร่วมงานในฐานะภรรยาของประธานบริษัท ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยใบหน้าซีดเผือด เธอเห็นลูกสาวแท้ ๆ ถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตา แต่ความขลาดเขลาและกลัวความลับแตกว่าตัวเองมีลูกติด ทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเข้าไปช่วย ได้แต่ยืนกำมือแน่น ซ่อนตัวอยู่หลังแขกคนอื่น ๆ ปล่อยให้ทอฝันเผชิญกับความโหดร้ายคนเดียว
“ออกไปให้พ้น! งานศพแฟนฉันไม่มีที่ให้ฆาตกรอย่างเธอมาเหยียบ หน้าด้านหน้าทน ยังมีหน้ามาที่นี่อีกเหรอฮะ! เธอฆ่าผู้หญิงที่ฉันรักตายจะเสนอหน้ามาทำไม!”
“ฉันขอโทษ ฉันแค่อยากมากราบขอขมาคุณตรีกุล ให้ฉันเข้าไปกราบศพเธอเถอะนะคะฉันขอร้อง..."ทอฝันพนมมือไหว้ชายหนุ่มทั้งน้ำตา
“ไม่ต้อง! ศพแฟนฉันจะถูกเสนียดเปล่า ๆ คนเมาแล้วขับมันก็ไม่ต่างกับฆาตกรหรอก”
"ฉันไม่ได้เมา คุณคินคะ ฉันไม่ได้เมาจริง ๆ นะคะ ตอนนั้นฉันมองไม่เห็น..."
"ตอแหล! กลิ่นเหล้าหึ่งขนาดนั้นมึงยังกล้าปฏิเสธอีกเหรอ เธอมันขยะสังคม ทำไมคนที่ตายถึงไม่เป็นเธอฮะ! ทำไมเธอไม่ไปตายแทนตรี ไปตายซะ!”
คำด่าทอที่กรีดลึกถึงขั้วหัวใจทำเอาทอฝันปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร เธอเจ็บปวดจนแทบขาดใจที่ถูกผู้ชายที่แอบรักด่าทอและไล่ให้ไปตาย
“ตาคิน! หยุดเดี๋ยวนี้ลูก พอแล้ว”
เสียงแหบพร่าของหญิงสูงวัยดังขึ้น พร้อมกับร่างของพ่อและแม่ของตรีกุลที่เดินแกมวิ่งเข้ามาห้ามทัพ แม่ของตรีกุลน้ำตานองหน้า ดึงแขนของอคิระที่กำลังจะพุ่งเข้าไปเอาเรื่องทอฝันอีกรอบ
"คุณแม่! ปล่อยผมครับ! ผมจะไล่ผู้หญิงฆาตกรนี่ออกไป!มันไม่มีสิทธิ์มาเหยียบงานศพของตรี!" อคิระหันไปบอกมารดาของคนรัก
“พอเถอะคิน... แค่นี้ง่านตรีก็วุ่นวายพอแล้ว อย่าสร้างเวรสร้างกรรมกันไปมากกว่านี้เลยลูก”พ่อของตรีกุลเอ่ยเสียงเศร้า ก่อนจะหันมามองทอฝันที่นั่งร้องไห้อยู่กับพื้น
ท่านทั้งสองเดินเข้าไปประคองร่างอวบของทอฝันให้ลุกขึ้นยืนช้า ๆ ทอฝันตกใจ รีบทรุดตัวลงก้มกราบแทบเท้าของพ่อแม่ตรีกุลทันที
"คุณลุง คุณป้าคะ หนูขอโทษ... หนูขอโทษจริง ๆ ค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจ..." ทอฝันพร่ำบอกขอโทษทั้งน้ำตา หน้าผากจรดลงกับพื้นรองเท้าของทั้งคู่
"ลุกขึ้นเถอะหนู..."
แม่ตรีกุลก้มลงจับไหล่ทอฝันให้ลุกขึ้น แม้ดวงตาจะบอบช้ำจากการร้องไห้ แต่ก็ยังมีความปรานีซ่อนอยู่
“หนูจะมากราบขอขมาตรีใช่ไหม ไปสิ เข้าไปข้างในเถอะ”
"คุณแม่! จะให้มันเข้าไปทำไมครับ! มันฆ่าตรีนะ" อคิระโวยวายขึ้นมาทันที
“ตาคิน แม่บอกให้พอไง ให้เขาเข้าไปกราบขอขมาน้องเถอะ จะได้หมดเวรหมดกรรมต่อกัน” แม่ตรีกุลหันไปปรามชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
ทอฝันปาดน้ำตาลวก ๆ มือสั่นเทาล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพาย ก่อนจะหยิบซองสีน้ำตาลหนาเตอะซองหนึ่งออกมาส่งให้พ่อของตรีกุล
"คุณลุงคุณป้าคะ หนูรู้ว่าสิ่งที่หนูทำลงไป มันไม่มีทางชดใช้ชีวิตของคุณตรีได้ แต่หนูอยากแสดงความรับผิดชอบ นี่เป็นเงินเยียวยาเบื้องต้นหนึ่งล้านบาทค่ะ มันอาจจะแค่บางส่วนเท่านั้น แต่หนูอยากให้พวกท่านรับไว้"
คำว่า ‘หนึ่งล้านบาท’ ทำเอาอคิระหูผึ่ง ดวงตาคมกริบตวัดมองซองเงินในมือของทอฝันด้วยความแค้น
เงินหนึ่งล้าน! พนักงานถอดไฟล์เสียงต๊อกต๋อยจะไปเอาเงินมาจากไหน ถ้าไม่ใช่เงินจากโสภาพรรณ แล้วเงินก้อนนั้นก็คือเงินของพ่อเขา เงินพ่อฉันแต่เอามาฟาดหัวคนอื่นเพื่อชดใช้ความผิดของตัวเองงั้นเหรอ เลวทรามไม่มีที่ติจริง ๆ
